LNCrawler

ตอนที่ 53

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 53

จูลี่ที่ถูกลากถอยหลังมานั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่ริมฝั่งกะพริบตาปริบ ๆ มองศิษย์พี่ของตนด้วยความไม่เข้าใจ

“ศิษย์พี่เป็นอะไรเจ้าคะ?”

“เจ้ายังจะถามอีกหรือ?” โจวหมิงชี้นิ้วสั่น ๆ ไปยังผืนน้ำ

ทะเลสาบที่เคยใสราวกับกระจกกำลังปั่นป่วนรุนแรงขึ้นทุกขณะ คลื่นน้ำซัดเข้าหาฝั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า เงาดำขนาดน้อยใหญ่จำนวนมหาศาลเคลื่อนไหวอยู่ใต้น้ำจนแทบมองไม่เห็นก้นทะเลสาบอีกต่อไป

จูลี่ชะโงกหน้าไปมอง “ปลาเยอะจังเลยเจ้าค่ะ”

“ข้ารู้ว่าปลาเยอะ” โจวหมิงแทบกรีดร้อง สมองน้อย ๆ นี่วัน ๆ คิดแต่เรื่องกิน “แต่ปลาปกติที่ไหนพากันว่ายเข้าหาคนเป็นหมื่นตัวเช่นนี้”

สิ้นคำพูด เงาสีเงินสายหนึ่งพลันพุ่งทะลุผิวน้ำขึ้นมา

ปลาขนาดเท่าแขนผู้ใหญ่กระโจนขึ้นกลางอากาศ เกล็ดสีเงินวาววับสะท้อนแสงแดด ปากกว้างเต็มไปด้วยฟันแหลมคมเรียงซ้อนกันหลายชั้น ก่อนจะอ้าปากงับตรงข้อเท้าของจูลี่

“ระวัง” โจวหมิงตวัดกระบี่ออกไปทันที

ปลาวิญญาณถูกฟันขาดเป็นสองท่อน ร่วงตุบลงบนพื้น ก่อนจะกระตุกอยู่สองสามครั้งแล้วแน่นิ่งไป

จูลี่ก้มมองปลา จากนั้นก็มองโจวหมิง “เนื้อมันกินได้หรือไม่เจ้าคะ?”

โจวหมิงอ้าปากค้าง เขาเพิ่งช่วยนางไม่ให้ถูกกัดเท้าขาด แต่นางกลับสนใจว่าปลากินได้หรือไม่ ชายหนุ่มย่อตัวลงตรวจดูซากปลาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะใช้ปลายกระบี่เขี่ยเกล็ดสีเงินออกเล็กน้อย

“ปลากระบี่เงิน เป็นสัตว์อสูรน้ำระดับหลอมกายาขั้นกลาง เนื้อมีพลังปราณสูง รสชาติน่าจะไม่เลว”

ดวงตากลมโตของจูลี่สว่างวาบ “เนื้ออร่อยหรือเจ้าคะ?”

“น่าจะ” เขาจะรู้ได้อย่างไร เมื่อเดือนก่อนเขายังอยู่ในขั้นหลอมรวมอยู่เลย จะมีปัญญาไปล่าสัตว์อสูรระดับหลอมกายาได้อย่างไร

โจวหมิงยังพูดไม่ทันจบ เด็กหญิงก็ลากซากปลามาวางรวมไว้ข้างไหสุราเรียบร้อยแล้ว

“ดีเลยเจ้าค่ะ หมูย่างใกล้หมดพอดี”

โจวหมิงนิ่งเงียบ ดูเหมือนว่าต่อให้ฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า ศิษย์น้องของเขาก็คงหาวิธีเปลี่ยนมันเป็นเสบียงได้อยู่ดี

ผิวน้ำเบื้องหน้าปั่นป่วนหนักขึ้น ปลากระบี่เงินหลายสิบตัวกระโจนขึ้นมาพร้อมกัน บางตัวพุ่งเข้าใส่จูลี่ บางตัวเพียงว่ายวนอยู่ใกล้ฝั่ง ดวงตาสีฟ้าเข้มของพวกมันจับจ้องมาที่เด็กหญิงอย่างแปลกประหลาด

โจวหมิงกำกระบี่แน่น “ดูเหมือนพวกมันจะสนใจเจ้า”

จูลี่ก้มสำรวจตัวเอง นอกจากเสื้อผ้ามอมแมม เนื้อตัวดำปี๋ และกลิ่นสุราที่ติดกายแล้ว นางก็ไม่เห็นว่าตนเองจะมีอะไรน่าสนใจ

ละอองแสงสีทองขนาดเล็กที่เกาะติดอยู่ตามเส้นผมและผิวของนางส่องประกายแผ่วเบา ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็วจนไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

มีเพียงฝูงปลาภายในทะเลสาบที่รับรู้ถึงมันได้อย่างชัดเจน กลิ่นอายนั้นทั้งอบอุ่นและเก่าแก่ ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของโลกแห่งนี้ พวกมันจึงว่ายเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว 

ทว่าการเข้าใกล้ของสัตว์อสูรน้ำหลายหมื่นตัว สำหรับคนบนฝั่งแล้วไม่ได้ดูเป็นมิตรแม้แต่น้อย

โจวหมิงถอยหลังช้า ๆ “ศิษย์น้อง ข้าว่าเราไปอาบน้ำที่อื่นเถอะ”

จูลี่มองแขนดำปี๋ของตนเอง แล้วมองทะเลสาบซึ่งเต็มไปด้วยปลาวิญญาณ นางนิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง

“ไม่เจ้าค่ะ”

“เหตุใด?”

“ที่อื่นอาจไม่มีปลา”

“…”

จูลี่หันกลับไปมองอสูรเกราะศิลาซึ่งกำลังถอยหนีออกจากริมฝั่งอย่างแนบเนียน

“เจ้าหิน”

อสูรเกราะศิลาสะดุ้งทันที มันหยุดขาที่กำลังค่อย ๆ ล่าถอย ก่อนจะหันกลับมาด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ 

“ลงไปจับปลาให้หน่อยสิ”

โฮก…. อสูรเกราะศิลาส่ายศีรษะสุดแรงจนเศษดินเศษหินร่วงกราว ไม่ลง ให้ตายยังไงมันไม่มีทางลงเด็ดขาด

มันเป็นอสูรธาตุดิน สิ่งที่แพ้คือน้ำ เกราะหินทั่วตัวเมื่อแช่น้ำจะยิ่งหนักกว่าเดิมหลายเท่า หากจมลงไปถึงก้นทะเลสาบ ต่อให้ดิ้นจนขาหลุดก็ขึ้นมาไม่ได้

จูลี่ขมวดคิ้ว “เจ้าว่ายน้ำไม่เป็นหรือ?”

อสูรเกราะศิลามองจูลี่ด้วยสีหน้าตัดพ้อ ไม่ใช่ว่ายไม่เป็น แต่ว่ายไม่ขึ้น หินที่ไหนไม่จมน้ำกัน

โจวหมิงเหลือบมองขาทั้งสี่ที่หนักราวกับเสาหิน ก่อนจะพูดอย่างไว้หน้า “ศิษย์น้อง ข้าว่าเจ้าหินคงไม่ถนัดทางน้ำ”

อสูรเกราะศิลาพยักหน้ารัว ๆ อย่างน้อยยังมีคนที่รู้เหตุรู้ผลอยู่บ้าง

จูลี่ลูบคางครุ่นคิด หากเจ้าหินลงน้ำไม่ได้ แล้วใครจะจับปลา? นางหันไปมองโจวหมิง 

โจวหมิงรีบถอยหลัง “ข้าต่อสู้ในน้ำไม่เก่ง”

นางมองอสูรเกราะศิลาอีกครั้ง มันหันหน้าหนี

สุดท้ายจูลี่จึงก้มมองตัวเอง ดวงตากลมโตค่อย ๆ เป็นประกาย “ข้ามีวิธีแล้วเจ้าค่ะ”

โจวหมิงกับอสูรเกราะศิลาหันมามองพร้อมกัน ไม่รู้เพราะเหตุใด ทั้งคนทั้งอสูรกลับรู้สึกหนาววาบไปถึงกระดูก

ทุกครั้งที่จูลี่พูดว่ามีวิธี มักหมายความว่าต้องมีใครสักคนเดือดร้อน

เด็กหญิงค้นแหวนเก็บของอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงเชือกเส้นใหญ่เท่าข้อมือออกมา เป็นเชือกสำหรับมัดสัตว์อสูรที่ได้มาจากแหวนของนักฆ่าชุดดำ แข็งแรงจนแม้แต่สัตว์อสูรระดับสูงยังดิ้นไม่หลุดง่าย ๆ

นางนำปลายเชือกด้านหนึ่งมาพันรอบเอวตัวเองหลายรอบ

โจวหมิงมองด้วยความงุนงง “ศิษย์น้อง เจ้ากำลังทำอะไร?”

จูลี่ไม่ตอบ นางลากปลายเชือกอีกด้านไปผูกไว้กับเขาของอสูรเกราะศิลาอย่างแน่นหนา ก่อนจะปีนขึ้นต้นไม้ให้เชือกฟาดผ่านกิ่งไม้หนากิ่งหนึ่ง

อสูรเกราะศิลาก้มมองเชือกบนเขาของตัวเอง แล้วมองเด็กหญิงตรงหน้า ดวงตาหินของมันเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

จูลี่ตบเขาของมันเบา ๆ “ข้าจะเป็นเหยื่อ”

“ส่วนเจ้า มีหน้าที่ลากข้าขึ้นลากข้าลง” จากนั้นนางหันไปมองโจวหมิง “ส่วนศิษย์พี่คอยฆ่าปลา แล้วยัดใส่แหวน”

ความเงียบปกคลุมริมทะเลสาบอยู่หลายลมหายใจ โจวหมิงมองเชือก มองทะเลสาบ แล้วมองเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังจะเอาตัวเองไปทำเป็นเหยื่อตกปลา

“ศิษย์น้อง”

“อืม?” เด็กหญิงเอียงคอเล็กน้อย

“ผู้คนทั่วไปใช้ไส้เดือนตกปลา”

จูลี่พยักหน้า “ข้ารู้เจ้าค่ะ” นางเคยเห็นบิดาทำอยู่บ่อยครั้ง

“แล้วเหตุใดเจ้าถึงใช้ตัวเอง”

“ไส้เดือนตัวเล็กเกินไปเจ้าค่ะ ปลาตัวใหญ่เบ้อเร้อ” เด็กหญิงชี้ไปยังปลาวิญญาณจำนวนมหาศาลที่กำลังว่ายวนอยู่ใต้ผิวน้ำ “ปลาเยอะขนาดนี้ ต้องใช้เหยื่อใหญ่หน่อย”

ฟังดูเหมือนมีเหตุผล แต่กลับไม่มีเหตุผลแม้แต่น้อย โจวหมิงยกมือกุมขมับ

“ถ้าปลากัดเจ้าจนขาดครึ่งเล่า?”

จูลี่กรอกตาไปมาทีหนึ่ง ก่อนตอบอย่างจริงจัง “ศิษย์พี่……ข้าเลื่อนระดับแล้วเจ้าค่ะ"

สัตว์อสูรระดับหลอมกายา จะกัดคนที่อยู่ในระดับท่องนภาเข้าได้อย่างไร 

โจวหมิงเหมือนเพิ่งนึกได้ ว่าจูลี่เลื่อนระดับแซงหน้าตนเองไปแล้ว “แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ใครสั่งใครสอนให้ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อตกปลากัน”