LNCrawler

ตอนที่ 56

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 56

เปรี๊ยะ!

รอยร้าวบนกระจกขยายออก ภาพทั้งหมดแตกกระจาย แสงสีทองสายหนึ่งพุ่งออกจากกระจก ตรงเข้าไปกลางหน้าผากของจูลี่

“ศิษย์น้อง” โจวหมิงกำลังจะเข้าไปหา แต่ขาหน้าขนาดมหึมาของเต่ายักษ์กลับยกขึ้นขวางทาง

เสียงชราแหบแห้งดังขึ้นในหัวของทั้งสาม

“อย่ารบกวนนาง”

โจวหมิงชะงัก “ท่านรู้หรือว่านางกำลังเห็นอะไร?”

เต่ายักษ์มองจูลี่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบช้า ๆ “ความทรงจำของผู้ที่ถูกดินแดนแห่งนี้ลืมเลือน”

ไม่นาน จูลี่ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น “ข้าเห็นประตูสีดำเจ้าค่ะ” นางเอ่ย “มีโซ่พันอยู่เต็มไปหมด และมีตุ๊กตาไม้ของน้องหญิงวางอยู่ด้านหน้า”

ดวงตาขุ่นมัวของเต่ายักษ์สั่นไหวเล็กน้อย

“กระจกตามวิญญาณเลือกเจ้าแล้ว”

“เด็กคนนั้นเป็นใคร?” โจวหมิงถามทันที “แล้วดวงตาสีทองกำลังตามหาสิ่งใด?”

เต่ายักษ์เงียบไปนาน ก่อนหันมองผืนป่ากว้างใหญ่

“นางไม่ใช่มนุษย์ และร่างที่พวกเจ้าพบก็ไม่ใช่ร่างที่แท้จริง”

“แล้วนางคืออะไร?”

“เสี้ยวหนึ่งของสิ่งซึ่งเคยเป็นหัวใจของดินแดนแห่งนี้”

กระดิ่งสีดำมุมหนึ่งหลุดออกจากกรอบกระจก ก่อนลอยลงมาตกในมือจูลี่

กริ๊ง—

เสียงของเด็กหญิงชุดขาวดังออกมาจากภายใน

“พี่สาว…ช่วยตามหาชื่อของข้าที”

แสงสีดำสายหนึ่งพุ่งออกจากกระดิ่ง กลายเป็นลูกศรชี้เข้าไปยังส่วนลึกของดินแดนลับ

“ชื่อของเจ้าถูกผู้ใดเอาไป?” จูลี่ถาม

เสียงนั้นเงียบไปชั่วขณะ ก่อนตอบแผ่วเบา

“เจ้าของดวงตาสีทอง”

สิ้นเสียง กระดิ่งในมือก็ดับแสงลง

ในเวลาเดียวกัน เมฆเหนือท้องฟ้าค่อย ๆ แยกออกจากกันอย่างเงียบงัน

แสงสีทองสายหนึ่งลอดผ่านช่องว่างลงมา

เต่ายักษ์เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนเอ่ยเพียงคำเดียว

“มันรู้แล้ว”

สิ้นเสียงของเต่ายักษ์ แสงสีทองเหนือท้องฟ้าก็ทวีความสว่างขึ้นอย่างรวดเร็ว เมฆดำแยกออกจากกันช้า ๆ

ช่องว่างซึ่งปรากฏขึ้นไม่ได้มีรูปร่างเหมือนรอยแยกบนท้องฟ้า แต่คล้ายเปลือกตาขนาดมหึมากำลังเปิดออกมากกว่า

ดวงตาสีทองข้างเดิมปรากฏขึ้นอีกครั้ง รูม่านตาแนวตั้งกวาดมองลงมายังผืนป่า ก่อนหยุดนิ่งอยู่ที่กระดิ่งสีดำในมือของจูลี่

แรงกดดันมหาศาลแผ่ลงมาจากเบื้องบน

โจวหมิงทรุดเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น กระบี่ในมือสั่นระริกจนเกิดเสียงครางต่ำ คราวนี้แรงกดดันหนักกว่าครั้งก่อนมาก

อสูรเกราะศิลาหมอบราบทันที เกราะหินบนแผ่นหลังแตกร้าวเพิ่มขึ้นทีละเส้น

มีเพียงจูลี่ซึ่งยืนอยู่ใต้เงากระดองของเต่ายักษ์ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

“เก็บกระดิ่งเสีย” เต่ายักษ์เอ่ย

จูลี่รีบใส่กระดิ่งเข้าไปในแหวนเก็บของ

แต่สายตาสีทองยังคงจับจ้องมาที่นาง

เห็นได้ชัดว่าการซ่อนกระดิ่งไม่มีประโยชน์อีกแล้ว

“มันมองเห็นนางผ่านตราประทับ” เสียงลึกลับในร่างจูลี่ดังขึ้นอย่างเคร่งเครียด “ต่อให้เก็บไว้ในแหวนก็ซ่อนไม่พ้น”

“แล้วต้องทำอย่างไร?”

คราวนี้ไม่มีเสียงตอบ เงียบสนิท

จูลี่ขมวดคิ้ว นางไม่ชอบเวลาที่เจ้าตัวอ้วนพูดเพียงครึ่งเดียวแล้วเงียบหายไปเช่นนี้

ดวงตาสีทองบนท้องฟ้าหรี่ลง แสงสีทองสายหนึ่งรวมตัวตรงกลางรูม่านตา พลังที่อยู่ภายในรุนแรงเสียจนห้วงอากาศโดยรอบเริ่มบิดเบี้ยว

เต่ายักษ์เงยหน้าขึ้น ก่อนกระแทกขาหน้าลงบนพื้น อักขระโบราณบนกระดองสว่างขึ้นทีละตัว

แท่นศิลาสีขาวซึ่งรองรับกระจกตามวิญญาณพลันสั่นสะเทือน โคลนและพืชน้ำที่ปกคลุมอยู่รอบแท่นแตกกระจาย เผยให้เห็นร่องลึกซึ่งซ่อนอยู่ใต้ตะไคร่น้ำ

ภายในร่องนั้นมีกระบี่เล่มหนึ่งปักอยู่

ตัวกระบี่เก่าแก่จนแทบมองไม่เห็นสีเดิม สนิมสีเขียวเกาะกินตั้งแต่ด้ามจนถึงปลายกระบี่ ฝักแตกหักไปกว่าครึ่ง ดูอย่างไรก็เหมือนเศษเหล็กที่ถูกทิ้งไว้บนหลังกระดองมานานหลายพันปี

แต่ทันทีที่โจวหมิงมองเห็นมัน กระบี่ในมือของเขาก็สั่นขึ้นอย่างรุนแรง ก่อนจะหลุดจากมือแล้วตกลงบนพื้น

โจวหมิงเบิกตากว้าง เขาพยายามเรียกกระบี่กลับมา แต่กระบี่ประจำกายกลับนิ่งสนิท ไม่ยอมตอบสนองต่อพลังปราณอีก

“เกิดอะไรขึ้น?”

“กระบี่รู้ว่าตนเองพบสิ่งที่เหนือกว่า” เต่ายักษ์บอก

โจวหมิงเงยหน้ามองกระบี่สนิมบนแท่นศิลา “เศษเหล็กนั่นหรือ?”

ทันใดนั้น เสียงกระบี่แหลมคมก็ดังขึ้น ปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งออกมาจากแท่นศิลา เฉือนผ่านแก้มของโจวหมิงจนเกิดบาดแผลบาง ๆ

ชายหนุ่มยกมือแตะเลือดบนใบหน้า รู้สึกตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ถึงกับมีจิตวิญญาณ

ดูเหมือนกระบี่นั่นจะไม่พอใจที่ถูกเรียกว่าเศษเหล็ก

จูลี่มองกระบี่ แล้วหันกลับมามองโจวหมิง “ศิษย์พี่ ลองขอโทษมันดูสิเจ้าคะ”

“ข้าต้องขอโทษกระบี่ด้วยหรือ?”

ปราณกระบี่สายที่สองเฉือนปอยผมข้างหูของเขาขาดทันที

โจวหมิงเม้มปากแน่น ก่อนประสานมือไปทางแท่นศิลา

“ผู้อาวุโสกระบี่ เมื่อครู่ข้าพูดจาไม่รู้ความ ขอท่านอย่าได้ถือสา”

กระบี่สนิมหยุดสั่น

จูลี่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “มันใจกว้างกว่าที่คิด”

โจวหมิงไม่อยากพูดอะไรอีก

ในตอนนั้นเอง แสงสีทองบนท้องฟ้าก็พุ่งลงมา

ไม่มีเสียงฟ้าร้อง ไม่มีแรงระเบิด

มีเพียงเส้นแสงสีทองซึ่งเจาะทะลุชั้นเมฆ ตรงมายังกระดิ่งในแหวนของจูลี่ด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว

เต่ายักษ์ยกศีรษะขึ้น กระดองทั้งหมดส่องแสงสีน้ำเงินเข้ม

ม่านพลังรูปทรงครึ่งวงกลมกางออก ปกคลุมร่างของทุกคนไว้ภายใน

ตูม!

แสงสีทองกระแทกเข้ากับม่านพลัง พื้นดินรอบตัวเต่ายักษ์ยุบลง ต้นไม้ในรัศมีหลายลี้ถูกคลื่นพลังซัดจนหักโค่นทั้งหมด รอยร้าวปรากฏขึ้นบนม่านพลังสีน้ำเงิน

เต่ายักษ์ส่งเสียงครางต่ำ เลือดสีครามไหลออกจากมุมปากของมัน

โจวหมิงหน้าตึง “เจ้าต้านไม่ไหวหรือ?”

“ข้าเพิ่งตื่น พลังยังไม่ฟื้นกลับมาแม้แต่หนึ่งส่วน”

“แล้วเหตุใดจึงไม่บอกแต่แรก” 

“เจ้าไม่ได้ถาม” เต่ายักษ์ตอบเสียงเรียบ

โจวหมิงกำหมัดแน่น หากรอดไปได้ เขาจะไม่ถามสิ่งใดกับเต่าตัวนี้อีกเด็ดขาด รวมถึงจะนั่งบำเพ็ญอยู่ในสำนักดี ๆ ไม่ติดตามเด็กขี้เมาคนนี้ออกไปเสี่ยงตายอีกแล้วจริง ๆ