ตอนที่ 61
ตอนที่ 61
“เพราะอะไร?” จูลี่เลิกคิ้วเล็กน้อย
“เขาไม่ใช่เจ้าของดวงตาสีทอง”
“แล้วเขาเป็นใคร?” เด็กหญิงเอียงคอสงสัย
“เพียงเงาความทรงจำซึ่งถูกทิ้งไว้ในฝักกระบี่ หากมอบเศษกระจกให้เขา ผนึกอาจอยู่ต่อได้อีกหลายร้อยปี แต่ดินแดนแห่งนี้จะไม่มีวันเป็นอิสระ”
“แล้วต้องทำอย่างไร?” เสียงนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างจริงจัง
“กลืนเสี้ยววิญญาณเข้าไป”
จูลี่ก้มมองกรงเล็บดำขนาดใหญ่ซึ่งโผล่ขึ้นมาจากใต้พื้น
“กลืนทั้งอันเลยหรือ?”
“มันไม่มีร่างจริง สิ่งที่เจ้าเห็นเป็นเพียงรูปลักษณ์จากความหวาดกลัวของผู้คน เมื่อผนึกแตก แก่นแท้ของมันจะปรากฏออกมาเอง”
ชายในอาภรณ์สีทองเหมือนรับรู้ว่าจูลี่กำลังสนทนากับบางสิ่ง สีหน้าที่เลือนรางของเขาพลันเปลี่ยนไป “อย่าฟังเสียงนั้น”
สายเกินไปแล้ว จูลี่โยนไหผนึกสีดำลงไปในรอยแยก
เพล้ง!!!!
ไหแตกกระจายทันที
เปลวเพลิงสีดำทะลักออกมา โซ่เส้นสุดท้ายซึ่งพันอยู่ใต้พิภพขาดสะบั้น
เสียงคำรามกึกก้องไปทั่วทั้งดินแดนลับ
กรงเล็บขนาดมหึมาสลายกลายเป็นหมอกดำ แล้วพุ่งขึ้นมารวมตัวเหนือหุบเขา
ภายในหมอกดำมีใบหน้าของคนและสัตว์อสูรนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นสลับกัน บ้างร้องไห้ บ้างโกรธแค้น บ้างอ้าปากกว้างราวกับต้องการกลืนกินทุกสิ่ง
ชายในอาภรณ์สีทองตะโกนเสียงดัง “หยุดมัน”
เวลาซึ่งหยุดนิ่งกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง
โจวหมิงเห็นหมอกดำพุ่งเข้าหาจูลี่ เขารีบเรียกกระบี่วารีครามกลับมา แล้วฟันปราณกระบี่ออกไปเต็มกำลัง
สับ!!!
ปราณสีครามผ่าหมอกดำออกเป็นสองส่วน แต่เพียงชั่วพริบตา มันก็รวมตัวกลับดังเดิม
“ศิษย์น้อง ถอยมา” โจวหมิงตะโกนอย่างร้อนรน
จูลี่ไม่ถอย แหวนสีดำบนนิ้วโป้งของนางร้อนขึ้นอย่างกะทันหัน
ภูเขา แม่น้ำ และทุ่งหญ้าภายในแหวนสั่นสะเทือนพร้อมกัน พลังดูดมหาศาลระเบิดออกจากแหวน ก่อนดึงหมอกดำทั้งหมดเข้ามา
เสี้ยววิญญาณของดินแดนลับพยายามต่อต้าน
ใบหน้าหลายพันใบในหมอกส่งเสียงกรีดร้องพร้อมกัน คลื่นพลังซัดโจวหมิงกระเด็นไปกระแทกเสาหิน ส่วนอสูรเกราะศิลาถูกกดจนขาทั้งสี่จมลงไปในพื้น
จูลี่ยื่นมือไปข้างหน้า แหวนสีดำส่งแรงดูดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“เข้ามา” หมอกดำดิ้นพล่านอยู่กลางอากาศ “อย่าดื้อ”
เด็กหญิงขมวดคิ้ว ก่อนตบแหวนบนนิ้วโป้งสองครั้ง “เข้าไปอยู่กับเจ้าหิน มีทั้งภูเขา ทั้งแม่น้ำ ที่ก็กว้าง เจ้ายังจะเลือกอีกหรือ?”
อสูรเกราะศิลาซึ่งกำลังยันตัวไม่ให้ปลิวเงยหน้าขึ้นทันที
เหตุใดนางพูดเหมือนโลกในแหวนเป็นบ้านของมันไปแล้ว?
มันยังไม่เคยตกลงสักคำ
หมอกดำส่งเสียงคำรามสุดท้าย ก่อนถูกดึงเข้าไปในแหวนจนหมด
ทันทีที่เสี้ยววิญญาณหายไป ความเงียบก็เข้าปกคลุมหุบเขา
จากนั้นพื้นดินทั้งผืนก็สั่นสะเทือนรุนแรงกว่าเดิม
ท้องฟ้าเกิดรอยแยกนับพันสาย ภูเขารอบหุบเขาเริ่มพังทลาย พลังปราณที่สะสมมานานหลายหมื่นปีไหลเข้าหาแหวนสีดำราวกับสายน้ำ
เศษกระจกตามวิญญาณในมือจูลี่ส่องแสงขึ้น
กระจกชิ้นแรกบินออกจากแหวนเก็บของ แล้วประกบเข้ากับชิ้นที่สอง
รอยต่อระหว่างกระจกทั้งสองหายไปทันที
แม้กระจกจะยังไม่สมบูรณ์ แต่เงาสะท้อนบนพื้นผิวกลับชัดเจนขึ้น
ในกระจกปรากฏภาพเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งกำลังยืนอยู่กลางความมืด เบื้องหลังของนางมีเงาร่างขนาดมหึมาซึ่งถูกเพลิงสีดำปกคลุม
ก่อนจูลี่จะมองชัด ภาพนั้นก็เลือนหายไป
พลังปราณรอบหุบเขายังคงไหลเข้าสู่แหวนอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งทะลักผ่านร่างของจูลี่ ก่อนกระจายออกไปรอบตัว
โจวหมิงรีบนั่งลงโคจรพลัง รับพลังปราณบริสุทธิ์เข้าสู่เส้นลมปราณ
อสูรเกราะศิลาไม่มีวิชาบำเพ็ญเช่นมนุษย์ มันจึงอ้าปากกลืนพลังปราณเข้าไปโดยตรง
แสงสีน้ำตาลเข้มห่อหุ้มร่างใหญ่โตของมัน
รอยแตกร้าวบนเกราะค่อย ๆ สมานตัว เกราะหินสีเทาเปลี่ยนเป็นสีดำเข้ม ขนาดของร่างกายไม่ได้ใหญ่ขึ้นมากนัก แต่พลังที่แผ่ออกมากลับมั่นคงกว่าเดิมหลายเท่า
อสูรเกราะศิลาเงยหน้าคำราม
โฮก!
คลื่นพลังแผ่ออกไปรอบตัว เศษหินที่ตกลงมาจากยอดเขาถูกกระแทกจนแหลกละเอียด
โจวหมิงลืมตาขึ้น “มันเลื่อนระดับแล้ว”
อสูรเกราะศิลาก้มมองกรงเล็บของตนเองด้วยความตื่นเต้น
เดิมทีมันอยู่ในระดับย่อยขั้นต้นมานานหลายปี ไม่ว่าจะกินสมุนไพรหรือดูดซับพลังจากแร่หินมากเพียงใดก็ไม่สามารถก้าวหน้าได้
แต่พลังเมื่อครู่กลับช่วยให้มันเลื่อนจากขั้นต้นเข้าสู่ขั้นกลางได้สำเร็จ
แม้ยังไม่ใช่การเลื่อนระดับใหญ่ แต่ความแข็งแกร่งของเกราะ พละกำลัง และความเร็วล้วนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
มันกระทืบเท้าลงบนพื้นเพื่อทดลองพลัง
ตูม!
พื้นดินยุบเป็นหลุมขนาดใหญ่ทันที
จูลี่ซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ เสียหลักตกลงไปในหลุม เหลือเพียงมือข้างหนึ่งที่เกาะขอบเอาไว้
อสูรเกราะศิลารีบก้มลงมอง
เด็กหญิงปีนกลับขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ ปัดฝุ่นบนเสื้อ ก่อนเงยหน้ามองมัน “ดีใจหรือ?”
อสูรเกราะศิลาผงกหัว
“อยากเลื่อนอีกหรือไม่?”
มันรีบผงกหัวแรงกว่าเดิม
จูลี่ชี้ไปยังหลุมข้างตัว “ถ้ากระทืบพื้นใกล้ข้าอีก จะไม่ได้กินโอสถแล้ว”
อสูรเกราะศิลารีบใช้เท้าโกยดินกลบหลุมทันที ท่าทางขยันขันแข็งราวกับหลุมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับมันแม้แต่น้อย
โจวหมิงลุกขึ้นเดินมาหา เขามองอสูรเกราะศิลาซึ่งกำลังกลบดิน แล้วหันมองแหวนของจูลี่
“เมื่อครู่เจ้าเก็บสิ่งใดเข้าไป?”
“เสี้ยววิญญาณของดินแดนลับ”
โจวหมิงนิ่งไป “เจ้าเก็บดินแดนลับเข้าแหวนหรือ?”
จูลี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง “น่าจะใช่เจ้าค่ะ”
สีหน้าของโจวหมิงแข็งค้าง
เขาเพิ่งได้กระบี่วิเศษและเลื่อนระดับ คิดว่าการเดินทางครั้งนี้ตนเองได้รับวาสนาครั้งใหญ่แล้ว
แต่ศิษย์น้องของเขาเก็บดินแดนลับทั้งแห่งไปอย่างไม่แน่ใจด้วยซ้ำ
ทันใดนั้น เสียงแตกร้าวก็ดังขึ้นเหนือศีรษะ
เปรี๊ยะ!
ท้องฟ้าแยกออกเป็นสองส่วน แสงจากโลกภายนอกส่องผ่านรอยแยกลงมา ขณะเดียวกันเสียงเก่าแก่ของดินแดนลับก็ดังก้องไปทั่วทุกพื้นที่
“เสี้ยววิญญาณได้พบเจ้าของใหม่”
“ผนึกทั้งหมดสิ้นสุดลง”
“ดินแดนแห่งนี้จะปิดตัวในอีกหนึ่งก้านธูป”
เหล่าศิษย์จากสำนักต่าง ๆ ซึ่งกำลังค้นหาสมบัติอยู่ทั่วดินแดนลับหยุดชะงักพร้อมกัน
บางคนกำลังเก็บสมุนไพร
บางคนกำลังต่อสู้แย่งชิงอาวุธวิเศษ
บางคนเพิ่งเปิดประตูห้องสมบัติได้สำเร็จ
เมื่อได้ยินว่าจะถูกส่งออกไปในอีกหนึ่งก้านธูป ทุกคนก็เร่งมือเก็บของตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง
แต่เสียงเก่าแก่ยังกล่าวไม่จบ
“ผู้ใดไม่ออกไปภายในเวลาที่กำหนด จะถูกกลืนรวมเป็นส่วนหนึ่งของดินแดน”
ทั่วทั้งดินแดนลับเงียบไปหนึ่งลมหายใจ
จากนั้นเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นทุกทิศทาง
“หนีเร็ว!”
“ประตูทางออกอยู่ที่ใด!”
“อย่าเก็บแล้ว ชีวิตสำคัญกว่า!”
จูลี่เงยหน้ามองรอยแยกบนท้องฟ้า “เราจะออกอย่างไร?”
โจวหมิงชี้ไปยังลำแสงสีขาวซึ่งปรากฏอยู่กลางหุบเขา “คงเป็นตรงนั้น”
ฝักกระบี่สีดำบนแท่นหยกลอยมาหยุดตรงหน้าเขา
กระบี่วารีครามสั่นเบา ๆ ก่อนพุ่งเข้าไปในฝักด้วยตนเอง
คราวนี้ไม่มีเสียงแตก
ทันทีที่กระบี่กับฝักรวมกัน อักขระสีฟ้าบนฝักก็สว่างขึ้น ปราณกระบี่อันสงบนิ่งแผ่ออกมา คลุมร่างของโจวหมิงชั่วครู่ก่อนจางหาย
ร่างของชายในอาภรณ์สีทองค่อย ๆ โปร่งใสขึ้น เขามองโจวหมิงเป็นครั้งสุดท้าย
“เมื่อกระบี่กลับคืนสู่ฝัก ความทรงจำที่หลับใหลจะตื่นขึ้นทีละส่วน”
โจวหมิงรีบถาม “เจ้าของเดิมของมันเป็นใคร?”
ชายผู้นั้นไม่ตอบ เขาเพียงหันไปมองจูลี่
“วันหนึ่ง เจ้าจะเสียใจกับสิ่งที่กลืนเข้าไป”
จูลี่ก้มมองท้องตัวเอง “ข้าไม่ได้กลืน แหวนกลืน”
ร่างโปร่งใสของชายผู้นั้นสั่นไหวเล็กน้อย
ถ้อยคำสุดท้ายที่เตรียมไว้นานนับหมื่นปีหายไปจากหัวของเขาจนหมด
สุดท้ายเขาจึงสลายตัวไปอย่างเงียบ ๆ
โจวหมิงกระโดดขึ้นหลังอสูรเกราะศิลา ก่อนดึงจูลี่ขึ้นมานั่งด้านหน้า
“เจ้าหิน ไปที่ลำแสงนั่น!”
อสูรเกราะศิลาพุ่งออกไปทันที
หลังจากเลื่อนจากขั้นต้นเป็นขั้นกลาง ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เกราะสีดำพุ่งผ่านทุ่งหญ้าราวกับก้อนหินที่ถูกยิงออกจากหน้าไม้
เสาหินล้มครืนตามหลังพวกเขา ภูเขาทั้งสองข้างพังถล่มลงมา
เมื่อลำแสงสีขาวอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบจั้ง พื้นดินเบื้องหน้าก็แยกออก
อสูรเกราะศิลากระโดดสุดแรง
ร่างใหญ่โตลอยข้ามเหว ก่อนพุ่งเข้าไปในลำแสงได้อย่างหวุดหวิด
แสงสีขาวสว่างวาบ
โลกทั้งใบพลิกกลับในพริบตา