LNCrawler

ตอนที่ 73

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 73

“จับมันให้ได้ โอสถสร้างรากฐานอยู่ในปากมัน”

ผู้ฝึกตนที่กำลังช่วยดับไฟหยุดมือพร้อมกัน

ถังน้ำหลายใบตกลงพื้นดังโครม

เจ้าของร้านผ้าซึ่งกำลังยืนเฝ้าหลังคาที่ลุกไหม้มองคนเหล่านั้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

“พวกเจ้าจะไปไหน หลังคาข้ายังไหม้อยู่”

ผู้ฝึกตนคนหนึ่งยัดถังน้ำใส่มือเขา “เจ้าดับไปก่อน ข้าจะไปช่วยรักษาโอสถสร้างรากฐาน”

พูดจบก็ทะยานขึ้นหลังคาทันที

ผู้ฝึกตนที่เหลือต่างทำตาม คนเกือบครึ่งถนนพากันไล่ตามหนูเพลิงตัวเดียว ทิ้งให้เจ้าของร้านผ้ายืนถือถังน้ำอยู่เพียงลำพัง

เขามองหลังคาไฟไหม้ของตนเอง ก่อนมองแผ่นหลังคนเหล่านั้น

“รักษาโอสถบ้านเจ้าน่ะสิ กลับมาดับไฟร้านข้าก่อน”

หนูเพลิงเห็นผู้ไล่ล่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าก็ตกใจ มันเร่งฝีเท้าจนร่างกลายเป็นเงาสีแดงสายหนึ่ง วิ่งข้ามชายคาหลายหลังในพริบตา

ผู้ฝึกตนสองคนกระโจนเข้าขวางจากด้านหน้า

มันสะบัดหาง เปลวไฟพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของทั้งคู่ บังคับให้พวกเขาต้องรีบหลบ จากนั้นจึงเหยียบไหล่คนหนึ่งกระโดดข้ามไปอย่างคล่องแคล่ว

อีกสามคนพยายามล้อมจากด้านข้าง แต่กลับชนกันเองกลางอากาศ ก่อนร่วงลงไปในร้านขายเครื่องลายคราม

เพล้ง!!!!

เสียงถ้วยชามแตกดังต่อเนื่องยาวนานหลายอึดใจ

เจ้าของร้านเครื่องลายครามยืนตัวแข็งอยู่หลังโต๊ะ ค่อย ๆ เงยหน้ามองรูขนาดใหญ่บนหลังคา จากนั้นก้มมองเศษเครื่องลายครามซึ่งกองอยู่เต็มพื้น

ผู้ฝึกตนที่ตกลงมารีบลุกขึ้น “ข้ากำลังช่วยจับหนูเพลิง”

เจ้าของร้านหยิบแจกันที่เหลือรอดเพียงใบเดียวขึ้นมา

“วันนี้ข้าจะช่วยฝังเจ้าเอง”

ด้านนอกร้าน ผู้เฒ่าผมขาวเดินวนไปมาอย่างร้อนใจ เขาอยากลงมือด้วยตนเอง แต่หนูเพลิงเคลื่อนไหวรวดเร็วเกินไป ทั้งโอสถยังอยู่ในปากของมัน หากโจมตีแรงเกินไป ขวดหยกที่ใส่โอสถในปากหนูอาจแตก หรือเลวร้ายกว่านั้นคือโอสถถูกไฟเผาจนเสียหาย

จูลี่ยังคงยืนกอดไหสุราอยู่ที่เดิม

นางเงยหน้ามองหนูเพลิงวิ่งวนรอบย่านการค้าอยู่สามรอบ ก่อนก้มมองเตาหลอมที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า

“มันกำลังกลับมา”

ผู้เฒ่าหันขวับ “อะไรนะ?”

“มันกำลังกลับมาที่เตาเจ้าค่ะ”

“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”

“ทุกครั้งที่ไม่มีคนขวาง มันจะวิ่งมาทางนี้”

ผู้เฒ่าเงยหน้ามองอีกครั้ง

หนูเพลิงกำลังวิ่งย้อนกลับมาจริง ๆ มันวนเป็นวงกว้างเพื่อหลอกผู้ไล่ล่า ก่อนค่อย ๆ ลดระยะเข้าใกล้ร้านโอสถทีละน้อย

เห็นได้ชัดว่าเตาหลอมเป็นที่ซ่อนของมันมาเป็นเวลานาน แม้จะถูกพบตัวแล้ว มันก็ยังไม่ยอมทิ้งรังง่าย ๆ

ผู้เฒ่าผมขาวรีบกางแขนขวางหน้าเตา “รีบหาคนมาปิดทาง”

จูลี่มองร่างผอมแห้งของเขา แล้วเอ่ยเตือนอย่างหวังดี

“ท่านยืนตรงนี้ ประเดี๋ยวมันก็เผาผมท่านอีกหรอกเจ้าค่ะ”

ผู้เฒ่ายกมือแตะเส้นผมที่เหลืออยู่เพียงครึ่งศีรษะ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เขาขยับออกจากหน้าเตาอย่างเงียบ ๆ 

มิใช่เพราะกลัว เพียงแต่ผมที่เหลืออยู่มีไม่มากแล้ว หากถูกเผาอีกครั้ง ต่อไปเขาคงต้องเปลี่ยนจากผู้เฒ่าผมขาวเป็นผู้เฒ่าศีรษะขาวแทน

จูลี่ก้มลงจับขอบเตาหลอม

“แม่หนูน้อย เจ้าจะทำอะไร?”

นางยกเตาหลอมขึ้นจากหลุมด้วยมือเดียว จากนั้นหมุนปากเตาให้หันไปทางถนน

ผู้เฒ่ามองภาพนั้น ดวงตากระตุกอยู่หลายครั้ง

เขากับศิษย์สามคนใช้เชือกลากแทบตาย เด็กคนนี้กลับยกมันเหมือนยกตะกร้าผัก

“เจ้าไม่คิดจะเอาเตาไปตีมันกระมัง?” เขาถามอย่างหวาดระแวง

“ไม่เจ้าค่ะ”

ผู้เฒ่าถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ข้าจะรอให้มันวิ่งเข้ามาเอง”

ผู้เฒ่าเงียบไป

ฟังดูง่ายเกินไปหรือไม่?

บนหลังคา หนูเพลิงหลอกล่อผู้ไล่ล่าให้วิ่งเลยไปอีกทาง ก่อนหมุนตัวกลางอากาศแล้วพุ่งตรงมายังร้านโอสถ

มันเห็นปากเตาหลอมเปิดอยู่ ดวงตาพลันเป็นประกาย

ผู้เฒ่าตะโกนขึ้นทันที “มันมาแล้ว”

หนูเพลิงกระโดดลงจากหลังคา ร่างเล็กพุ่งผ่านอากาศราวลูกธนูเพลิง ตรงเข้าไปในเตาหลอมโดยไม่ลังเล

ทันทีที่ปลายหางของมันพ้นปากเตา จูลี่ก็หยิบฝาซึ่งตกอยู่ข้างทางขึ้นมาปิด

เคร้ง!

ภายในเตาเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเกิดเสียงกระแทกรุนแรง

ปึง! ปึง! ปึง!

ฝาเตาสั่นสะเทือน แต่จูลี่เพียงวางมือข้างหนึ่งไว้ด้านบน มันก็ไม่อาจขยับได้แม้แต่น้อย

ผู้ฝึกตนหลายสิบคนที่เพิ่งไล่ตามกลับมาหยุดอยู่กลางถนน ต่างมองเตาหลอมด้วยสีหน้าเลื่อนลอย

พวกเขาวิ่งไล่หนูเพลิงไปเกือบครึ่งเมือง ทำหลังคาพังไปเจ็ดหลัง ร้านค้าถูกไฟไหม้อีกสามร้าน แต่เด็กหญิงผู้นี้เพียงหันปากเตาไปทางมัน เจ้าหนูนั่นก็มุดกลับเข้าไปเอง

ผู้ฝึกตนคนหนึ่งหอบจนพูดแทบไม่เป็นคำ

“หาก…หากเจ้ารู้อยู่แล้วว่า…มันจะกลับมา เหตุใดไม่บอกให้เร็วกว่านี้?”

จูลี่มองเขา “ข้าเพิ่งดูออกตอนพวกท่านวิ่งรอบที่สามเจ้าค่ะ”

คนผู้นั้นหันกลับไปมองหลังคาที่พังเป็นทางยาว

หากพวกเขาวิ่งช้ากว่านี้สักหน่อย อาจเสียหายน้อยกว่านี้หรือไม่?

ผู้เฒ่าผมขาวรีบนำยันต์ผนึกออกมาติดรอบเตาหลอม ก่อนสั่งให้ศิษย์ทั้งสามล้อมไว้คนละด้าน

“เปิดฝาเพียงเล็กน้อย ข้าจะใช้พลังปราณจับมันออกมา”

จูลี่เปิดฝาให้เกิดช่องว่างหนึ่งฝ่ามือ

เงาสีแดงพุ่งออกมาทันที

ผู้เฒ่ายังไม่ทันร่ายอาคม จูลี่ก็ยื่นมือเข้าไปคว้าหางของมัน แล้วยกขึ้นมาห้อยกลางอากาศ

หนูเพลิงดิ้นพล่าน ขาทั้งสี่ตะกุยไปทั่ว พยายามหันกลับมาพ่นไฟใส่มือนาง

จูลี่เขย่ามันหนึ่งครั้ง “อยู่นิ่ง ๆ”

หนูเพลิงหยุดดิ้นทันทีไม่ใช่เพราะเชื่อฟัง แต่กลิ่นอายลึกลับบางอย่างทำให้มันหวาดกลัว

แถมขวดหยกในปากกระแทกฟันจนมันมึนไปหมดแล้ว

ผู้เฒ่ารีบยื่นมือไปบีบกระพุ้งแก้มด้านหนึ่งของมัน

หนูเพลิงเม้มปากแน่น

“คายออกมา”

มันส่ายศีรษะ

“นั่นเป็นโอสถของข้า”

มันส่ายแรงกว่าเดิม

ผู้เฒ่าโมโหจนหนวดครึ่งซีกที่เหลืออยู่สั่นระริก “เจ้าขโมยโอสถของข้าแล้วยังกล้าทำเป็นไม่รู้เรื่องอีกหรือ?”

หนูเพลิงหลับตา แสร้งทำเป็นหมดสติ

จูลี่มองมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนใช้นิ้วจิ้มท้องกลมเบา ๆ

หนูเพลิงสะดุ้งแล้วอ้าปากร้อง “จี๊ด!!!!”

ขวดหยกใบเล็กกระเด็นออกมาทันที

ผู้เฒ่าถลาเข้าไปรับ แต่เหยียบชายเสื้อตนเองจนล้มหน้าคะมำ ศิษย์ทั้งสามจึงกระโจนตามไปพร้อมกัน

ทั้งสี่คนชนกันกลางถนน ขวดหยกลอยข้ามศีรษะพวกเขาไปอย่างงดงาม

จูลี่ยื่นมือออกไปรับไว้พอดี

นางเขย่าขวดเบา ๆ เสียงโอสถกระทบกันดังมาจากด้านใน “ยังอยู่เจ้าค่ะ”

ผู้เฒ่าลุกขึ้นแทบจะร้องไห้ เขารับขวดไปเปิดตรวจดู เมื่อเห็นโอสถสร้างรากฐานห้าเม็ดยังสมบูรณ์ดีจึงถอนหายใจยาว

“โชคดี โชคดีที่ไม่เสียหาย”

หนูเพลิงซึ่งถูกจับห้อยหัวจ้องขวดยาอย่างอาลัยอาวรณ์ น้ำลายหยดหนึ่งไหลออกจากมุมปาก

ผู้เฒ่าเห็นแล้วรีบซ่อนขวดไว้ในอกเสื้อ

“ยังมองอีกหรือ? ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าต้องชดใช้โอสถที่ขโมยกินทั้งหมด”

หนูเพลิงกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนชี้ขาหน้ามาที่ตนเอง แล้วชี้ไปทางร้านโอสถ

“ใช่ เจ้าต้องเฝ้าเตา เฝ้าร้าน และห้ามขโมยกินโอสถอีก”

หนูเพลิงหันไปมองร้านซึ่งมีโอสถวางอยู่เต็มชั้น ดวงตาพลันเป็นประกาย มันพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

ผู้เฒ่าชะงัก เหตุใดเขาจึงรู้สึกว่าตนเพิ่งเชิญโจรเข้ามาเฝ้าคลังสมบัติ? จึงรีบเปลี่ยนคำสั่ง “เจ้าต้องทำพันธสัญญาอสูรก่อน”

หนูเพลิงหยุดพยักหน้าในทันที ก่อนจะมันดิ้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่จูลี่ยังจับหางไว้แน่น ไม่ว่ามันจะพยายามเพียงใดก็หนีไม่พ้น

สุดท้ายเจ้าหนูจึงหันมองผู้เฒ่า แล้วเหลือบมองมือเล็กที่จับหางตนเองอยู่

แม้เด็กหญิงจะน่ารักน่าเอ็นดูมากแต่กลิ่นอายบนตัวนางกดข่มมันจนแทบหายใจไม่ออก ทำให้ชายชราผมไหม้ดูใจดีขึ้นมาถนัดตา

ระหว่างชายชราที่ไม่มีปัญญาจับมัน กับเด็กหญิงที่คว้าหางมันได้ทันควัน ไม่ต้องบอกกูรู้ว่าจะเลือกใคร

จากหนูเพลิงที่ปราดเปรียวมันก็ทำตัวเป็นหนูตะเพาขึ้นมาในทันควัน ยื่นแขนยื่นขาไปหาผู้เฒ่า

“จิ๊ด….”

จู่ ๆ เสียงอสูรบรรพกาลดังขึ้นในหัวของเด็กหญิง “แม้แต่สัตว์อสูรระดับต่ำเช่นนี้ ก็ยังรู้จักเปลี่ยนสีหน้าเหมือนกัน”