ตอนที่ 47
ตอนที่ 47
อสูรเกราะศิลาก้มหน้าลงอย่างหงอยๆ สุดท้ายก็จำใจพยักหน้ารับ ดูท่าว่า... อย่างน้อยในตอนนี้ มันยังหนีเด็กปีศาจคนนี้ไม่พ้น
โจวหมิงเห็นว่าอสูรเกราะศิลากลับมาแล้ว จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยก็ไม่ต้องเดินเท้าเปล่า
"ศิษย์น้อง"
"วันนี้พวกเราควรเริ่มออกสำรวจดินแดนลับแล้ว"
จูลี่กำลังเคี้ยวหมูย่างอยู่เต็มปาก
"เจ้าค่ะ"
"แต่กินให้อิ่มก่อน"
"..."
โจวหมิงไม่พูดอะไรอีก
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ทั้งสามจึงออกเดินทางอีกครั้ง ครั้งนี้อสูรเกราะศิลาไม่กล้าหนีแล้ว มันเดินด้วยท่าทางหวาดระแวง คอยหันซ้ายหันขวาอยู่ตลอดเวลาโดยมีโจวหมิงและจูลี่ขี่อยู่บนหลัง มันเหมือนกำลังกลัวอะไรบางอย่าง
โจวหมิงเองก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ป่าแห่งนี้เงียบเกินไป ไร้เสียงนก ไร้เสียงแมลง แม้แต่ร่องรอยของสัตว์อสูรก็แทบไม่เห็นสักตัว
"แปลก..."
ชายหนุ่มกำกระบี่แน่น ยิ่งเดินลึกเข้าไป ยิ่งรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจนหายใจติดขัด
ทันใดนั้น อสูรเกราะศิลาพลันหยุดเดินกึก ร่างมหึมาสั่นเทิ้ม ดวงตาหินกลมโตเบิกกว้าง มันค่อยๆ เงยหน้ามองขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ
โฮก...
โจวหมิงรีบเงยหน้ามองตาม ตอนแรกเขายังไม่เห็นสิ่งใด แต่เพียงไม่นาน ท้องฟ้าสีครามก็ค่อยๆ มืดลงราวกับถูกหมึกราดรด ไม่ใช่เพราะเมฆฝน แต่เป็นเพราะบางสิ่งกำลังบินเข้ามาเป็นกลุ่มก้อนใหญ่
เสียงหึ่ง หึ่งงงง หึ่งงงงงงง
เสียงกระพือปีกนับไม่ถ้วนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนป่า เพียงไม่กี่อึดใจ ท้องฟ้าเบื้องบนก็ถูกบดบังจนมืดมิด โจวหมิงสีหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด
"ผึ้ง..."
"ผึ้งอสูรโลหิต!"
ฝูงผึ้งมหาศาลนับไม่ถ้วนอย่างน้อยหลายแสนตัวบินโฉบลงมา แต่ละตัวมีขนาดเท่ากำปั้น เหล็กในสีแดงฉานส่องประกายวาววับดุจอาวุธสังหาร ทั้งฝูงกำลังพุ่งตรงลงมาดั่งห่าฝนพิษ
โจวหมิงหน้าถอดสี รีบตะโกนสุดเสียง
"หนีเร็ว"
ไม่ต้องรอให้เขาพูดซ้ำ อสูรเกราะศิลาก็ร้องโฮกลั่นสนั่นป่า หันหลังวิ่งสุดชีวิต คราวนี้มันวิ่งเร็วยิ่งกว่าตอนหนีต้นไม้โบราณเมื่อคืนเสียอีก แรงเหวี่ยงจากการวิ่งทำให้โจวหมิงต้องกอดคอสัตว์อสูรแน่นเพื่อไม่ให้กระเด็นตก
ชายหนุ่มหันไปมองจูลี่ด้วยความตกใจ แต่เด็กหญิงกลับเงยหน้ามองฝูงผึ้งอสูรด้วยแววตาสงสัย
"ตัวเล็กจัง..."
"กินได้ไหมเจ้าคะ"
"ไม่ได้!"
โจวหมิงแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความบ้าคลั่ง
"นั่นคือผึ้งอสูรโลหิต"
"พิษของมันฆ่าผู้ฝึกตนระดับก่อกำเนิดได้" ระดับสร้างรากฐานกับระดับท่องนภาแบบจูลี่ไม่ต้องพูดถึง
"หนึ่งตัวไม่น่ากลัว" โจวหมิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ "แต่นั่นมันหลายแสนตัว"
จูลี่พยักหน้าเข้าใจอย่างเรียบเฉย
"อ้อ..."
"งั้นรีบหนีเจ้าค่ะ"
"..."
โจวหมิงแทบจะร้องไห้ ศิษย์น้องของเขา เพิ่งจะคิดหนีตอนนี้เองหรือ?
อสูรเกราะศิราอยากบอกว่า มันวิ่งหนีนานแล้ว
แต่จนแล้วจนรอดก็สลัดไม่พ้น
เบื้องหลัง เสียงหึ่งของฝูงผึ้งดังเข้าใกล้ทุกขณะ ต้นไม้โบราณหลายต้นถูกฝูงผึ้งรุมกัดกินจนแห้งตายในพริบตา แม้แต่สัตว์อสูรระดับสร้างรากฐานที่หนีไม่ทัน ก็ถูกรุมล้อมกลืนหายไปทั้งเป็น เหลือเพียงโครงกระดูกสีขาวสะอาดตาตั้งทิ้งไว้บนพื้น
โจวหมิงเห็นภาพนั้นแล้วหนังศีรษะชาดิก หัวใจเต้นรัวดุจกลองศึก
"เร็วอีก"
"เร็ว"
อสูรเกราะศิลาเองก็แทบร้องไห้ มันกำลังรีดเค้นกำลังขาจนถึงขีดจำกัด แต่ฝูงผึ้งมัจจุราชก็ยังคงไล่ตามมาติดๆ โดยห่างออกไปไม่ถึงสามสิบจั้ง
ความตายไล่หลังมาเพียงคืบ ลมหายใจแห่งความตายแผ่ซ่าน โจวหมิงรู้ดีว่าหากช้าไปเพียงเสี้ยววินาที พวกเขาคงกลายเป็นเพียงโครงกระดูกเฉกเช่นสัตว์อสูรตัวอื่นๆ ในป่าแห่งนี้อย่างแน่นอน เขารวบรวมลมปราณทั้งหมดที่มี เตรียมรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายที่สุด
ทว่าจูลี่ยังคงนั่งนิ่งบนหลังอสูรเกราะศิลาด้วยท่าทีสงบเยือกเย็นจนน่าประหลาดใจ
นางพยายามใช้กลิ่นอายของอสูรโบราณในร่างกดดันผึ้งเหล่านี้แล้ว แต่ไม่ได้ผล
ในป่าลึกที่ไร้ทางออก ความเงียบงันที่เคยมีได้ถูกแทนที่ด้วยเสียงคำรามของอสูรเกราะศิลาและเสียงกระพือปีกของฝูงผึ้งพิษดุจเสียงแห่งการพิพากษา กิ่งไม้ฟาดหน้าโจวหมิงจนเป็นรอยขีดข่วน แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับความสยดสยองเบื้องหลังที่กำลังไล่ล่าชีวิตพวกเขา
"ทางนั้น เลี้ยวขวา" โจวหมิงชี้บอกทางขณะที่เห็นทางลาดชันที่อาจช่วยทิ้งระยะห่างได้
อสูรเกราะศิลาไม่รอช้า มันกระโจนลงจากเนินหินสูงชันด้วยความชำนาญ ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ แต่ฝูงผึ้งโลหิตที่ดุร้ายยังคงบินตามมาอย่างไม่ลดละ พวกมันเหมือนเครื่องจักรสังหารที่ถูกตั้งโปรแกรมให้กัดกินทุกสิ่งที่มีชีวิต
"มันยังตามมาไม่ห่างเลย" โจวหมิงร้องเสียงดังด้วยความกลัวพลางมองไปเบื้องหลัง ความเร็วของฝูงผึ้งนั้นไม่ธรรมดา ทั้งยังดูเป็นระบบและมีกลยุทธ์ในการไล่ล่า
จูลี่กอดคออสูรเกราะศิลาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
"ถ้าเราหนีไม่พ้น" เด็กหญิงเอียงคอพร้อมใบหน้าที่ยังดำเป็นตอตะโก มองเห็นแค่เหงือกกับลูกตา "ต้องทำอย่างไรเจ้าคะ"
โจวหมิงกัดฟันแน่น "ข้าเองก็ยังไม่รู้"
ชายหนุ่มกระชับอาวุธในมือแน่น "แต่ข้ามีกระบี่"
เสียงลึกลับดังขึ้นกระทันหันในหัวของจูลี่ “เหอะ มีปัญญาแค่นี้ ยังกล้าอวดอ้าง”
“แล้วคนไม่อวดอ้างละ ทำให้ผึ้งพิษฝูงนี้หยุดได้ไหม?”
“…” เสียงในหัวเงียบไป
มันไม่มีปัญญาเช่นกัน ผึ้งพวกนี้รู้ถึงความกดดันของอสูรบรรพกาล แต่มันก็ยังไม่กลัว ยังเลือกจะโจมตี แบบนี้มันยังจะทำอะไรได้
"แล้วแต่เวรแต่กรรมเถอะนะ