ตอนที่ 42
ตอนที่ 42
หลังจากเหตุการณ์ภัยพิบัติผ่านพ้นไป จูลี่ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นราวกับเพิ่งได้งีบหลับอย่างเต็มอิ่ม นางลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกร๊อบแกรบ พลังในกายของนางตอนนี้แน่นขนัดจนแทบจะทะลักออกมา
เพียงแต่ถูกแหวนปกปิดเอาไว้ แม้แต่หม่าซือเจียวก็แยกไม่ออกว่านางอยู่ในระดับไหน แต่เขาเดาเอาง่าย ๆ ว่านางอยู่ในระดับสร้างรากฐานเป็นแน่
โจวหมิงก็เดาได้เช่นกัน เพิ่งรู้สึกภูมิใจที่เลือนระดับไปไม่กี่วัน ตอนนี้ต้องมาเศร้างสลดเพราะตนเองกำลังจะถูกแซงแล้ว
ทว่าชายหนุ่มเศร้าอยู่ไม่นาน “ศิษย์น้อง เจ้าไม่คิดจะหาอะไรช่วยชีวิตไว้บ้างหรือ?”
เด็กหญิงทำหน้าเหมือนหมูเกาคางอยู่พักหนึ่งจึงได้พยักหน้าเบา ๆ “ศิษย์พี่ แลกกระโจมพยับเร้นกัน”
กระโจมพยับเร้นระดับต่ำราคาหนึ่งหมื่นแต้ม ระดับกลางห้าหมื่น และระดับสูงนั้นราคาขั้นต่ำก็ต้องหลักแสน เพียงแต่จะแต่งเสริมอะไรก็เพิ่มราคาเข้าไปอีกที
กระโจมระดับต่ำพอให้นอนได้แค่คนเดียว แต่นางยังมีโจวหมิงตามไปด้วย ดังนั้นแต้มที่เหลือจูลี่เอาไปซื้อกระโจมพยับเร้นทั้งหมด
จากร่ำรวยกลับมายากจนทันตาเห็น โชคดียังมีหินวิญญาณจากแหวนของพวกนักฆ่าเหลืออีกมาก จูลี่จึงไม่ได้กังวลเรื่องไม่มีสุราจะกินอีก
เพียงแต่ของเท่านี้ยังไม่พอ จูลี่ยังออกไปล่าหมูเขี้ยวน้ำเงินมาอีกจำนวนมาก และแน่นอนว่าโจวหมิงคนเดียวคงย่างไม่ทัน
ส่วนจูลี่ก็ดีแต่กิน ย่างไม่เป็น
ดังนั้นเด็กหญิงจึงไปหาโมเจียให้ช่วย
“ศิษย์น้อง?” โมเจียเห็นหน้าจูลี่ก็รีบเชิญให้เข้ามาในกระท่อมเล็ก ๆ ของตนเอง
“ศิษย์พี่โม่ ไม่ต้องเจ้าค่ะ ข้าอยากรบกวนท่านนิดหน่อย…..” เด็กหญิงลากเสียงยาวเหยียด เหมือนกลัวว่าโมเจียจะไม่รับคำ
“เจ้าอยากให้ทำอะไรก็ว่ามาเถอะ ถ้าข้าช่วยได้ข้าย่อมช่วยเจ้า” สิ่งที่โมเจียทำได้มีไม่มากนัก แล้วสิ่งที่จูลี่อยากได้ก็เดาได้ไม่ยากเช่นกัน
“งั้นคงต้องรบกวนศิษย์พี่แล้ว” จูลี่ส่งแหวนเก็บของระดับต่ำให้โมเจียวงหนึ่ง แล้วก็แหวนเก็บของระดับสูงอีกวงหนึ่ง
“แหวนเก็บของอันนี้ให้ท่าน ส่วนอันหลัง อันนี้ใส่หมูเขี้ยวน้ำเงินอยู่ รบกวนศิษย์พี่ย่างให้หน่อยเจ้าค่ะ”
จูลี่กำลังจะเดินทางไกล จึงถือคติลำบากไม่น่ากลัว ที่น่ากลัวคือไม่มีจะกิน
ความหิวมันโหดร้าย
“มะ หมดนี่เลยหรือ?” โมเจียร้องอุทานเบา ๆ อยากจะถามจูลี่ว่า สัตว์อสุรมีตั้งมากมาย ทำไมถึงกินแต่หมูเขี้ยวน้ำเงิน
“เจ้าค่ะ ฝากศิษย์พี่ด้วยนะเจ้าคะ พรุ่งนี้ข้าจะมาเอา” พูดเสร็จจูลี่ก็เดินเตรียมตัวจะจากไป
“เดี๋ยวก่อนสิ แล้วแหวนนี่ละ ไม่เห็นมีอะไรเลย” โมเจียส่องดูแหวนระดับต่ำแล้วงงว่าจูลี่เอามาทำไม
“วงนั้นมอบให้ท่านเจ้าค่ะ ถือว่าเป็นค่าแรงนะเจ้าคะ”
โมเจียอ้าปากค้าง ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าตนเองจะได้รับของมีค่าขนาดนี้ ต้องรู้ว่าแหวนเก็บของระดับต่ำราคาอย่างน้อยก็ห้าพันแต้ม นางทำงานได้วันละไม่ถึงสิบแต้ม กว่าจะสะสมแต้มพอจะแลกถุงเก็บของได้ช่างยากเย็น
ทว่าจูลี่กลับเอามาให้นางเป็นค่าแรง
นี่คือห้าพันแต้มเชียวนะ
“ข้ารับไม่ได้หรอก” โมเจียหยิบแหวนกำลังคิดจะยัดใส่มือให้จูลี่ ทว่า….
เมื่อเห็นแหวนบนนิ้วของจูลี่แล้วก็ต้องชะงักค้าง นิ้วโป้งมีแหวนโลหะสีดำสนิท นิ้วกลางมีแหวนเก็บของระดับต่ำอีกสามวง แล้วนิ้วชี้และนิ้วกลางมีแหวนเก็บของระดับสูงอย่างละวง
นิ้วสั้นป้อม ใส่แหวนจนเกือบครบทุกนิ้ว คาดว่าแหวนที่วางไว้ให้ตนเองทั้งสองวงคงเพิ่งถอดออกมา
โมเจียไม่พูดอะไรอีก เอาแหวนเก็บของมาใส่นิ้วอย่างแนบเนียน “ขอบคุณศิษย์น้อง”
จริง ๆ แล้วแหวนเก็บของระดับสูงยังมีอีกวงหนึ่ง แต่จูลี่ยกให้โจวหมิงไปแล้ว แล้วโจวหมิงก็เอาแหวนเก็บของระดับต่ำของตนเองมาให้จูลี่แทน
เพียงแต่คืนนั้นแทนที่จูลี่จะพักผ่อน กลับเรียกโจวหมิงให้พาไปที่ส่วนดูแลสัตว์อสูร
โรงเลี้ยงสัตว์อสูรในยามวิกาลเงียบสงัด มีเพียงเสียงขู่คำรามต่ำ ๆ จากกรงขังท้ายสุดของเขตหวงห้าม ที่นั่นคือที่คุมขังอสูรเกราะศิลาตัวมหึมาที่เพิ่งถูกจับมาจากหุบเขาไร้ทางออก มันดุร้ายถึงขนาดกัดแขนศิษย์ดูแลสัตว์จนขาดไปข้างหนึ่งเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่จึงขังมันไว้ในกรงอาคมหนาแน่นรอการประหาร
แล้วก็เป็นตัวเดียวกับที่พังคลังสุราของเจียงเหล่าซือด้วย
โจวหมิงยืนตัวสั่นอยู่ห่าง ๆ "จูลี่ ศิษย์น้องจู ศิษย์พี่ว่าเราถอยเถอะ อสูรตัวนี้มันอาละวาดหนักนะ อีกอย่างถ้าคนดูแลมาเห็นว่าเราแอบเข้ามา"
จูลี่ไม่ฟังคำทัดทาน นางเดินเตาะแตะผ่านกรงอสูรตัวอื่น ๆ ที่พากันสยบยอมหมอบต่ำลงกับพื้นราวกับสัมผัสได้ถึง พลังอำนาจบางอย่างที่น่าเกรงขามกว่าการคุกคามของสัตว์อสูรทั่วไป จนกระทั่งนางมายืนหยุดอยู่หน้ากรงขังของอสูรเกราะศิลา
จูลี่ไม่ได้ใช้กำลัง นางเพียงแค่ยกมือป้อม ๆ ขึ้นผ่านกรงขังเข้าไป "จะมากับข้าไหม? ในแดนลับมีของอร่อยเยอะนะ"
โจวหมิงเห็นเช่นนั้นแทบจะกรีดร้องออกมา
“จูลี่ เจ้า เจ้าเอามือออกจากกรงเดียวนี้” ต้องรู้ว่าข่าวที่ศิษย์รับใช้ที่รับหน้าที่ส่วนงานดูแลสัตว์อสูรนั้นแขนขาดกันเป็นว่าเล่น
สิ่งที่เขาคิดอย่างต่ำคือจูลี่แขนหายไปข้างหนึ่ง ถ้าร้ายแรงหน่อยก็ถูกยกขึ้นฟาดลงกับพื้นอาการปางตาย
ทว่าภาพที่เห็นคืออสูรคลั่งตัวนั้นกลับทำตัวสงบเสงี่ยมเรียบร้อยยิ่ง ราวกับเป็นบ่าวที่แสนจะรู้ใจของผู้เป็นนาย
“จะมาก็รีบมา” จูลี่หันซ้ายแลขวา ก่อนจะจับมันยัดใส่ถุงเก็บอสูรอย่างง่ายดาย
เช้าวันถัดมา ทั้งคู่มารับหมูย่างจากโมเจียก็รีบเข้าสู่ดินแดนลับอย่างเร่งรีบ ก่อนจะเข้าดินแดนลับหม่าซือเจียวกำชับทั้งคู่แล้วมอบโอสถระดับกลางและระดับสูงให้จูลี่กับโจวหมิงแล้ว
“เจ้าเข้าไปต้องระวังให้ดี อย่าเอาแต่เลื่อนระดับจนหลับเพลินละ”
โจวหมิงกรอกตามองบน คนอื่นมีแต่อวยพรให้ศิษย์เลื่อนระดับไว ๆ อาจารย์ของเขากลับบอกว่าอย่าเลื่อนระดับ
สำหรับจูลี่แล้วเหมือนถูกหม่าซือเจียวห้ามไม่ให้ถ่ายหนักอย่างไรอย่างนั่น มันเป็นไปไม่ได้ ใครบ้างไม่อยากแสวงหาความก้าวหน้า
ทว่าขณะรอเวลาอยู่นั้น
“โอ้ นี่ศิษย์รับใช้ไร้ตบะก็มีสิทธิ์เข้าร่วมกับเขาด้วยหรือ?”