LNCrawler

ตอนที่ 40

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 40

หม่าซือเจียวถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น 

"นั่นสินะ ถ้าให้นับสิ่งที่ปกติในตัวนาง คงมีแค่การกินขาหมูมื้อละห้าขาเท่านั้นที่ดูสมเป็นมนุษย์ที่สุดแล้ว"

โจวหมิงกรอกตามองบน ขนาดผู้ใหญ่ตัวโต ๆ กินแค่ขาเดียวก็อิ่มแล้ว นี่ตัวเท่านี้พุงก็เท่านี้ กินมื้อละห้าขา เอาอะไรมากปกติ

ในขณะที่ผู้ใหญ่เถียงกัน จูลี่กำลังสำรวจสุราของตนเอง แต้มสองหมื่นแลกสุรามาได้แค่สองร้อยไห แล้วไม่รู้ว่าตนเองต้องไปอยู่ในแดนลับนานแค่ไหน

“อาจารย์เจ้าคะ แดนลับนี่ต้องอยู่กี่วันกี่คืนเจ้าคะ?”

“เจ็ดวัน ถ้าครบเจ็ดวันแล้วหากยังไม่ออกมา จะติดอยู่ในนั้นจนกว่าจะถึงปีหน้า” หม่าซือเจียวว่า

หัวสมองน้อย ๆ หมุนทันที สุราสองร้อยไหยังไงก็ไม่พอให้อยู่ถึงเจ็ดวัน 

“อาจารย์ ศิษย์ต้องไปแลกของเพื่อเอาชีวิตรอดเจ้าค่ะ” 

“ก็ไปสิ ไปกับศิษย์พี่ของเจ้า” หม่าซือเจียวโบกมือไล่

โจวหมิงเองก็เห็นดีด้วย ก่อนที่ดินแดนลับจะเปิดเขาต้องเตรียมของให้เรียบร้อย “อาจารย์ ศิษย์ควรเตรียมอะไรบ้างขอรับ?”

“โอสถรักษาบาดเจ็บ ยาพิษ ยันต์กันภัย ยันต์เพิ่มตบะชั่วคราว ยันต์หนีตาย ยันป้องกัน ค่ายกลป้องกัน แล้วก็….” หม่าซือเจียวร่ายยาว ทุกอย่างล้วนเป็นของสำหรับหนีตายทั้งนั้น ไม่มีอะไรไว้ต่อสู้เลยสักชิ้น

โจวหมิงอดสงสัยไม่ได้ว่าหม่าเหล่าซือนี้ ฝีมือต่อสู้น่าอ่อนด้อย อาศัยหนีไวเลยรอดจนมาเป็นอาจารย์ประจำสำนักได้

ไม่แปลกใจที่ก่อนหน้าไม่เคยเห็นรับศิษย์สายตรงสักคน ที่มารับจูลี่เพราะเด็กหญิงมีประโยชน์ช่วยจัดการกับสมุนไพรพิษพวกนั้นได้ แถมกากยาหาที่ทิ้งไม่ได้ก็ลงกระเพาะน้อย ๆ ของเด็กหญิงจนหมด

ส่วนเขานั้นได้รับอานิสงค์จากจูลี่อีกที เห็นชัดว่าไม่เคยสนใจคุณสมบัติของศิษย์สายตรงเลยสักนิด

“อาจารย์ แล้วนอนที่ไหน?” เรื่องกินเรื่องใหญ่ รองลงมาก็เรื่องนอน ไม่มีที่นอนแล้วนางจะนอนได้อย่างไร

“มีกระโจมพยับเร้นอยู่ เจ้าก็เอาแต้มไปแลกสิ”

“งั้นศิษย์ไปแลกแล้วนะเจ้าคะ” เด็กหญิงจูงมือโจวหมิงเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

“จูลี่ กระโจมพยับเร้นเนี้ย สองหมื่นแต้มเลยนะ ข้าว่านอนกลางป่าก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแลกหรอก” โจวหมิงว่า

“เจ้าค่ะ” จูลี่พยักหน้าเห็นด้วย 

เมื่อเดินมาถึงโถงภารกิจอีกครั้ง คราวนี้โจวหมิงเริ่มแลกของช่วยชีวิตอย่างที่หม่าซือเจียวแนะนำจริง ๆ โดยเฉพาะโอสถรักษาบาดเจ็บกับยันหนีตาย

ในขณะที่คนอื่นแลกโอสถ แลกยันต์ เด็กหญิงตัวน้อยก็ตบป้ายหยกลงบนโต๊ะราวกับนักเลงโต

“แต้มทั้งหมดแลกสุราเจ้าค่ะ”

ผู้ดูแลมองเด็กหญิงที่เมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนเพิ่งแลกสุราไปสองร้อยไห ตอนนี้กลับมาแลกอีกด้วยสายตาเย็นชาอย่างที่สุด ก่อนจะแสยะยิ้มร้าย

“หมด”

จูลี่มุมปากกระตุกทันที ไม่มีสุราคือเรื่องใหญ่

“แล้วหาซื้อได้ที่ไหนอีกเจ้าคะ?”

โจวหมิงมุมปากกระตุก คนอื่นแลกสิ่งของช่วยชีวิต แต่จูลี่ดันแลกสุรา ปัญหาใหญ่แค่ไหนนางไม่เคยกลัว กลัวแต่ไม่มีสุราจะดื่ม 

“ถ้าอยากได้ก็ไปหาซื้อในเมืองเอาเถอะ” ผู้ดูแลว่า

“อ้อ ขอบคุณเจ้าค่ะ” เด็กหญิงพยักหน้าทีหนึ่ง ก่อนจะมองโจวหมิง

จูลี่จูงมือโจวหมิงตรงดิ่งออกจากสำนักเข้าสู่เมืองหน้าด่าน บรรยากาศในตลาดคึกคักไปด้วยผู้ฝึกตนที่เตรียมตัวเข้าแดนลับ เด็กหญิงหยุดเท้าลงหน้าร้านขายสุราที่ใหญ่ที่สุดในเมือง กลิ่นหมักบ่มชั้นเลิศโชยออกมาจนนางแทบไม่ต้องใช้ประสาทสัมผัสอื่น

ทว่าเมื่อก้าวเข้าไป เจ้าของร้านกลับมองปราดเดียวด้วยสายตาดูแคลน เมื่อเห็นเด็กหญิงตัวน้อยชุดศิษย์รับใช้ไร้ตบะเดินเข้ามา

"ที่นี่ไม่ใช่โรงทานสำหรับเด็กเล็ก ถ้าไม่มีเงินก็รีบไสหัวไป อย่ามาขวางทางลูกค้ารายอื่น" เจ้าของร้านกล่าวเสียงแข็งพลางไล่สายตาดูถูกไปยังโจวหมิงที่แต่งตัวธรรมดา "สำนักชิงเฟิงนี่ตกต่ำแค่ไหนกัน ถึงได้รับเด็กไร้ตบะมาเป็นศิษย์รับใช้"

ทว่าพอพวกเขาเห็นโจวหมิงเดินตามเข้ามา เห็นชุดศิษย์สายตรงที่โจวหมิงใส่ก็หันมาประจบประแจงทันควัน

เจ้าของร้านที่เมื่อครู่ยังทำท่าเหมือนจะกวาดไม้กวาดไล่ เปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ เขารีบกุลีกุจอเดินอ้อมเคาน์เตอร์มาน้อมตัวต่ำลงแทบจะกราบลงกับพื้น "โอ้ ท่านศิษย์พี่สายตรงสำนักชิงเฟิง เชิญขอรับ อยากได้สุราแบบไหนบอกได้เลยขอรับ"

โจวหมิงยืดอกขึ้นทันที แต่ก่อนเขาเป็นเพียงศิษย์สายนอก ไปที่ไหนก็ต้องก้มหน้าต่ำ จู่ ๆ ก้าวกระโดดเป็นศิษยสายตรงตอนอยู่ในสำนักก็ไม่ได้รู้สึกว่าพิเศษอะไร แต่พอถูกปฏิบัติเช่นนี้ก็รู้สึกความภาคภูมิใจจนเกือบจะล้นทะลักออกมาถึงใบหน้า

เขากอดอกแน่น เชิดคางขึ้นเล็กน้อย พยายามเลียนแบบท่าทางวางอำนาจของเหล่าศิษย์สืบทอดที่เคยเห็น

"อืม..." โจวหมิงแสร้งทำเป็นกวาดสายตามองไหสุราตามชั้นวางด้วยสายตาประเมิน ทั้งที่ในใจแทบแยกไม่ออกว่าไหไหนคือเหล้าไหไหนคือน้ำล้างชาม "ร้านของเจ้ามีสุราดีแบบใดบ้าง?"

เจ้าของร้านรีบพยักหน้าถี่รัว เหงื่อกาฬไหลซึมผ่านไรผม "ขอรับ มีสุราจันทร์ดับหิมะร่วงที่หมักจากน้ำค้างยอดเขาสามปี แล้วก็สุราปราณมังกรที่บ่มในถังไม้หอมหมื่นลี้ นี่คือของดีประจำร้านเราเลยขอรับ"

โจวหมิงเลิกคิ้วขึ้นอย่างเย่อหยิ่งพยายามทำเสียงให้ทุ้มต่ำดูน่าเชื่อถือ "งั้นรึ... แล้วของพวกนี้ ต้องใช้หินวิญญาณกี่ก้อนกันล่ะ? อย่าคิดโก่งราคาข้าละ"

เจ้าของร้านรีบโค้งศีรษะสองสามที "ไม่กล้าขอรับ ไม่กล้า! สำหรับจันทร์ดับหิมะร่วงไหละห้าสิบหินวิญญาณ ส่วน สุราปราณมังกรไหละสองร้อยหินวิญญาณขอรับท่าน"

โจวหมิงกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะใช้หางตามองไปยังเด็กหญิงตัวจ้อย แล้วถามเสียงอ่อน “จูลี่เจ้าอยากได้แบบไหน?”

ตัวเขาจนกรอบแค่ไหน ไม่จำเป็นต้องพูดออกไปจูลี่ก็น่าจะรู้

เด็กหญิงมองศิษย์พี่ที่กำลังเล่นบทพ่อบุญทุ่มด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะเทหินวิญญาณจากแหวนเก็บของของนักฆ่าคนหนึ่งออกมา

“หมดนี่ได้สุราอะไรบ้าง แล้วกี่ไห?” 

เจ้าของร้านอ้าปากค้างเล็กน้อย แต่เพียงคู่เดียวก็ไม่คิดอะไร เข้าใจเอาว่าจูลี่อาจจะเป็นศิษย์รับใช้ติดตามโจวหมิง แล้วโจวหมิงให้เด็กหญิงเป็นคนจัดการเรื่องเงิน 

โจวหมิงได้แต่ยืนเก๊กท่ากอดอกแน่นกว่าเดิม ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความปิติที่ได้เห็นศิษย์น้องผู้มั่งคั่งใช้จ่ายในนามของเขา

หลังออกจากร้านสุรา ในขณะที่โจวหมิงกำลังเดินหน้าบานออกจากร้านด้วยความภาคภูมิใจ เสียงเย็นเยียบของชายหนุ่มกลุ่มหนึ่ง

“โอ้ย นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็ศิษย์พี่โจวนี่เอง ได้ข่าวว่าตอนนี้ได้ดิบได้ดี กลายเป็นศิษย์สายตรงเสียแล้ว”