ตอนที่ 48
ตอนที่ 48
"แล้วแต่เวรแต่กรรมเถอะนะ"
สิ้นเสียงเจ้าอ้วน ฝูงผึ้งอสูรโลหิตก็ทิ้งตัวลงมาราวกับม่านมรณะสีดำที่บดบังผืนฟ้า ระยะห่างลดลงเรื่อยๆ อย่างน่าใจหาย
ห้าสิบจั้ง
สี่สิบจั้ง
สามสิบจั้ง
ยิ่งวิ่งก็ยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
โจวหมิงสูดหายใจเข้าลึก กระบี่ในมือสั่นระริกด้วยความตึงเครียด ต่อให้สู้จนสุดกำลัง ก็ฆ่าได้ไม่กี่ตัว แต่ผึ้งมีนับแสน ฆ่ายังไงให้หมด
สำหรัรบจูลี่ยิ่งร้ายไปใหญ่ แม้พิษจะทำอะไรจูลี่ไม่ได้ แต่ถูกเหล็กในจิ้มเข้าไปก็ยังเจ็บอยู่
นึกสภาพสองศิษย์พี่น้องใบหน้าเต็มไปด้วยเหล็กในใหญ่เท่านิ้วก้อย แค่คิดก็สยองแล้ว ขนบนกายของโจวหมิงลุกชัน
ทันใดนั้น อสูรเกราะศิลาที่วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดพลันหยุดกึก
ครืดดดด!
ร่างมหึมาลื่นไถลไปกับพื้นดินจนเกิดเป็นร่องลึก แรงเฉื่อยทำให้โจวหมิงและจูลี่แทบกระเด็นตกจากหลังของมัน
"เจ้าหิน หยุดทำไม?" จูลี่ขมวดคิ้วไม่พอใจ
อสูรเกราะศิลาส่ายหัวสุดแรง ดวงตาที่เคยดุร้ายบัดนี้สั่นไหวด้วยความหวาดกลัวขั้นสูงสุด มันไม่ไป ข้างหน้าเด็ดขาดเกินไป
โจวหมิงรีบเงยหน้ามองตามสายตาของมัน เบื้องหน้าห่างออกไปไม่ถึงร้อยจั้ง มีต้นไม้โบราณต้นหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ ลำต้นสีดำสนิทราวกับถูกเผาผลาญจนไหม้เกรียมสูงเสียดฟ้า กิ่งก้านที่แผ่ขยายปกคลุมท้องฟ้าดุจกำแพงยักษ์ รากมหึมาของมันพุ่งทะลุพื้นดินขึ้นมา บางส่วนใหญ่โตยิ่งกว่าบ้านทั้งหลัง เพียงแค่จ้องมองจากระยะไกล ความรู้สึกหนักอึ้งก็ถาโถมเข้าใส่จิตใจจนแทบกระอักเลือด
ใบหน้าของโจวหมิงเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือด "นี่คือต้นไม้เมื่อคืน?"
อสูรเกราะศิลารีบพยักหน้ารัวๆ ใช่ มันเกือบเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เมื่อคืน
แต่เมื่อหันกลับไปดูเบื้องหลัง ฝูงผึ้งอสูรโลหิตยังคงไล่ล่ามาติดๆ ระยะห่างเหลือไม่ถึงห้าจั้ง ไม่มีทางหนีอื่นแล้ว โจวหมิงกัดฟันแน่นด้วยความเด็ดเดี่ยว
"ไปข้างหน้าแค่อาจตาย แต่ถ้าอยู่ที่เดิม ตายแน่นอน" จูลี่ว่า "เจ้าหิน พุ่งเข้าไป"
อสูรเกราะศิลาแทบร้องไห้ มนุษย์คนนี้บ้าไปแล้วหรือไร! แต่มันไม่มีทางเลือก เมื่อเห็นฝูงผึ้งมหาศาลจวนเจียนจะถึงตัว มันก็หลับตาปี๋ คำรามโฮกสุดเสียงแล้วกระโจนเข้าหาต้นไม้โบราณด้วยสัญชาตญาณสุดท้าย
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตแดนร้อยจั้ง
ครืนนนน!
พื้นดินพลันสั่นสะเทือน เถาวัลย์สีดำทมิฬนับร้อยสายพุ่งทะลุผืนดินขึ้นมาราวกับอสรพิษยักษ์ที่หิวโหย โจวหมิงหน้าถอดสี "แย่แล้ว"
ทว่าเรื่องที่เหนือความคาดหมายกลับเกิดขึ้น เถาวัลย์เหล่านั้นหาได้มุ่งเป้ามาที่พวกเขาไม่ แต่มันกลับพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า หวดเข้าใส่ฝูงผึ้งอสูรโลหิตอย่างดุดัน!
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปะทะดังสนั่น ผึ้งนับพันตัวแตกกระจายกลายเป็นละอองเลือดในพริบตา ทว่าฝูงผึ้งที่เหลือกลับไม่ยอมถอย พวกมันส่งเสียงหึ่งดังกึกก้อง ก่อนจะพุ่งเข้าชนเถาวัลย์นั้นอย่างบ้าคลั่ง
ตูม! ตูม! ตูม!
ป่าโบราณทั้งผืนสั่นคลอน โจวหมิงมองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน "พวกมัน กำลังสู้กัน?"
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังประหลาดใจ เสียงของเจ้าอ้วนก็ดังขึ้นในหัวของจูลี่อีกครั้ง คราวนี้น้ำเสียงของมันจริงจังและกดดันอย่างที่จูลี่ไม่เคยได้ยินมาก่อน
"หนี ตอนนี้ รีบหนี"
“จะอยู่ให้พระแม่ธรณีมาอัญเชิญลงหลุมหรือยังไง?”
จูลี่กะพริบตาปริบๆ ด้วยความสงสัย "ทำไมเจ้าคะ?"
เจ้าอ้วนกัดฟันกรอด "ต้นไม้ไม่ได้ช่วยพวกเจ้า แต่มันกำลังแย่งอาหารกับฝูงผึ้งต่างหาก"
ง่าย ๆ เลยคือทั้งสามคนคืออาหาร ส่วนผึ้งที่คิดจะมาแย่งอาหารเลยต้องจัดการศัตรูก่อนเหยื่อ
ทันทีที่สิ้นประโยค รากไม้สีดำขนาดยักษ์สายหนึ่งก็ค่อยๆ ชอนไชขึ้นมาจากใต้ดิน และจุดที่มันโผล่ขึ้นมานั้น คือตำแหน่งที่อสูรเกราะศิลากำลังยืนอยู่พอดี
ตูม!
พื้นดินระเบิดออกเป็นหลุมมหึมา รากไม้พุ่งทะยานขึ้นมารวดเร็วราวกับหอกทมิฬที่หมายแทงทะลุผืนฟ้า อสูรเกราะศิลาร้องโฮกลั่นด้วยความตกใจก่อนจะดีดตัวหลบสุดชีวิต
ฉึก+
แม้จะรอดจากการถูกเสียบทะลุ แต่ปลายรากไม้แหลมคมก็ยังเฉือนเข้าที่สีข้างของมันอย่างจังจนเกราะหินหนาเตอะแตกกระจาย หินจำนวนมากปลิวว่อนไปในอากาศ โลหิตสีเทาเข้มไหลซึมออกมาตามรอยแยก
"โฮกกก!" อสูรเกราะศิลาร้องด้วยความเจ็บปวด
โจวหมิงสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าปอด เกราะของอสูรระดับผสานแก่นนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้าชั้นดี แต่รากไม้นั่นกลับแทงทะลุผ่านมันไปได้ราวกับเต้าหู้ที่นุ่มนิ่ม
"รีบไป" โจวหมิงตะโกนลั่น
อสูรเกราะศิลากัดฟันกรอด รีบเร่งฝีเท้าวิ่งต่อทันที ทว่า...
ตูม! ตูม! ตูม!
พื้นดินโดยรอบเริ่มปริแตก รากไม้นับสิบสายทะลุขึ้นมาขวางทางอย่างพร้อมเพรียง พวกมันไม่ได้พุ่งขึ้นมาแบบสะเปะสะปะ แต่กำลังเคลื่อนที่อย่างเป็นระบบเพื่อล้อมกรอบพวกเขาไว้
"มันกำลังปิดทางหนี" โจวหมิงหน้าถอดสี เบื้องหน้ามีรากไม้ขวางกั้น เบื้องหลังมีฝูงผึ้งอสูรโลหิตที่โถมเข้ามา ซ้ายขวาก็ถูกเถาวัลย์สีดำทมิฬปิดตาย ชั่วพริบตาเดียว ทั้งสามก็ตกอยู่ในวงล้อมมรณะ
โจวหมิงกำกระบี่แน่น สีหน้าสิ้นหวัง "จบแล้ว"
ทว่าจูลี่กลับไม่ได้หันไปสนใจรากไม้ที่กำลังจะขยี้พวกเขา นางเงยหน้ามองต้นไม้โบราณต้นนั้น ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังใช้ความคิด
"..."
"แปลก"
โจวหมิงหันมามอง "อะไรแปลก?"
จูลี่ชี้นิ้วน้อยๆ ไปที่ลำต้น "มัน... กำลังกินผึ้ง"
โจวหมิงชะงักเมื่อเพ่งมองให้ชัด จึงเห็นว่าเถาวัลย์ทุกเส้นที่จับผึ้งได้ ไม่ได้เหวี่ยงทิ้งทำลาย แต่มันลากผึ้งเหล่านั้นกลับเข้าไปในลำต้น ราวกับกำลังป้อนอาหารเข้าปาก
แม้แต่ผึ้งที่ตายคาเถาวัลย์ ต้นไม้ก็ไม่ปล่อยให้ตกถึงพื้นเลยสักตัว
จูลี่เอียงคอ "ถ้ามันหิว... แสดงว่ามันยังไม่อิ่ม"
โจวหมิงขมวดคิ้ว "แล้ว?"
จูลี่กะพริบตาปริบๆ สลับมองต้นไม้โบราณกับฝูงผึ้งอยู่นาน ก่อนจะเรียกหาเจ้าอ้วน
"เจ้าอ้วน ต้นไม้มันหิวใช่ไหม?"
"ก็ประมาณนั้น มันกำลังแย่งอาหารกับฝูงผึ้งอยู่ แต่ก็ไม่ยอมปล่อยพวกเราเหมือนกัน" เสียงเจ้าอ้วนตอบกลับมาอย่างเซ็ง ๆ
เด็กหญิงพยักหน้าเหมือนเข้าใจกระจ่าง ก่อนจะยื่นมือเข้าไปในแหวนเก็บของ โจวหมิงเฝ้ามองด้วยความลุ้นระทึกว่าศิษย์น้องจะหยิบอาวุธลับหรือคัมภีร์วิเศษอะไรออกมา แต่สิ่งที่นางหยิบออกมา กลับเป็นหมูย่างทั้งตัว
"..." โจวหมิงถึงกับไปไม่เป็น "ศิษย์น้อง... เจ้าจะทำอะไร?"
จูลี่ไม่ตอบ นางใช้แรงทั้งหมดเท่าที่มีเหวี่ยงหมูย่างออกไปสุดแขน
ฟิ้ว!
หมูย่างหมุนเคว้งกลางอากาศก่อนจะตกลงไปกลางฝูงผึ้ง ทันใดนั้น เถาวัลย์นับสิบสายพลันเปลี่ยนทิศทาง พุ่งเข้าหาฝูงผึ้งที่รุมล้อมหมูย่างนั้นทันที
ปัง! ปัง! ปัง!
ผึ้งอสูรโลหิตนับพันตัวถูกกวาดหายไปในพริบตา
จูลี่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ได้ผลจริงด้วย"
ยังไม่ทันที่โจวหมิงจะเอ่ยปากถาม เด็กหญิงก็หยิบหมูย่างออกมาอีกตัว แล้วเหวี่ยงออกไป
จากนั้นก็อีกตัว อีกตัว อีกตัว
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
หมูย่างลอยละล่องเต็มท้องฟ้าราวกับฝนเนื้อย่าง เถาวัลย์ของต้นไม้โบราณสับสนอลหม่านไปหมด มันไล่คว้าหมูย่างทุกทิศทาง ในขณะที่ฝูงผึ้งอสูรโลหิตก็บินแตกฮือเพราะกลิ่นหอมหวลของเนื้อย่างที่ฟุ้งกระจายไปทั่วป่า
โจวหมิงยืนอ้าปากค้างจนตะไกรแทบหลุด
"..."
"เจ้ายังมีอีกหรือ?"
จูลี่พยักหน้าพลางล้วงหมูย่างออกมาอีกห้าหกตัว "ยังมีอีกเยอะเจ้าค่ะ ศิษย์พี่โม่ย่างเก็บไว้เต็มแหวนเลย"
"..." โจวหมิงเริ่มสงสารโมเจียขึ้นมาจับใจ คืนก่อนนั้นคงยืนย่างหมูจนแขนแทบหลุด แต่จูลี่กลับกำลังเอาหมูเขี้ยวน้ำเงินมาโปรยทิ้งราวกับเมล็ดข้าวให้ไก่กิน
"เจ้าหิน" จูลี่ตบคออสูรเกราะศิลา "ตอนนี้"
“หนีสิ หรือจะต้องรอให้ใครมาอัญเชิญอีก?”