LNCrawler

ตอนที่ 41

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 41

เสียงทักทายนั้นแฝงไปด้วยความหมั่นไส้และกดดัน โจวหมิงชะงักฝีเท้าทันที ก่อนจะหันไปพบกับหูเจิ้งอดีตศิษย์สายนอกรุ่นพี่ที่เคยข่มเหงเขาสารพัด ทั้งยังเป็นคู่แข่งในเรื่องความรักที่มีต่อศิษย์หญิงในสำนักเดียวกัน

หูเจิ้งในชุดศิษย์สายนอกขั้นสูงยืนกอดอก ล้อมรอบด้วยลูกสมุนอีกสามคน สายตาของมันกวาดมองชุดศิษย์สายตรงที่โจวหมิงสวมใส่อย่างอาฆาตมาดร้าย มันติดแหง็กอยู่ที่ระดับสร้างรากฐานขั้นต้นมานานนับปี ความอิจฉาจึงแผ่ซ่านออกมาจนน่ารังเกียจ

"หูเจิ้ง" โจวหมิงขานชื่ออีกฝ่ายเสียงเรียบ ความประหม่าในใจเริ่มเต้นเร้า แม้ตอนนี้เขาจะอยู่ในระดับเดียวกัน แต่ทักษะการต่อสู้ของเขาเทียบกับหูเจิ้งที่ผ่านการนองเลือดในภารกิจมานับไม่ถ้วนไม่ได้เลย

"ได้ข่าวว่าโชคดีได้เป็นศิษย์สายตรงงั้นรึ?" หูเจิ้งก้าวเข้ามาใกล้จนเกือบจะประชิดตัว มันเหลือบมองเด็กหญิงตัวน้อยที่เดินตามหลังมาด้วยสายตาดูแคลน "คงไม่ใช่เพราะหน้าตาดีจนอาจารย์หม่าหลงงมงายหรอกนะ?"

โจวหมิงกำหมัดแน่น พยายามรักษาสีหน้าให้เย่อหยิ่งเข้าไว้ตามที่ตกลงกับจูลี่ "เรื่องของข้า เจ้าไม่จำเป็นต้องใส่ใจหรอก"

"ข้าก็แค่เป็นห่วง..." หูเจิ้งหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะฟังดูน่าขยะแขยง "ดินแดนลับน่ะมันอันตรายนัก ระดับอย่างเจ้าที่เพิ่งก้าวเข้ามา จะเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในนั้นเอาง่ายๆ ทางที่ดี ตอนอยู่ในดินแดนลับก็ระวังหลังให้ดีล่ะ อย่าเผลอไปเหยียบกับดักจนตายอนาถก่อนจะหาของดีเจอเสียก่อน"

ลูกสมุนของหูเจิ้งต่างพากันหัวเราะร่า

จูลี่ที่เดินอยู่ข้างหลังจู่ๆ ก็หยุดกึก นางเงยหน้าขึ้นมองหูเจิ้ง ดวงตากลมโตฉายแววเย็นเยียบจนหูเจิ้งที่จ้องจะข่มโจวหมิงถึงกับชะงักไปชั่วขณะ รู้สึกเหมือนถูกอสรพิษจ้องมอง

"ระวังหลังงั้นรึ?" จูลี่เอ่ยเสียงเรียบพลางหยิบไหสุราขึ้นมาดื่มหนึ่งอึก "ศิษย์พี่โจว ข้าว่าคนที่จะต้องระวังหลังจริงๆ ไม่ใช่ศิษย์พี่หรอกเจ้าค่ะ"

หูเจิ้งขมวดคิ้ว "เด็กเหลือขอ อย่ามาสะเออะพูดเรื่องของผู้ใหญ่"

"ข้าก็แค่จะบอกว่า" จูลี่แสยะยิ้มที่มุมปาก "ในแดนลับน่ะ พื้นที่มันกว้างนัก บางทีอาจจะมีคนตายเพิ่มขึ้นอีกสักสามสี่ศพโดยไม่มีใครรู้ ท่านว่าจริงไหมเจ้าคะ?"

“ฮ่าฮ่าฮ่า อย่างเจ้านั่นนะ?” หูเจิ้งมองจูลี่ด้วยสายตาเหยียดหยาม เด็กไร้ตบะคนหนึ่งจะทำอะไรได้ แม้แต่ศิษย์เข้าร่วมยังไม่มีด้วยซ้ำ

"จำคำข้าไว้ให้ดี โจวหมิง ข้าจะรอจัดการเจ้าในนั้นแน่" หูเจิ้งเดินเข้ามากระซิบข้างหู ก่อนจะตบไหล่แรง ๆ ทีหนึ่ง แล้วเดินจากไป

ตอนแรกจูลี่ไม่ได้สนใจดินแดนลับอะไรนั่นมากนัก ทว่าตอนนี้นางจำเป็นต้องหาวิธีเอาตัวรอดไว้สักหน่อย

ค่ำคืนนั้นหลังจากการเผชิญหน้ากับหูเจิ้ง นางควักแกนปราณอสูรที่ตัวเองฆ่าซึ่งเหลือเพียงหนึ่ง และอีกสองจากที่พวกชายชุดดำฆ่าแล้วนางเก็บมา ก่อนที่เด็กหญิงจะตัดสินใจเดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอนของหม่าซือเจียวโดยไม่ขออนุญาต

ใต้เตียงของอาจารย์เฒ่า คือจุดที่เส้นปราณปฐพีสายใหญ่ของสำนักไหลผ่าน จริง ๆ ต้องบอกว่าเรือนพำนักของอาจารย์ทุกคนล้วนมีแบบนี้

หม่าซือเจียวมักจะบ่มเพาะพลังอยู่ที่นั่น จูลี่ปีนขึ้นไปบนเตียงอย่างทุลักทุเล นางกลืนแกนปราณอสูรลงคอไปราวกับกินขนมหวาน 

หนึ่งชิ้น สองชิ้น สามชิ้น

จากนั้นก็นอนขดตัวราวกับเป็นที่นอนส่วนตัว นางถือคติ กินแล้วก็นอนจะได้โตไว ๆ

พลังมหาศาลเริ่มปั่นป่วนอยู่ในร่างเล็ก ๆ ของนาง กลิ่นอายกดดันมหาศาลพุ่งพล่านออกมาจนเรือนพำนักสั่นสะเทือน

ครืนนน

ท้องฟ้าภายนอกจู่ ๆ ก็มืดมิดลงผิดปกติ เมฆหมอกสีดำทมิฬก่อตัวเหนือเรือนพำนักของหม่าซือเจียว สายฟ้าแลบแปลบปลาบราวกับจะฉีกกระชากท้องฟ้า

เดิมทีหม่าซือเจียวก็ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะการเลื่อนระดับถือเป็นเรื่องปกติของศิษย์ในสำนัก เพียงแต่เสียงฟ้าคำรามมันดังผิดปกติ

ชายชราที่กำลังชงชาอยู่นอกห้องชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด "ใครกัน? ใครมาเลื่อนระดับในเขตเรือนของข้า?"

ไม่ต้องถามก็รู้ว่าใคร

เขามองหาเป้าหมายทันที แต่จูลี่กลับไม่ได้อยู่ในห้องนอนของตนเอง 

“โจวหมิง” หม่าซือเจียวแพรดเสียงคำรามลั่น แต่เวลานี้โจวหมิงกลับเรือนของตนเองไปแล้วเช่นกัน

หม่าซือเจียวจึงเลือกจะเปิดประตูหาตัวต้นเหตุทีละห้อง ทว่าจูลี่กลับไม่อยู่ในห้องไหนเลย แม้แต่ห้องโอสถก็ไม่อยู่ สุดท้ายจึงตัดสินใจเปิดไปในห้องนอนของตนเอง

ภาพที่เห็นคือเด็กหญิงนอนขดตัวน้ำลายยืดอยู่มุมหนึ่งของเตียง ปราณรอบตัวปั่นป่วนไปหมด 

"นังหนู เจ้ากำลังทำอะไร" หม่าซือเจียวคำรามลั่น ก่อนจะเดินเข้าไปเขย่าตัวให้ตื่น แข่งกับสีฟ้าคำราม 

ปัญหาคือจูลี่หลับไปแล้ว ไร้เสียงตอบรับใด ๆ มีเพียงเสียงฟ้าที่กำลังม้วนตัวลงมา

หม่าซือเจียวตัดสินใจจะอุ้มจูลี่ออกจากที่ตรงนั้น อย่างน้อยเอาไปฝ่าที่อื่น ดีกว่าทำเรือนเขาพังอีกรอบ

ทว่าร่างเล็ก ๆ หนักราวกับภูเขาทั้งลูก ยกเท่าไหร่ก็ยกไม่ขึ้น

ประสบการณ์สอนให้เขารู้ว่า ถ้ายังไม่ทำอะไรสักอย่างเขาจะเสียหายหนัก ชายชราหันหลังกลับ กวาดเอาข้าวของภายในเรือนลงแหวนเก็บของอย่างเร่งรีบ

เปรี้ยง

สายฟ้าฟาดลงมากลางหลังคาเรือนพำนักพอดี พลังปราณที่รุนแรงของจูลี่กำลังดูดกลืนกระแสปราณรอบข้างจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดเล็ก พลังเลื่อนระดับของนางไม่ได้มีแค่ขั้นเดียว แต่มันทะลวงผ่านระดับหลอมรวม... ก่อตัวเป็นแก่นพลัง... จนกระทั่งถึงจุดสูงสุดของระดับสร้างรากฐานในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ

หม่าซือเจียวมุมปากกระตุก วิชาอะไรก็ไม่มีสักอย่าง หลับไปเลื่อนระดับไปแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ?

ต้องรู้ว่าจนถึงตอนนี้ จูลี่ไม่มีวิชาอะไรติดตัวเลย แม้แต่วิชาดูดซับพลังปราณขั้นพื้นฐานก็ยังไม่เคยฝึกสักครั้ง 

ไม่ฝึกวิชาขั้นพื้นฐานแต่เลื่อนขั้นเอาเลื่อนขั้นเอา ในเวลาไม่ถึงเดือนเลื่อนมาแล้วสามระดับ ด้วยความเร็วระดับนี้เรียกอัจฉริยะยังน้อยไป

แล้วชายชราก็รู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างขึ้นมา เขารีบตรงไปยังบ่อปราณของเขาทันที เมื่อมาถึงเข่าของเขาแทบทรุด ก่อนจะร้องโหยหวนออกมา

“บ่อปราณของข้า แห้งหมดแล้ว!!!!!”