LNCrawler

ตอนที่ 60

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 60

ขาหมูของนางเคยเรียกทั้งต้นไม้กินคนและผึ้งอสูรโลหิตมาแล้ว หากโยนออกไปคราวนี้ ไม่แน่ว่าฝักกระบี่อาจยังไม่ทันหยุด แต่สิ่งอื่นคงตามกลิ่นมาถึงก่อน

จูลี่จึงเก็บขาหมูกลับไปอย่างว่าง่าย

นางหันไปมองรอบตัว แล้วพบว่าลูกศรสีดำไม่ได้ชี้ไปยังเสาหินเหล่านั้น

มันชี้ลึกเข้าไปในทุ่งหญ้า

ปลายทางมีศาลาหลังเล็กตั้งอยู่เพียงลำพัง ใต้ศาลามีกระจกตามวิญญาณชิ้นหนึ่งลอยอยู่เหนือแท่นหยก

ข้างกระจกมีฝักกระบี่สีดำวางอยู่

ฝักนั้นไม่มีลวดลาย ไม่มีอัญมณี และไม่มีไอสังหารรุนแรงเหมือนฝักอื่น แต่ทันทีที่จูลี่มองเห็น กระดิ่งในแหวนก็สั่นขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!

“อยู่ตรงนั้น”

จูลี่อุ้มไหสุราแล้วเดินไปยังศาลา

นางเดินผ่านเสาหินต้นแรกโดยไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่เมื่อก้าวผ่านต้นที่สอง อักขระบนพื้นก็สว่างขึ้น

ร่างโปร่งใสของชายผู้หนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นกลางศาลา

ชายผู้นั้นสวมอาภรณ์สีทอง ผมยาวถึงเอว ใบหน้าถูกหมอกบดบังจนมองเห็นไม่ชัด

มีเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่ส่องแสงสีทอง

โจวหมิงชะงักทันที

กระบี่วารีครามในมือส่งเสียงกรีดร้องแหลมคม ก่อนพุ่งหลุดจากมือเขา ลอยตรงไปยังชายในศาลา

ฝักกระบี่นับร้อยเล่มหยุดโจมตีแล้วร่วงลงบนพื้นพร้อมกัน ส่งเสียงดัง  เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

ทั้งหุบเขากลับมาเงียบสนิท

ชายในอาภรณ์สีทองยื่นมือออกไป กระบี่วารีครามลอยหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ตัวกระบี่สั่นระริกราวกับกำลังหวาดกลัว

“ผ่านไปนานถึงเพียงนี้…”

เสียงของชายผู้นั้นเหมือนกับเสียงที่ดังลงมาจากดวงตาบนท้องฟ้าไม่มีผิด

“ในที่สุดเจ้าก็กลับมา”

โจวหมิงรีบเดินไปข้างหน้า “ท่านเป็นเจ้าของเดิมของกระบี่เล่มนี้หรือ?”

ชายในอาภรณ์สีทองไม่ตอบ

ดวงตาของเขาเลื่อนผ่านโจวหมิง ก่อนหยุดลงที่จูลี่

หรือให้ถูกต้องกว่านั้น คือหยุดอยู่ที่ไหสุราในอ้อมแขนของนาง

จูลี่ก้มมองไห แล้วรีบกอดมันแน่นกว่าเดิม “ของข้า”

ร่างโปร่งใสนิ่งไปเล็กน้อย

จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นช้า ๆ

ฝักกระบี่สีดำบนแท่นหยกลอยขึ้น กระจกตามวิญญาณชิ้นที่สองพลันส่องแสงสว่างเจิดจ้า

พื้นดินทั่วทั้งหุบเขาสั่นสะเทือน

ครืน!

รอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นใต้ศาลา ไอสีดำหนาทึบทะลักออกมาจากเบื้องล่าง พร้อมเสียงโซ่เหล็กหลายสายขยับกระทบกัน

ชายในอาภรณ์สีทองมองจูลี่ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ในเมื่อเจ้าพาภาชนะของมันกลับมา…”

“ก็จงปล่อยมันออกมาด้วยตนเอง”

มือเล็กของจูลี่ค่อย ๆ ชูไหสุราขึ้น

“ท่านหมายถึงไหใบนี้หรือ?”

ยังไม่ทันมีใครตอบ ฝาไหก็เด้งเปิดออกเอง

ป๊อก!

เปลวเพลิงสีดำสายหนึ่งพุ่งออกจากปากไห ตรงเข้าไปในรอยแยกใต้ศาลา

เสียงคำรามต่ำดังสะเทือนขึ้นมาจากใต้พิภพ

โซ่เหล็กทุกสายขาดสะบั้นพร้อมกัน

และคราวนี้ แม้แต่เสียงลึกลับในร่างของจูลี่ยังร้องออกมาด้วยความตกใจ

“เด็กโง่ นั่นไม่ใช่ไหของเจ้า”

เสียงคำรามจากใต้พิภพดังขึ้นอีกครั้ง

ครืน!!!

ศาลาสีขาวสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กระเบื้องบนหลังคาร่วงลงมาแตกกระจาย เสาหินนับร้อยต้นแตกร้าวพร้อมกัน แม้แต่ม่านหมอกสีทองที่ปกคลุมหุบเขาก็เริ่มหมุนวนผิดทิศทาง

จูลี่ก้มมองไหในมือ

“ไม่ใช่ไหของข้าหรือ?”

“ไหของเจ้าอยู่ในแหวนมิติ” เสียงลึกลับในร่างตะโกนตอบ “สิ่งที่เจ้ากอดอยู่คือภาชนะผนึก”

เด็กหญิงรีบส่งจิตเข้าไปในแหวนสีดำบนนิ้วโป้ง

ภายในโลกกว้างใหญ่ อสูรเกราะศิลาอีกตัวที่นางเคยเก็บเข้าไปกำลังนอนอยู่กลางทุ่งหญ้า ส่วนไหสุราคู่ใจวางอยู่ริมแม่น้ำอย่างปลอดภัย

ก่อนเข้ามาในม่านหมอกสีทอง จูลี่กลัวว่าไหจะแตก จึงส่งมันเข้าไปเก็บไว้ในแหวนมิติ เพราะไหใบนี้ไม่สามารถใส่ในแหวนเก็บของทั่วไปได้

ส่วนไหสีดำที่นางกอดออกมาจากศาลานั้น มีรูปร่างคล้ายไหสุราของนางอยู่หลายส่วน จูลี่จึงหยิบขึ้นมาตามความเคยชิน

เด็กหญิงมองไหผนึกในมืออีกครั้ง

บนผิวไหมีอักขระโบราณสีดำซ่อนอยู่แน่นขนัด เพียงแต่ก่อนหน้านี้มันถูกฝุ่นปกคลุมจนมองไม่เห็น

จูลี่เงียบไปเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า “หยิบผิดใบ”

โจวหมิงซึ่งยืนอยู่ท่ามกลางเศษฝักกระบี่หันมามองนางช้า ๆ “เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ เจ้าจะพูดแค่ว่าหยิบผิดใบหรือ?”

จูลี่คิดหาคำพูดใหม่อย่างตั้งใจ “ข้าหยิบผิดใบมากหรือเจ้าคะ?”

โจวหมิงพูดไม่ออก แต่คิดไปคิดมา ยังไงก็ยังเป็นเด็กเจ็ดขวบ

ตอนนั้นเอง พื้นใต้ศาลาพลันระเบิดออก

ตูม!!!!!

กรงเล็บสีดำขนาดมหึมาทะลุขึ้นมาจากรอยแยก ก่อนตะปบลงบนแท่นหยกจนแตกละเอียด

เศษกระจกตามวิญญาณชิ้นที่สองกระเด็นขึ้นกลางอากาศ

จูลี่รีบกระโดดคว้าไว้ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกระจก ภาพรอบตัวก็หยุดนิ่ง

ฝุ่นซึ่งกำลังฟุ้งกระจายค้างอยู่กลางอากาศ ก้อนหินหยุดอยู่เหนือพื้น แม้แต่โจวหมิงกับอสูรเกราะศิลาก็แข็งค้างราวกับถูกแช่แข็ง

มีเพียงจูลี่ที่ยังขยับได้

เด็กหญิงมองซ้ายมองขวา ก่อนหันไปยังชายในอาภรณ์สีทอง

ร่างโปร่งใสของเขายังคงยืนอยู่กลางศาลา ดวงตาสีทองจ้องมองเศษกระจกในมือของนาง “ส่งมันมา”

จูลี่กำเศษกระจกแน่น “ไม่ให้”

“มันไม่ใช่ของเจ้า” 

“ของที่ข้าเก็บได้ก็เป็นของข้า” เด็กหญิงกอดมันไว้แล้วเอียงไปด้านข้าง เหมือนเด็กกลัวถูกแย่งของเล่น

ชายในอาภรณ์สีทองนิ่งไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนเขาไม่เคยพบผู้ใดประกาศกรรมสิทธิ์เหนือของวิเศษด้วยเหตุผลง่ายดายเช่นนี้มาก่อน

“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันคือสิ่งใด?”

จูลี่ส่ายหน้าอย่างซื่อตรง “ไม่รู้”

“แล้วเจ้ายังกล้าเก็บ?”

“เพราะไม่รู้จึงต้องเก็บไปดูก่อน” คำตอบของนางตรงไปตรงมาจนชายในอาภรณ์สีทองเงียบไปอีกครั้ง

เบื้องล่างศาลา กรงเล็บสีดำค่อย ๆ ขยับขึ้นมา แม้เวลารอบข้างจะหยุดนิ่ง แต่มันกลับไม่ได้รับผลกระทบ

อักขระสีแดงปรากฏขึ้นทีละตัวบนกรงเล็บ กลิ่นอายรุนแรงแผ่กระจายไปทั่วหุบเขา

ชายในอาภรณ์สีทองหันไปมอง ก่อนกล่าวเสียงต่ำ

“สิ่งที่ถูกผนึกอยู่เบื้องล่างคือเสี้ยววิญญาณของดินแดนแห่งนี้”

จูลี่ก้มมองรอยแยก “ตัวใหญ่หรือไม่?”

“ไม่มีรูปร่างแน่นอน” ชายคนนั้นตอบ

“กินคนหรือเปล่า?” จูลี่ยังมีท่าทีดื้อรั้น

“หากมันหลุดจากผนึก ทุกชีวิตในดินแดนลับจะถูกกลืนกิน”

จูลี่เครียดขึ้นมาทันที คนอื่นจะถูกกินหรือไม่ นางยังพอมีเวลาคิด แต่โจวหมิงกับอสูรเกราะศิลาอยู่ใกล้เกินไป หากเจ้าสิ่งนั้นหิวมาก ไม่แน่ว่าจะเริ่มกินจากสองคนนี้ก่อน

ชายในอาภรณ์สีทองยื่นมือออกมาอีกครั้ง “มอบเศษกระจกให้ข้า ข้าจะใช้มันซ่อมแซมผนึก”

จูลี่มองมือของเขา แต่ยังไม่ขยับ

เสียงลึกลับในร่างพลันเอ่ยเตือน “อย่าให้เขา”