LNCrawler

ตอนที่ 64

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 64

ภาพของเด็กหญิงถูกโซ่สีทองตรึงไว้ยังคงลอยอยู่เหนือกระจกตามวิญญาณ ทว่าหลังจากเอ่ยประโยคนั้น ร่างของนางก็ค่อย ๆ เลือนรางลง

จูลี่พยายามขยับเข้าไปใกล้ “ช่วยยังไง? แล้วอยู่ที่ไหน?”

“ข้าไม่รู้….” เด็กหญิงส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง

จูลี่นิ่งไปครู่หนึ่ง นางไม่รู้ว่าเด็กคนนี้อยู่ที่ใด ไม่รู้ว่าใครจับตัวไป และไม่รู้ว่าต้องเดินทางไปทางไหน

นางอยากช่วยก็จริง แต่ต่อให้ขี่เจ้าหินออกไปเดี๋ยวนี้ ก็คงทำได้เพียงวิ่งวนรอบสำนักชิงเฟิงจนเจ้าหินเหนื่อยตาย

“เช่นนั้นเจ้ารอก่อน”

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้น “พี่สาวจะมาช่วยข้าหรือ?”

“หากหาเจอ” ถ้าเจอก็ช่วย ไม่เจอจะช่วยยังไง 

“แล้วเมื่อใดจะหาเจอ?”

“ไม่รู้” ก็ในเมื่อไม่มีข้อมูลใด ๆ ที่เป็นประโยชน์แล้วจะไปหาจากไหน นอกจากเดินสะดุดตอไม้เจอก็อีกเรื่องหนึ่ง

เด็กหญิงเงียบไป

จูลี่เองก็เงียบเช่นกัน

ไม่นานภาพเหนือกระจกก็สั่นไหว ก่อนดับวูบลง กระจกตามวิญญาณทั้งสองชิ้นแยกออกจากกันแล้วร่วงลงบนพื้นหญ้า

จูลี่เก็บกระจกและกระดิ่งใส่แหวนวงหนึ่งอย่างระมัดระวัง ปริศนานี้มีทั้งเด็กหญิง ดวงตาสองสี ตำหนักสีดำ และคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ทว่านางไม่รู้จักสิ่งใดเลยสักอย่าง

คิดต่อไปก็หิวเปล่า ๆ พักไว้ก่อนดีกว่า

จูลี่หันไปมองกองสิ่งของที่นำออกมาจากดินแดนลับ

ซากอาวุธมากมาย มีทั้งดีและไม่ดี กล่องไม้ที่ไม่มีของข้างใน แต่ที่มากคือสมุนไพรอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด 

มีค่าหรือเปล่าไม่แน่ใจ เพราะยังไม่ได้เรียนรู้ก็จึงไม่รู้จัก ผลไม้ปราณ แร่สีประหลาด และเศษสมบัติอีกหลายชิ้น เรียกว่าเหมามาทั้งดินแดนลึกลับ

จูลี่พยักหน้า

เรื่องช่วยคนเอาไว้ทีหลัง เรื่องปากท้องสำคัญกว่า ไม่ใช่ว่าไม่ช่วย แต่มีเบาะแสแล้วค่อยคุยกัน

นางถอนจิตออกจากแหวนมิติ เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าโจวหมิงกำลังนั่งอยู่ข้าง ๆ ส่วนเรือเหาะของสำนักชิงเฟิงกำลังแล่นผ่านทะเลเมฆอย่างราบรื่น

โจวหมิงเห็นนางลืมตาก็รีบถาม “เจ้าเป็นอะไร? เมื่อครู่ข้าเรียกตั้งหลายครั้ง”

“ข้าคิดเรื่องสำคัญอยู่เจ้าค่ะ” เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม

“เรื่องดินแดนลับหรือ?” 

“เรื่องปลา”

โจวหมิงสูดลมหายใจลึก ก่อนหันหน้าออกไปมองทะเลเมฆ

เขาไม่น่าถาม

หนึ่งชั่วยามต่อมา เรือเหาะของสำนักชิงเฟิงก็ลดระดับลงเหนือยอดเขา

ทันทีที่เรือจอดสนิท บรรดาศิษย์ต่างทยอยลงจากเรือด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า หลายคนรีบกลับที่พัก บางคนรีบไปรายงานตัวต่ออาจารย์ของตน

มีเพียงจูลี่ที่เดินตรงไปยังหุบเขาโอสถ

โจวหมิงเดินตามหลัง “เจ้าไม่กลับไปพักก่อนหรือ?”

“ข้ากำลังกลับไปพักเจ้าค่ะ” เด็กน้อยซอยเท้าก้าวเดินยิก ๆ

“แล้วเหตุใดจึงเดินเร็วเช่นนี้?”

“กลัวปลารอนาน” จูลี่ตอบแต่ก็เดินไม่หยุด

โจวหมิงมองแผ่นหลังเล็ก ๆ ของนาง ไม่เข้าใจว่าปลาที่ตายไปแล้วจะรีบร้อนไปทำไม

เมื่อทั้งสองกลับมาถึงเขตเรือนพักศิษย์รับใช้ โมเจียกำลังนั่งคัดแยกสมุนไพรอยู่หน้ากระท่อม นางได้ยินเสียงฝีเท้าจึงเงยหน้าขึ้น

“จูลี่?” โมเจียวางสมุนไพรลงแล้วลุกขึ้น สีหน้าทั้งโล่งใจทั้งดีใจ “ในที่สุดเจ้าก็กลับมา ข้าได้ยินว่าดินแดนลับปิดตัวกะทันหัน เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?”

“ไม่บาดเจ็บเจ้าค่ะ”จูลี่กางแขนทั้งสองข้างให้ตรวจดูแล้วหมุนรอบหนึ่ง 

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว รีบเข้าไปพักเถอะ เอ้านี่หมูที่ย่างไม่ทันวันนั้นนะ” โมเจียส่งถุงเก็บของที่ใส่หมูเขี้ยวน้ำเงินจนเต็มให้จูลี่

“ขอบคุณเจ้าค่ะ ศิษย์พี่ นี่ฝากท่านย่างเกลือให้หน่อยเจ้าค่ะ” เด็กหญิงรับถุงเก็บของที่มีหมูเขี้ยวน้ำเงินอยู่เพียงไม่กี่ตัวมาเก็บ แล้วก็รูดแหวนเก็บของระดับต่ำสี่วงให้โม่เจียหมดเลย

“ในนี้คือ?” โมเจียรรับมาแล้วส่องดูก็ตาเบิกกว้าง “ปลา????”

ต้องบอกว่าสำนักชิงเฟิงไม่เคยมีทะเลสาป ดังนั้นสัตว์อสูรประเภทปลาหายากมาก

“เจ้าค่ะ ฝากศิษย์พี่ด้วย เดี๋ยวจะเอาเกลือมาให้เจ้าค่ะ” ปลาจำนวนมากเพียงนี้จำเป็นต้องใช้เกลือเยอะ

แต้มสำนักไม่มีแล้วจำเป็นต้องเข้าไปในเมืองสักครั้งหนึ่งก่อน 

“นี่ นี่ เจ้าไปได้ปลาพวกนี้มาจากไหน” แหวนวงแรกมีปลาเต็มพื้นที่พอเข้าใจ วงที่สองก็ใช่ วงที่สามก็ใช่ ทั้งสี่วงเป็นไปด้วยปลา

“ในดินแดนลึกลับเจ้าค่ะ” 

โมเจียยืนอึ้ง “ทั้งหมดนี้ต้องย่างหรือ?”

“ยังไม่หมดเจ้าค่ะ”

มือของจูลี่รูดแหวนระดับสูงออกมาอีกสามวง 

โมเจียรีบพุ่งเข้ามาจับข้อมือนางไว้ “พอก่อน”

ย่างหมดนี่ต้องใช้เวลากี่วันถึงเสร็จ

“ปลาเหล่านี้เป็นอสูรน้ำระดับสูง บางตัวใกล้ถึงระดับกลางแล้ว เนื้อของมันมีพลังปราณเข้มข้นกว่าหมูเขี้ยวน้ำเงินมาก ไม่ควรนำมาย่างกินทั้งหมด” โจวหมิงซึ่งยืนอยู่ด้านหลังรีบพูดขึ้น ก่อนที่ศิษย์น้องของเขาจะพุงแตกตาย

โมเจียพยักหน้าเห็นด้วยทันที “ถูกต้อง ปลาชนิดนี้หายากมาก หากนำไปขายที่หอภารกิจ อย่างน้อยหนึ่งตัวน่าจะแลกได้หลายพันแต้ม”

ดวงตาของจูลี่สว่างขึ้น “หลายพันแต้ม?”

“งั้นย่างครึ่งหนึ่ง ขายครึ่งหนึ่ง” 

ถึงอย่างนั้นก็ยังเยอะอยู่ดี คงใช้เวลาหลายวันกว่าจะเสร็จ 

“จูลี่ ข้าย่างปลาให้เจ้าได้ แต่ตัวมันใหญ่เกินไป เตาปรุงอาหารของเราคงใส่ไม่ลง” ปลาแต่ละตัวใหญ่กว่าหมูเขี้ยวน้ำเงินเสียอีก 

“ผ่าก่อนก็ได้เจ้าค่ะ”

“แล้วจะให้ข้าใช้สิ่งใดผ่า?” นางเป็นแค่ศิษย์รับใช้ ต่อให้ปลากระบี่เงินพวกนี้ตายแล้ว มีดทำครัวที่มีก็ผ่าไม่ได้อยู่ดี

จูลี่หันไปมองโจวหมิง

โจวหมิงถอยหลังหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ

“กระบี่วารีครามของข้าเป็นอาวุธ ไม่ใช่มีดทำครัว”