LNCrawler

ตอนที่ 75

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 75

หลังจากชายหนุ่มทั้งสามวิ่งหนีไปจนลับสายตา จูลี่ยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดพวกเขาจึงรีบร้อนนัก แต่นางก็ไม่ได้คิดตามให้เสียเวลา

เด็กหญิงแวะซื้อสุราเพิ่มอีกสองไห ก่อนเดินทางกลับสำนักชิงเฟิงอย่างอารมณ์ดี

เมื่อกลับถึงหุบเขาโอสถ จูลี่ยังไม่ทันก้าวพ้นแนวต้นไม้ กลิ่นหอมของปลาย่างก็ลอยมาตามลม

กลิ่นหนังปลาที่ถูกย่างจนเหลืองกรอบผสมกับกลิ่นเครื่องเทศหอมฉุย ทำให้ฝีเท้าของเด็กหญิงหยุดชะงัก น้ำลายพลันเอ่อขึ้นมาเต็มปาก

นางสูดจมูกสองครั้ง ก่อนเปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่งทันที

กลางลานหน้าเรือนพัก โมเจียกำลังนั่งย่างปลากระบี่เงินอยู่หน้ากองไฟขนาดใหญ่เป็นแนวยาว ปลาหลายตัวถูกเสียบไม้ไผ่อันใหญ่เรียงรายอยู่ข้าง ๆ หนังปลาด้านนอกเป็นสีเหลืองทอง น้ำมันหยดลงบนถ่านจนเกิดเสียงดังฉ่า ๆ

ส่วนโจวหมิงนั่งอยู่ไม่ไกล มือหนึ่งจับปลา อีกมือหนึ่งถือกระบี่วารีคราม กรีดท้องปลาอย่างระมัดระวัง

กระบี่ชั้นดีซึ่งเพิ่งได้รับมา บัดนี้มีเกล็ดปลาติดอยู่เต็มคมกระบี่

“กลับมาแล้วหรือ?” โมเจียเงยหน้าถาม

จูลี่ไม่ได้ตอบทันที นางยืนจ้องปลาบนเตา น้ำลายไหลลงมาถึงมุมปาก ก่อนยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดอย่างรวดเร็ว

“สุกหรือยังเจ้าคะ?”

โมเจียพลิกปลาอีกด้าน “ยัง”

“ตัวนี้เล่า?”

“ยัง”

“แล้วตัวนั้น?”

“ก็ยัง”

จูลี่ขยับเข้าไปนั่งยอง ๆ ข้างกองไฟ ดวงตาจับจ้องปลาทุกตัวอย่างไม่ยอมละสายตา ราวกับกลัวว่าพวกมันจะมีชีวิตขึ้นมาแล้วว่ายหนีไป

โจวหมิงเหลือบมองนาง “เจ้าหายไปตั้งนาน กลับมาถึงก็ไม่คิดจะถามไถ่ศิษย์พี่สักคำหรือ?”

จูลี่หันไปมองเขา ก่อนสายตาจะตกลงบนปลาที่ยังไม่ได้ผ่าท้องที่กองอยู่

“ศิษย์พี่ผ่าเร็วหน่อย ข้าหิวแล้ว”

โจวหมิงมองกระบี่วารีครามในมือ จากนั้นก็มองเด็กหญิงที่นั่งรอกินอย่างเปิดเผย สีหน้าพลันเต็มไปด้วยความขมขื่น

เขาควรใช้กระบี่เล่มนี้ฝึกวิชากระบี่

ตอนนี้เขาใช้มันผ่าท้องปลา

“เจ้าอยากกินควรไปเร่งช่วยศิษย์น้องโมย่างปลา ไม่ใช่เร่งข้า เห็นหรือไม่ว่าข้าผ่าไปได้เยอะแล้ว” พูดแล้วโจวหมิงก็โยนแหวนเก็บของระดับต่ำที่ใส่ปลาผ่าท้องแล้วให้จูลี่

เมื่อคิดถึงโอสถรักษาระดับสูงหนึ่งขวดที่ได้รับมา โจวหมิงก็ก้มหน้าผ่าปลาต่อด้วยท่าทีฮึดฮัด

ไม่นานนัก โมเจียก็ยื่นปลาย่างที่สุกแล้วให้นางส่วนหนึ่ง ปลาตัวใหญ่ย่างสุกยาก แต่ถ้าทำเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก็จะสุกง่าย

จูลี่รีบวางไหสุราลง รับปลามาถือไว้ด้วยสองมือ แม้จะร้อนจนต้องสลับมือไปมา แต่นางก็ยังรีบกัดเข้าไปคำใหญ่

หนังปลาด้านนอกกรอบ เนื้อด้านในนุ่มและหวาน เครื่องเทศซึมเข้าไปถึงเนื้อ กลิ่นหอมอบอวลเต็มปาก

ดวงตาของจูลี่พลันสว่างขึ้น

นางกัดอีกคำ ตามด้วยคำที่สาม จนเนื้อปลาเต็มสองข้างแก้ม แก้มเล็ก ๆ ตุ่ยออกมาราวกับกระรอกกำลังซ่อนเมล็ดสน

โมเจียเห็นนางกินอย่างรีบร้อนจึงเตือน “ค่อย ๆ กิน ระวังก้างติดคอ”

จูลี่พยักหน้าทั้งที่แก้มยังตุ่ย ก่อนเอื้อมมือไปหยิบเนื้อปลาที่ยังย่างอยู่

โมเจียตีหลังมือนางเบา ๆ “กลืนให้หมดก่อน”

เด็กหญิงจึงนั่งเคี้ยวอย่างเชื่อฟัง ดวงตายังคงจับจ้องเนื้อปลาชิ้นต่อไปไม่กะพริบ

โจวหมิงมองกองปลาที่ตนเองผ่ามาตลอดครึ่งวัน แล้วถามอย่างอดไม่ได้ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าผ่าปลาไปกี่ตัวแล้ว?”

จูลี่กลืนเนื้อปลาในปาก ก่อนตอบอย่างจริงจัง

“ไม่รู้ แต่ยังไม่พอกิน”

มือที่ถือกระบี่ของโจวหมิงชะงักไปทันที

โมเจียกลั้นยิ้ม ก่อนยื่นปลาชิ้นที่สองให้นาง “ได้อะไรมาจากในเมืองบ้าง?”

จูลี่รับปลามากัดหนึ่งคำ จากนั้นจึงนึกถึงธุระสำคัญขึ้นได้ นางล้วงแหวนเก็บของ หยิบกล่องและขวดโอสถหลายใบออกมาวางเรียงบนโต๊ะ

“ของฝากศิษย์พี่เจ้าค่ะ”

โมเจียก้มมองขวดโอสถเหล่านั้น แล้วเงยหน้ามองเด็กหญิงซึ่งกำลังกินปลาจนแก้มตุ่ยอีกครั้ง

“เจ้าซื้อสิ่งใดมา?” 

“สามขวดนี้เป็นโอสถเพิ่มพลังปราณ สองขวดนี้เป็นโอสถรวมปราณขั้นสูง ส่วนกล่องนี้เป็นโอสถสร้างรากฐานเจ้าค่ะ”

“ทั้งหมดนี้ของผู้ใด?”

“ของศิษย์พี่โมเจ้าค่ะ”

“ข้ารู้ว่าเอามาให้ข้า แต่ข้าถามว่าเดิมทีเป็นของผู้ใด”

“ตอนนี้เป็นของศิษย์พี่แล้ว”

โมเจียเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหยิบกล่องหยกขึ้นมาเปิดดู กลิ่นโอสถเข้มข้นพลันกระจายออกมา ภายในมีโอสถสีขาวนวลวางอยู่หนึ่งเม็ด ผิวโอสถเรียบเนียน มีลายสีทองจาง ๆ พาดอยู่ด้านบน

แม้นางจะเป็นศิษย์หุบเขาโอสถ แต่โอสถสร้างรากฐานหนึ่งเม็ด เป็นสิ่งที่แม้แต่ฝันก็ยังไม่กล้าคิด

“เจ้าไปเอามาจากที่ใด?”

“ซื้อมาเจ้าค่ะ”

“ใช้หินวิญญาณเท่าใด?”

จูลี่เงียบ

โมเจียหรี่ตาลง “จูลี่”

“ขายปลาได้มากกว่าที่คิดเจ้าค่ะ”

“ข้าถามว่าใช้หินวิญญาณเท่าใด”

จูลี่ยกไหสุราขึ้นปิดปาก ทำเป็นดื่มอย่างตั้งใจ

โมเจียมองท่าทางของนางก็รู้ทันทีว่าราคาไม่ต่ำ สีหน้าพลันเคร่งขึ้น “เจ้าซื้อของแพงเพียงนี้มาให้ข้าทำไม เงินเหล่านั้นควรเก็บไว้ซื้อสิ่งที่จำเป็นสำหรับตนเอง”

“ข้ามีของจำเป็นแล้วเจ้าค่ะ”

“สิ่งใด?”

จูลี่ตบไหสุราในอ้อมแขนเบา ๆ

โมเจียหลับตาลง สูดลมหายใจลึกอยู่สองครั้ง จึงระงับความอยากยกมือเขกศีรษะเด็กตรงหน้าเอาไว้ได้

“โอสถสร้างรากฐานมีค่ามากเกินไป ข้ารับไว้ไม่ได้”

จูลี่ขมวดคิ้ว “แต่ซื้อมาแล้ว ร้านไม่รับคืนเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นเจ้าเก็บไว้ใช้เอง”

“ข้าเลยระดับสร้างรากฐานมาแล้ว”

โมเจียพยักหน้าตามโดยไม่ทันคิด “ถ้าเช่นนั้นก็เก็บไว้…..”

คำพูดของนางหยุดชะงัก

“เมื่อครู่เจ้าว่าอะไรนะ?”

“ข้าบอกว่าเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์เจ้าค่ะ”

“เก็บไว้เถอะศิษย์น้องโม เจ้าตัวแสบไม่จำเป็นต้องใช้จริง ๆ” โจวหมิงว่า

โมเจียหน้าคว่ำ “จูลี่ เจ้าอยู่ในระดับใด?”

“ไม่รู้เจ้าค่ะ” เด็กหญิงตอบทั้งที่ปากยังเต็มไปด้วยปลา

“ไม่รู้แล้วรู้ได้อย่างไรว่าไม่มีประโยชน์” 

“ศิษย์น้องโม เชื่อนางเถอะ นางแซงหน้าเราไปไกลแล้ว” โจวหมิงยังคงยืนยัน

“เหตุใดไม่เห็นตบะนาง?”

“มีเหตุผลบางอย่างที่บอกไม่ได้” จริง ๆ คือเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตัวตนของจูลี่ค่อนข้างเปราะบาง จึงไม่กล้าพูด

วันรุ่งขึ้น นางก็นำหินวิญญาณส่วนหนึ่งไปแลกเป็นแต้มสำนักเพิ่มอีกสองหมื่นแต้ม

รวมกับแต้มที่มีอยู่เดิม นางมีแต้มครบหนึ่งแสนพอดี และใช้ทั้งหมดแลกกระโจมพยับเร้นระดับสูงมาโดยไม่เหลือแม้แต่แต้มเดียว

ผู้ดูแลหอแลกเปลี่ยนถามนางถึงสามครั้งว่าคิดดีแล้วหรือไม่

จูลี่ตอบอย่างหนักแน่นทั้งสามครั้ง

กระโจมเก่าราคาห้าหมื่นแต้มถูกฟ้าผ่าจนเหลือเพียงเศษผ้า ส่วนกระโจมระดับสูงมีค่ายกลป้องกันถึงเจ็ดชั้น ต่อให้ถูกอสูรระดับสูงโจมตี ก็ยังต้านทานได้ระยะหนึ่ง

ที่สำคัญ ภายในมีเตียงหยกอุ่น โต๊ะอาหาร ตู้เก็บของ และห้องครัวขนาดเล็ก

เพียงแค่มีห้องครัว จูลี่ก็เห็นว่าหนึ่งแสนแต้มนี้คุ้มค่าแล้ว

หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย จูลี่ก็เริ่มทำสิ่งที่หม่าซือเจียวสั่งไว้อย่างจริงจัง หลังจากสกัดพิษให้หม่าซือเจียวแล้วก็มาศึกษาวิธีการหลอมโอสถ

เพียงแต่อ่านแล้วจูลี่ก็ยังไม่เข้าใจ วิธีเดียวที่จะทำได้คือต้องปฏิบัติจริง

ก่อนอื่นนางต้องทำความรู้จักสมุนไพรก่อน นางเอาสมุนไพรที่เคยเก็บมาแบบมั่ว ๆ ในรังของอสรพิษเกล็ดเหล็กออกมา แล้วนำมาเปรียบเทียบกับตำรา

นางใช้เวลาครึ่งวันแยกสมุนไพรทั้งหมดออกเป็นชนิดต่าง ๆ ส่วนวัชพืชและกิ่งไม้ถูกกองไว้อีกด้านหนึ่ง

แล้วนางก็เข้าไปในห้องหลอมโอสถของหม่าซือเจียวทว่า….

ในห้องนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นหอมบ้างเหม็นไหม้บ้างของหม้อหลอม หลายหม้อกากยายังติดอยู่ก้นหม้อ

คนอื่นอาจจะหลอมโอสถระดับต่ำหรือกลาง แต่หม่าซือเจียวคือผู้อาวุโสในสำนัก จะหลอมของซั่ว ๆ ได้อย่างไร ต้องเป็นของดีแน่นอน

ว่าแล้วเด็กหญิงก็ทำตัวเป็นหนูเพลิง หมุดเข้าหม้อหลอมโอสถหม้อใหญ่กว่าตัวทันที

จากนั้นก็นั่งแทะก้นหมออย่างจริงจัง