LNCrawler

ตอนที่ 4

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 4

คำสั่งเด็ดขาดที่ทรงพลังอำนาจนั้นพุ่งตรงเข้าสู่สมองของสัตว์อสูรเกราะศิลาที่นอนแกล้งตายขาชี้ฟ้าอยู่ด้านนอกเรือนโดยตรง

สัตว์อสูรที่กำลังกลั้นหายใจถึงกับสะดุ้งสุดตัว หน้าที่ทิ่มดินอยู่นั้นพลันเงยขึ้น ท่าทีเลิ่กลักเล็กน้อย  มันรีบดีดตัวลุกขึ้นมาแยกเขี้ยวโง้ว

ผู้คนตรงนั้นไม่มีใครทันได้ตั้งตัว เพราะคิดว่าว่ามันยอมจำนนแล้ว บางคนถึงกับหงายหลัง แต่ก็ไม่อาจขัดขวางอะไรได้

มันพุ่งเข้าชนกระแทกหอสุราเก่าๆ หลังนั้นจนพังทลายถล่มลงมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว โครงสร้างไม้หักสะบั้น ไหเหล้าด้านในแตกกระจาย น้ำเมาไหลเจิ่งนองกลบฝังร่องรอยการขโมยของจูลี่จนหมดสิ้น

“ระวัง” อาจารย์คุมเรือนเพาะเลี้ยงตะโกนลั่น บรรดาศิษย์สายในต่างพากันพุ่งเข้าไปล้อมปราบสัตว์อสูรตัวนั้นอย่างอลหม่าน

อาศัยจังหวะที่ฝุ่นควันตลบอบอวลและทุกคนกำลังมุ่งความสนใจไปที่การจับกุม จูลี่รีบถ่มเศษหญ้าออกจากปาก กอดไหสุราใบเล็กไว้แนบอก แล้วสาวเท้าสั้น ๆ โกยอ้าวฝ่าความมืดกลับไปยังเรือนพักท้ายเขาอย่างเงียบเชียบและว่องไวที่สุด

การดื่มเหล้าจากไหสุราของบิดา ทำให้ความหิวกระหายเบาลงไม่น้อย หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน เด็กน้อยก็มุดผ้าห่มหลับไปอย่างง่ายดาย ทิ้งเอาความวุ่นวายไว้ข้างหลัง

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความสับสนขั้นสุดยอดของสัตว์อสูรที่กำลังอาละวาดอยู่

กลิ่นอายกดดันโบราณอันน่าสะพรึงกลัวจู่ ๆ ก็พลันระเหยหายวับไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยมีอยู่มาก่อน

หอสุราก็พังไปแล้ว

มันจึงไม่รู้ว่าควรจะพังอย่างอื่นต่อหรือพอแค่นี้

ในคราแรกแค่ต้องการจะหนี ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อดี

“ตอนนี้ละ” เห็นท่าทางลังเลของสัตว์อสูรเกาะศิลา ชายชราก็สั่งระดมศิษย์ร่ายตาข่ายอาคมเข้าครอบรัดร่างที่แข็งทื่อของสัตว์อสูรเอาไว้หนาแน่นหน่วงหลายสิบชั้น ซึ่งเจ้าสัตว์อสูรก็ยอมให้มัดแต่โดยดี แถมยังลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

ตอนนี้โดนจับแล้ว ต่อให้เสียงลึกลับนั้นจะสั่งให้ทำอะไรอีกก็มีข้ออ้างแล้ว

เช้าวันถัดมา กว่าจูลี่จะตื่นก็ตะวันสายโด่ง ไม่มีใครมาปลุกนางเพราะไม่มีใครคาดหวังให้เด็กเจ็บขวบมาช่วยงาน 

แต่เมื่อไม่ช่วยงาน แต้มสำหรับแลกอาหารก็ไม่ตกถึงมือของจูลี่ด้วย 

ปกติแล้วศิษย์รับใช้จะได้รับหินปราณระดับต่ำสองก้อน ข้าวสารปราณหยาบหนึ่งถังเล็ก เนื้อสัตว์อสูรตากแห้งชั้นเลวหนึ่งชิ้น และยาเม็ดปราณรากดินอีกหนึ่งเม็ด

เพียงแต่จูลี่เข้ามาระหว่างเดือน ยังไม่ถึงช่วงเวลาแจกจ่ายทรัพยากร ส่วนในโรงอาหารต้องทำภารกิจให้ได้แต้มถึงจะเอาไปแลกอาหารพวกนั้นได้

เด็กหญิงตัวน้อยลุกขึ้นนั่งบนแคร่ไม้ไผ่เก่า ๆ พลางอ้าปากหาวหวอดใหญ่ มือน้อย ๆ ลูบท้องตนเองที่เริ่มส่งเสียงประท้วงเบา ๆ แม้เหล้าในไหสุราของบิดาจะช่วยระงับความร้อนรุ่มและผ่อนคลายความหิวโหยของสัตว์ร้ายในร่างไปได้มาก แต่กระเพาะอาหารของเด็กมนุษย์วัยเจ็ดขวบก็ยังคงต้องการของตกถึงท้องอยู่ดี

เมื่อก้าวเท้าออกนอกห้องพัก จูลี่ก็พบกับโมเจียที่กำลังนั่งคัดแยกรากไม้ลนลานอยู่หน้าเรือน หญิงสาวหันมามองเด็กใหม่ด้วยสายตาเอ็นดูปนหนักใจ ก่อนจะหยิบป้ายไม้แผ่นเล็กที่ว่างเปล่าไร้ร่องรอยขีดเขียนยื่นให้

“ตื่นแล้วหรือเจ้าตัวเล็ก นี่คือป้ายคะแนนภารกิจของเจ้า” โมเจียถอนหายใจ “สำนักเรากฎเกณฑ์เข้มงวด ศิษย์รับใช้ที่มากลางเดือนเช่นเจ้าจะยังไม่มีส่วนแบ่งทรัพยากรตกถึงท้อง หากอยากได้หมั่นโถวหรือข้าวต้มในโรงอาหาร ก็ต้องเอาแต้มจากป้ายนี้ไปแลกมา”

จูลี่กะพริบตาปริบ ๆ มองป้ายไม้ในมือ “แล้วศิษย์ต้องทำอย่างไรถึงจะได้แต้มเจ้าคะ?”

“ท่านอาจารย์คุมสอบบอกไว้ให้เจ้ามาขัดหม้อยา” นี่เป็นงานง่ายที่สุดแล้วสำหรับเด็กเจ็ดขวบผู้หนึ่ง ไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมากมาย

อาคารหลอมโอสถเต็มไปด้วยควันไฟที่ลอยมาจากห้องหลอมโอสถแต่ละห้อง อีกด้านหนึ่งกลับมีศิษย์พี่ศิษย์น้องกำลังขัดล้างหม้อยาอยู่

ต้องรู้ว่าการขัดหม้อยานั้นไม่ได้ยาก เป็นงานง่าย ๆ ที่ได้แต้มไวที่สุดแล้ว

เพียงแต่มันจะเกิดปัญหาในกรณีหม้อยาไหม้ที่ขัดยากมาก เพราะเศษยาที่มันติดก้นหม้อต่อให้ใช้แปลงอย่างดีมาขัดก็ขัดไม่ออกง่าย ๆ 

“ศิษย์พี่เจ้าคะ มีหม้อยาให้ข้าช่วยขัดสักหม้อสองหม้อได้ไหมเจ้าคะ?” จูลี่เดินไป

“ลูกเต้าใครละเนี้ย อย่ามาแกะกะแถวนี้” ศิษย์รับใช้ชายคนหนึ่งออกปากไล่โดยไม่ได้คิดอะไร ปกติแล้วเด็กตัวเท่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นลูกของใครสักคนหนึ่ง เพราะศิษย์รับใช้ไม่เคยมีใครอายุน้อยเท่านี้มาก่อน

“ข้าเป็นศิษย์รับใช้เจ้าคะ อยากจะมาหาแต้ม”

“เหอะ ตรงนี้ไม่มีงานแล้ว ถ้าเจ้าอยากทำก็ไปขัดหม้อตรงนู้น” ศิษย์คนหนึ่งพูดแบบส่ง ๆ

งานง่าย ๆ ที่ได้แต้มใครอยากจะแบ่งให้ผู้อื่นทำ

มุมหนึ่งของลานล้าง มีหม้อยาสัมฤทธิ์ขนาดมหึมาสามสี่ใบล้มคว่ำอยู่ ก้นหม้อเหล่านั้นเต็มไปด้วยคราบกากยาดำปี๋ที่ไหม้เกรียมจากการเคี่ยวสมุนไพรเพลิง ซึ่งทั้งแข็ง หนา และส่งกลิ่นขมปี๋ชวนเวียนหัว ปกติแล้วต้องใช้แปรงเหล็กขูดกันจนมือระบมกว่าจะออกสักกระเบียดนิ้ว

ชัดเจนว่าแย่งงานง่าย ๆ ทำก่อน ส่วนงานยาก ๆ ค่อยมาเกี่ยงกันทำเอาตอนหลัง

คนอื่นพูดจบก็หันไปทำงานของตนเอง อย่างไรเสียจูลี่ก็ตัวแค่นี้ คงไม่มีปัญญาไปยุ่งวุ่นวายกับหม้อที่ใบใหญ่กว่าตัวเองได้หรอก

ทว่าจูลี่กลับไม่คิดเช่นนั้น นางหิว หิวจนจะกินคนเข้าไปทั้งตัวได้อยู่แล้ว ตอนนี้น้ำเมาก็เอาไม่อยู่

เด็กหญิงไม่รอช้าพาตัวเองเข้าไปแทะคาบไหม้ของกากยาอย่างรวดเร็ว เพียงแต่กากยามันติดแน่นจนน่าใจหาย แงะยังไงก็แงะไม่ออก

ในเมื่อแงะไม่ออกก็แทะมันเสียเลย

จูลี่มุดหัวป้อม ๆ เข้าไปในหม้อยาสัมฤทธิ์ใบยักษ์ทันที ปากเล็ก ๆ อ้าออกกว้างแล้วงับลงบนคราบไหม้ดำปี๋ที่หนาเตอะก้นหม้อเต็มแรง

ฟันน้ำนมของเด็กหญิงเจ็ดขวบที่ยามนี้ราวกับเหล็กแหลม บดขยี้กากยาที่แข็งปานก้อนหินให้แหลกเป็นผงได้อย่างง่ายดาย รสชาติขมปี๋และฤทธิ์ร้อนระอุของสมุนไพรที่ไม่รู้ว่าเป็นยาประเภทไหนไหลลงท้อง สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก

“เฮ้ย!!! ทำอะไรนะ?” ชายชราคนหนึ่งเดินมา ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังเลียหม้อยาอยู่

เด็กน้อยหันมาตอบหน้าตาย “ล้างหม้ออยู่เจ้าคะ” แต่ยังเคี้ยวกากยาดำปี๋มีหลักฐานอยู่คาปาก

“ล้างหม้อทำไมล้างแบบนั้น ใครใช้ให้เจ้ากินมันเข้าไป คายออกมาเดี๋ยวนี้” ชายชรารีบตรงเข้าไปหมาจะง้างปากเด็กหญิงออก

ทว่าของที่กลืนลงท้องไปแล้วจะคายออกมาได้อย่างไร นางจึงรีบเอามือปิดปาก ก่อนจะกลืนของที่อยู่ในปากลงไป

“เจ้า... เจ้ากลืนมันลงไปแล้ว!” ชายชราทรุดฮวบลงกับพื้น เข่าอ่อนจนแทบยืนไม่อยู่ ยื่นมืออันสั่นเทาไปจับไหล่ร่างป้อมเขย่าจนหัวคลอน “แย่แล้ว แย่แล้วจริง ๆ” ชายชราแทบจะสติแตก

เสียงโวยวายวายป่วงชวนสติแตกทำให้อาจารย์และศิษย์แถวนั้นที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมวัตถุดิบถึงกับทิ้งสากทิ้งตะหลิว พากันวิ่งหน้าตั้งเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังไตร่ถามโกลาหล

“มีอะไรหรือขอรับอาจารย์”

“ก็หม้อนั่นมันหม้อสำหรับหลอมโอสถพิษเก้าวิญญาณสลาย"