ตอนที่ 72
ตอนที่ 72
ผู้เฒ่าผมขาวกำเชือกจนเส้นเลือดปูดโปน ได้ยินคำถามนั้นก็เกือบสำลักลมหายใจ
“มันไม่ได้เดิน! มันกำลังจะระเบิด”
สิ้นเสียง เตาหลอมพลันกระตุกอย่างรุนแรง
เชือกหลุดจากมือคนทั้งสี่ เตาหลอมขนาดใหญ่กลิ้งลงจากบันไดร้าน กระแทกพื้นถนนดังสนั่น ก่อนพุ่งตรงมายังเด็กหญิงชุดเทาซึ่งยืนกอดไหสุราอยู่กลางทาง
ผู้คนรอบข้างแตกตื่น
“แม่หนูน้อย หลบเร็ว” ชายชรากล่าวอย่างเร่งร้อน
จูลี่มองเตาหลอมที่กำลังพุ่งเข้ามา ก่อนก้มมองไหสุราในอ้อมแขน
หากนางหลบ ไหอาจหล่น
หากไหหล่น สุราอาจหก
เมื่อคิดถึงผลที่ตามมา เด็กหญิงจึงตัดสินใจไม่หลบ
นางยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นแล้วเหยียบลงไปบนเตาหลอม
ตูม!!!!
เตาหลอมจมลงไปในพื้นหินเกือบครึ่งใบ รอยแตกร้าวแผ่กระจายออกไปรอบด้านราวใยแมงมุม
ถนนทั้งสายเงียบกริบ
ผู้เฒ่าที่เพิ่งลุกขึ้นได้อ้าปากค้าง ศิษย์ปรุงยาทั้งสามยังนอนกอดเชือกอยู่บนพื้น แต่ไม่มีใครคิดลุกขึ้นมา
เตาหลอมที่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานหนึ่งคนกับศิษย์อีกสามคนลากไม่อยู่ กลับถูกเด็กอายุเจ็ดขวบเหยียบหยุดด้วยเท้าข้างเดียว
ที่สำคัญ นางยังคงกอดไหสุราไว้แน่น แม้แต่สุราสักหยดก็ไม่กระฉอกออกมา
ผู้เฒ่ามองเด็กหญิงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า พยายามสัมผัสพลังปราณจากร่างนาง ทว่ากลับไม่พบสิ่งใด
“แม่หนูน้อย เจ้าอยู่ระดับใด?”
จูลี่ก้มมองเตาหลอมใต้ฝ่าเท้า “ไม่รู้เจ้าค่ะ”
“อาจารย์ของเจ้าไม่เคยบอกหรือ?”
“คนในสำนักบอกว่าข้าไม่มีตบะ”
ผู้เฒ่าหันไปมองรอยแตกร้าวบนพื้น ก่อนเงยหน้ามองนางอีกครั้ง
หากเด็กคนนี้เรียกว่าไม่มีตบะ ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานอย่างเขาคงเป็นเพียงคนชราที่มีหนวดไว้ให้ไฟเผาเล่นเท่านั้น
กึก!!!!
เตาหลอมสั่นขึ้นมาอีกครั้ง
จูลี่ก้มลงฟัง เสียงกระแทกดังมาจากภายในเป็นระยะ คล้ายมีบางอย่างกำลังวิ่งวนอยู่ในนั้น
“ข้างในมีของ”
สีหน้าผู้เฒ่าเปลี่ยนทันที “อย่าเปิด”
จูลี่ก้มลงยกฝาเตา
“ข้าบอกว่าอย่า……” ชายชรายังพูดไม่ทันจบประโยคก็ต้องขวัญหนีดีฝ่อ
ตูม!!!!
ฝาเตาพุ่งขึ้นไปบนฟ้า เปลวเพลิงสีแดงทะยานสูงหลายจั้ง ควันดำแผ่กระจายจนผู้คนโดยรอบมองเห็นสิ่งใดไม่ชัด
ท่ามกลางเปลวไฟ เงาร่างสีแดงขนาดเท่าแมวกระโจนออกมาจากเตาหลอม
มันเหยียบศีรษะของศิษย์ปรุงยาคนหนึ่ง ก่อนกระโดดขึ้นไปบนหลังคาร้านค้าอย่างคล่องแคล่ว
เมื่อควันจางลง ทุกคนจึงมองเห็นว่ามันคือหนูอสูรตัวหนึ่ง ขนทั่วร่างเป็นสีแดงเพลิง ปลายหางมีเปลวไฟลุกไหม้ กระพุ้งแก้มทั้งสองข้างป่องออกจนแทบกลมเท่าศีรษะ
“หนูเพลิงกลืนโอสถ!”
ผู้เฒ่าผมขาวกระทืบเท้าด้วยความเดือดดาล “ที่แท้ก็เป็นเจ้า ข้าสงสัยอยู่ว่าเหตุใดโอสถในร้านจึงหายทุกสามวัน”
หนูเพลิงยกขาหน้าขึ้นเกาท้อง ก่อนหันหลังให้ผู้เฒ่าแล้วสะบัดหาง ประกายไฟกระเด็นลงมาเผาหนวดอีกครึ่งหนึ่งของเขา
ผู้เฒ่าตบหนวดตนเองเป็นพัลวัน พรางร้องเสียงดัง
“จับมัน ในปากของมันมีโอสถอยู่หลายพันหินวิญญาณเลยนะ”
ผู้ฝึกตนที่กำลังจะหลบหนีหยุดฝีเท้าทันที
เมื่อครู่เตาจะระเบิด ไม่มีผู้ใดอยากเข้าใกล้ แต่เมื่อได้ยินคำว่าหลายพันหินวิญญาณ ทุกคนพลันรู้สึกว่าไฟในเตาหลอมก็ไม่ได้ร้อนถึงเพียงนั้นแล้ว
คนสิบกว่าคนทะยานขึ้นไปบนหลังคาพร้อมกัน
หนูเพลิงตกใจ รีบวิ่งหนีเต็มกำลัง
กระเบื้องหลังคาแตกกระจายไปตลอดทาง ผู้ฝึกตนที่ไล่ตามมาชนกันเอง บางคนตกลงในถังน้ำ บางคนทะลุหลังคาร้านอาหาร อีกคนเหยียบชายเสื้อตนเองแล้วกลิ้งลงจากหลังคา กวาดคนที่ตามหลังมาร่วงลงไปด้วยกันทั้งแถบ
ผู้เฒ่าหันกลับมาเห็นจูลี่ยังยืนอยู่ที่เดิม จึงรีบถาม
“แม่หนูน้อย เหตุใดเจ้าไม่ตามไป?”
“ข้าวิ่งไม่ทันเจ้าค่ะ” นางไม่ได้โกหก ขานางสั้นขนาดนี้จะไปวิ่งทันใครได้
ผู้เฒ่าก้มมองเตาหลอมซึ่งจมอยู่ใต้ฝ่าเท้านาง แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง
เด็กคนนี้เห็นเขาเป็นคนแก่ตาบอดหรืออย่างไร
เสียงโครมครามบนหลังคาดังห่างออกไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็มีเปลวไฟลุกขึ้นจากชายคาร้านผ้าแห่งหนึ่ง
เจ้าของร้านเงยหน้าขึ้นเห็นหลังคาตนเองมีควันพวยพุ่งก็ร้องเสียงหลง
“ไฟไหม้ รีบเอาน้ำมา”
ผู้ฝึกตนสองคนซึ่งกำลังไล่ตามหนูเพลิงหยุดช่วยดับไฟ ส่วนคนที่เหลือยังคงวิ่งต่อไป
หนูเพลิงหันกลับมาเห็นจำนวนผู้ไล่ล่าลดลง ดวงตากลมเล็กพลันฉายแววเจ้าเล่ห์ มันสะบัดหางอีกครั้ง เปลวไฟสามสายพุ่งไปยังร้านค้าอีกฝั่ง
ร้านขายผ้าถูกไฟไหม้เพิ่มอีกสองร้าน
คราวนี้ผู้ไล่ล่าครึ่งหนึ่งต้องหยุดช่วยดับไฟ เหลือเพียงสามคนที่ยังตามมันไปอย่างไม่ลดละ
ผู้เฒ่าผมขาวเห็นภาพนั้นก็ร้อนใจจนกระทืบเท้า “เจ้าหนูนั่นฉลาดยิ่งนัก หากปล่อยให้มันหนีไป วันนี้ถนนทั้งสายคงถูกเผาจนหมด!”
จูลี่เงยหน้ามองหนูเพลิงซึ่งกำลังวิ่งวนอยู่บนหลังคา “มันไม่หนีหรอกเจ้าค่ะ”
“เหตุใดจะไม่หนี?”
“หากจะหนี มันคงออกนอกเมืองไปแล้ว”
ผู้เฒ่าชะงัก ก่อนรีบเงยหน้ามองอีกครั้ง
หนูเพลิงไม่ได้มุ่งหน้าไปทางกำแพงเมืองจริง ๆ มันเพียงวิ่งวนรอบย่านการค้า บางครั้งก็หยุดมองกลับมายังร้านโอสถ คล้ายกำลังรอคอยบางอย่าง
ผู้เฒ่ามองตามสายตาของมัน ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไป “แย่แล้ว”
ศิษย์ปรุงยาคนหนึ่งรีบถาม “เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ?”
“ขวดโอสถสร้างรากฐานของข้าหายไป!”
“ท่านไม่ได้เก็บไว้ในห้องลับหรือ?”
“ข้าเพิ่งหลอมเสร็จเมื่อเช้า เดิมคิดจะนำไปเก็บหลังจัดการเตาหลอมเรียบร้อย จึงพกติดตัวเอาไว้ก่อน”
ผู้เฒ่าก้มมองอกเสื้อของตน รอยเชือกที่พาดผ่านตัวทำให้ชายเสื้อฉีกออกเล็กน้อย กระดุมหยกเม็ดหนึ่งหายไปตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ
เขาพลันนึกถึงตอนที่เตาหลอมกลิ้งลงจากบันได เงาสีแดงสายหนึ่งเคยพุ่งเฉียดผ่านตัวเขาไป ทว่าเวลานั้นทุกคนมัวแต่ยื้อเตาหลอมจึงไม่มีใครสนใจ
ผู้เฒ่าเงยหน้าขึ้นมองกระพุ้งแก้มป่องของหนูเพลิง ดวงตาค่อย ๆ แดงก่ำ
“ที่แท้มันไม่ได้เพิ่งออกมาจากเตา…”
ศิษย์ทั้งสามชะงัก
“มันแอบออกมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้วหรือขอรับ?”
“มันขโมยโอสถของข้า แล้วมุดกลับเข้าไปซ่อนในเตา”
หนูเพลิงบนหลังคาได้ยินดังนั้นก็ยกขาหน้าปิดกระพุ้งแก้มทันที ก่อนค่อย ๆ หันหน้าหนี ทำราวกับเรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมัน
ผู้เฒ่าชี้นิ้วขึ้นไป มือสั่นจนแทบควบคุมไม่อยู่
“จับมันให้ได้ โอสถสร้างรากฐานอยู่ในปากมัน”