LNCrawler

ตอนที่ 7

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 7

หมัดกลม ๆ กระแทกเข้าเต็มดั้งจมูกของจูลี่อย่างจัง เด็กหญิงเซถลาไปสองก้าว เลือดกำเดาสีแดงสดไหลทะลักออกมาเป็นทางยาว ทว่าแทนที่จะร้องไห้ ดวงตาของเด็กแสบกลับวาวโรจน์ขึ้นมาทันที

เนื่องจากนางตัวเล็กกว่าและเตี้ยกว่ามาก จะชกคืนก็คงเอื้อมไม่ถึง ร่างป้อมในชุดโคร่งจึงพุ่งทะยานเข้าใส่ราวกระสุน กระโดดคว้าหมับเข้าที่หัวของกวนเป่า แล้วออกแรงมือกระชากสุดแรงเกิด

“โอ๊ยยย ปล่อยข้านะ เจ็บ ๆ ๆ” กวนเป่าร้องลั่นห้องเรียนราวกำลังโดนเชือด

จูลี่ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม นางออกแรงบิดแล้วดึงโครมเดียว ผมของเจ้าถิ่นอ้วนก็หลุดติดมือน้อย ๆ ออกมาเป็นกระย่อมใหญ่จนหนังศีรษะแทบหลุด กวนเป่าเจ็บจนหน้าเขียวทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของอาจารย์ผู้สอนก็ดังก้องมาจากทางหน้าประตูเรือนศึกษา

หูของจูลี่ไวยิ่ง 

พริบตาราวกับพลิกแผ่นดิน จูลี่แบมือแผละ โยนกระจุกผมในมือทิ้งลงพื้นอย่างว่องไว ก่อนจะทรุดฮวบลงไปนั่งกุมจมูกร้องไห้โฮ ร่างป้อมสั่นเทาระริกราวกำลังจะสิ้นลม แววตานักเลงน้อยเมื่อครู่หายวับไป เปลี่ยนเป็นเด็กหญิงเจ็ดขวบผู้บอบบางและน่าสงสารทันตาเห็น

อาจารย์ผู้สอนก้าวเข้ามาในห้อง พลันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นสภาพห้องเรียนที่กระจุยกระจาย กวนเป่ายืนกุมหัวตัวเองที่ผมแหว่งหายไปแถบหนึ่ง ท่าทางดุร้าย ทว่าเบื้องหน้ากลับมีเด็กหญิงตัวน้อยนั่งจมกองเลือดกำเดา ร้องไห้กระซิก ๆ คล้ายลูกนกถูกรังแก

“กวนเป่า เจ้าทำอะไร” อาจารย์ตวาดลั่นด้วยความโกรธ

“อาจารย์นางก็ดึงผมข้า นางด่าข้าว่าเป็นหมูก่อน” 

ดวงตากลมโตเอ่อคอไปด้วยน้ำตา นางไม่แก้ตัว แต่ทำท่าหวาดกลัวสุดใจ 

เผยเหล่าซือเห็นเช่นนั้นก็อดสงสารไม่ได้ เด็กน้อยน่ารักเช่นนี้ จะกล้าพูดจาไม่ดีกับผู้อื่นได้อย่างไร

“อย่างไรนางก็ยังเด็ก ตัวก็เล็กนิดเดียว เจ้าทั้งเป็นผู้ชาย ทั้งตัวโตกว่า ยังกล้าลงมืออีก”

เรื่องดึงผมมีพยานเห็นหลายคน จูลี่จะปัดความรับผิดชอบไม่ได้อยู่แล้ว เพียงแต่พยานเหล่านั้นล้วนเป็นลูกน้องของกวนเป่า ฟังไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างไรนางก็ตัวเล็กกว่า แถมยังโดนตีก่อน ความได้เปรียบนี้รวมเข้ากับน้ำตา 

นางชนะขาด

“แต่นางด่าข้า” แค่พูดข่มนิดหน่อยก็ถูกหาว่าเป็นหมู คนอย่างกวนเป่าเคยโดนหยามแบบนี้เสียเมื่อไหร่ “ไม่เชื่อถามพวกเขาดู”

เด็กหลายคนพยักหน้าอย่างพร้อมเพียง

“แล้วก่อนหน้านั้นละ?” เผยเหล่าซือนิ่วหน้า เขาเคยได้ยินว่าหม่าเหล่าซือรับเด็กคนหนึ่งมาเป็นศิษย์ แต่ยังไม่ได้มอบตำแหน่งศิษย์สายตรงให้ ได้ข่าวว่าเกาะขาเป็นลูกลิง

จูลี่น้ำตาคลอเบ้า ไหนจะเหลือท่าทางกวนประสาทก่อนหน้านี้อีก

“กวนเป่าแค่บอกว่าเป็นเจ้าถิ่นขอรับ” เด็กคนหนึ่งเอ่ยปากอย่างกล้า ๆ กลัว

สรุปก็คือเด็กทะเลาะกัน เผยเหล่าซือหัวเราะ “หึ” ในลำคอเปล่า ๆ เรื่องเล็กขี้ประติ๋ว “ทำไมเจ้าด่าเขาว่าหมู?”

“ไม่ได้ด่านะเจ้าคะ” จูลี่พูดพร้อมสะอื้น “หมูน่ารักจะตาย กวนเป่าน่ารักเหมือนหมูเลย”

กวนเป่าอ้าปากค้าง ชัดเจนว่าเมื่อกี้เขาถูกนางด่า ทำไมพลิกลิ้นทีเดียวกลายเป็นคำชมไปแล้ว “ไม่ใช่ เมื่อกี้นางไม่ได้บอกแบบนี้”

อาจารย์ผู้คุมสอบพยักหน้าเบา ๆ “เอาละ ๆ ถึงเจ้าจะโกรธนางอย่างไร นางก็ไม่ได้ตั้งใจจะด่าเจ้า แต่เจ้าต่อยจนนางเลือดออกเป็นเรื่องจริง”

สุดท้ายกวนเป่าถูกไม้เรียวสิบไม้ ส่วนจูลี่ถูกพาไปรักษาอย่างดี 

หลังจากวันนั้นนั้นในห้องเรียนก็ไม่มีใครกล้ารังควานนางอีก ไม่ใช่เพราะคำสั่งอาจารย์ แต่เพราะหัวล้านกระหย่อมเล็ก ๆ ของกวนเป่า

ตัวเล็กแต่แรงกระชากผมจนหลุดติดมือนั้นน่ากลัวเกินไป ถ้าโดนวันละหนสองหนได้ผมหมดหัวแน่

ดังนั้นจูลี่จึงค่อนข้างสบายหู ไม่มีใครมาวุ่นวาย นอกจากจัดการกับสมุนไพรพิษให้หม่าเหล่าซือแล้วนางก็มาเรียน

เพียงแต่เรียนเขียนอ่านนางรู้หมดแล้ว แถมอาหารยังไม่พอยาไส้ ท้องประท้วงได้ทั้งวัน นางจึงต้องอาศัยสุราดับความอยากของพลังลึกลับภายในร่าง

พอสุราเข้าปากนางก็เมา พอเมานางก็หลับ

“จูลี่ หม่าเหล่าซือส่งให้เจ้ามาเรียน ไม่ได้ให้เจ้ามาหลับ” อาจารย์เผยรู้สึกเหมือนเส้นเลือดในขมับเต้นตุบ ๆ เด็กน้อยน่ารักสดใส ดูสุภาพและไร้เดียงสา ทว่าพูดอะไรไปเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาหมด

“ศิษย์ไม่ได้หลับเจ้าค่ะ ศิษย์แค่พักสายตาเฉย ๆ สิ่งที่อาจารย์สอนศิษย์ล้วนจดจำได้หมดเจ้าค่ะ” เด็กหญิงตัวน้อยตาปรือ แต่คำพูดคำจาฟังดูซือสัตย์จริงใจยิ่ง

“งั้นเจ้าเขียนอักษรพวกนี้ให้ข้าดูสิ” ด้านหน้ามีกระดาษเขียนอักษร

จูลี่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย มือน้อยเอื้อมไปจับพู่กันจีนด้ามโตที่ดูเทอะทะเมื่ออยู่ในมือเด็กเจ็ดขวบ นางจุ่มน้ำหมึกอย่างเฉื่อยชา ดวงตายังคงปรือปรอยราวกับจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ 

สิ่งที่ทุกคนคิดคือจูลี่จะเขียนออกมาบิด ๆ เบี้ยว ๆ

แต่ความเป็นจริงก็คือ ทันทีที่ปลายพู่กันจรดลงบนแผ่นกระดาษขาว มือน้อยที่เคยดูอ่อนแรงกลับตวัดฉับไวปานสายฟ้าแลบ

“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ” ตัวอักษรพวกนี้นางถูกบิดามารดาจับให้นั่งเรียนมาตั้งแต่สามขวบ ถ้าตอนนี้เขียนไม่ได้อีกคงโดนตีมือลาย

อาจารย์ผู้สอนอ้าปากค้าง จ้องมองตัวอักษรบนกระดาษที่งดงามราวกับภาพวาด

“นี่เจ้า... จำได้หมดจริง ๆ รึ” อาจารย์พึมพำเสียงสั่น

“จำได้หมดเจ้าค่ะ” จูลี่พยักหน้าหงึกหงัก 

หลังจากเผยเหล่าซือให้จูลี่ทดลองอ่าน เขียนอีกหลายคำที่ยาก ๆ เด็กน้อยก็ตอบได้อย่างลื่นไหล แถมยังท่องกลอนที่เคยร่ำเรียนมาให้ฟังด้วย

แล้วจูลี่ก็ถูกถีบออกจากชั้นเรียนอย่างรวดเร็ว ในเมื่อเรียนเขียนอ่านออกหมดแล้วจะยังมาเรียนทำไม

นี่มันชั้นเรียนปูพื้นฐานเท่านั้น

เมื่อไม่ต้องเรียนเด็กน้อยก็ว่าง นอกจากทำงานเก็บแต้มตามคำสั่งอาจารย์แล้วนางก็ดื่มสุราแล้วก็นอน

หม่าเหล่าซือมาทีไรก็เห็นจูลี่นอน เกิดความหมั่นไส้ขึ้นมา

“รากฐานต่ำต้อย ระดับพลังก็ต่ำเตี่ย ยังเอาแต่นอน นอน นอนอีก”

“แล้วให้ศิษย์ทำอย่างไรเจ้าคะ?” จูลี่เงยหน้าขึ้นมาด้วยสายตาง่วงงุน ก็นางอายุแค่นี้ แถมชั้นเรียนสำหรับฝึกฝนก็รับตั้งแต่อายุสิบขวบ นางเพิ่งเจ็ดขวบจะให้ไปเรียนที่ไหน งานใหญ่ ๆ นางก็ตัวเล็กเกินกว่าจะทำไหวด้วย

“ตั้งแต่นี้ไป เจ้าต้องล่าอสูรชั้นต่ำมาวันละตัว”