ตอนที่ 79
ตอนที่ 79
จูลี่เดินตามกลิ่นของสุราออกจากหุบเขาโอสถ โดยมีโมเจียตามมาติด ๆ
“เจ้าจะไปที่ใด?”
เด็กหญิงไม่ตอบเพราะเอาแต่สนใจตามหาแหล่งกำเนิดกลิ่นสุราที่ลอยมาตามลม
โมเจียส่ายหัวเล็กน้อย มองตามแผ่นหลังเด็กหญิงที่เดินกอดไหสุรา
ต่อให้ลืมตัว นางก็ไม่มีทางลืมไหสุราเลยจริง ๆ
กลิ่นหอมนำทั้งสองออกจากหุบเขาโอสถ ผ่านแนวต้นสนไปจนถึงลานเลี้ยงสัตว์อสูร
ข้างคอกหมูเพลิงหางแดงมีชายหนุ่มผู้หนึ่งนั่งอยู่หน้าเตาถ่าน เสื้อผ้าของเขาเก่า รองเท้ามีรอยปะ ใบหน้าซื่อ ๆ ดูไม่ต่างจากชาวบ้านธรรมดา
บนตะแกรงมีเนื้ออสูรหลายชิ้นกำลังส่งเสียงฉ่า ๆ
ชายหนุ่มยกถ้วยสุราขึ้นราดลงบนเนื้อ เปลวไฟลุกพรึ่บ กลิ่นสุรากระจายไปทั่วลาน
จูลี่ซึ่งเพิ่งเดินมาถึงหยุดฝีเท้าทันที
นางมองเปลวไฟบนตะแกรง ก่อนมองไหสุราข้างมือเขา สีหน้าเล็ก ๆ ค่อย ๆ เคร่งขรึมขึ้น
“เหตุใดเจ้าจึงเผาสุรา?”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น สีหน้าเผยความประหลาดใจเล็กน้อย
“คุณหนูน้อยกล่าวถึงสิ่งนี้หรือขอรับ?”
เขาชูถ้วยสุราขึ้น
จูลี่พยักหน้า
“สุราเอาไว้ดื่ม”
“ข้าน้อยใช้ดับกลิ่นคาวของเนื้อขอรับ”
“ใช้ไปเท่าใดแล้ว?”
“ไม่มาก เพียงครึ่งไห”
จูลี่มองไหสุราที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง จากนั้นมองเปลวไฟบนตะแกรงอีกครั้ง
สายตาของนางเต็มไปด้วยความเสียดาย ราวกับผู้ที่ถูกเผาอยู่ไม่ใช่เนื้อ แต่เป็นสหายเก่าแก่ของนาง
“ครึ่งไหยังเรียกว่าไม่มากหรือ?”
ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย
“หากคุณหนูน้อยเสียดาย ข้าน้อยยังมีอีกสองไหขอรับ”
จูลี่หันไปมองด้านหลังเขาทันที ตรงมุมคอกมีไหสุราวางอยู่สองใบจริง ๆ สีหน้าของนางผ่อนคลายลงเล็กน้อย ก่อนเดินไปนั่งข้างเตา
ชายหนุ่มมองภาพนั้น ดวงตาพลันวูบไหว เขาพยายามจับสังเกตุว่าเด็กหญิงคนนี้จะสนใจเนื้อย่างหรือไม่ แต่ดูเหมือนเด็กหญิงจะสนใจสุรามากกว่า
ชายหนุ่มพลิกเนื้อบนตะแกรง ก่อนเอ่ยถามอย่างไม่ตั้งใจ “คุณหนูน้อยเป็นศิษย์ของหุบเขาโอสถหรือขอรับ?”
“อืม”
“ได้ยินว่าศิษย์ของหุบเขาโอสถล้วนปรุงโอสถเก่งกาจ คุณหนูน้อยคงปรุงโอสถเป็นเช่นกันกระมัง?”
“ไม่เป็น”
“เช่นนั้นคงแยกสมุนไพรได้หลายชนิด?”
“ไม่ได้”
“ฝึกวิชาควบคุมเพลิงเล่า?”
“ไม่เคยฝึก”
ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง
“แล้วคุณหนูน้อยทำสิ่งใดเป็นบ้างขอรับ?”
จูลี่ชี้เนื้อบนตะแกรง
“กิน”
โมเจียซึ่งยืนอยู่ด้านหลังยกมือกุมหน้าผาก
คำตอบนี้ไม่ผิดแม้แต่น้อย
ก่อนมาที่นี่ นางเพิ่งกินปลากระบี่เงินขนาดหนึ่งจั้งไปสองตัว ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม หากการกินนับเป็นวิชาอย่างหนึ่ง เด็กคนนี้คงฝึกมาถึงขั้นบรรลุแล้ว
ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนใช้พลังปราณสายหนึ่งหยิบกิ่งไม้ข้างเตาขึ้นมา
กิ่งไม้ลอยผ่านหน้าจูลี่อย่างรวดเร็ว แล้วตกลงไปในกองฟืนอีกด้าน
จูลี่มองตามกิ่งไม้นั้นครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมาจ้องเนื้อบนตะแกรงดังเดิม
ไม่มีปฏิกิริยา ไม่มีคลื่นพลัง แม้แต่ลมหายใจก็ไม่เปลี่ยนแปลง
ชายหนุ่มหยิบเนื้อชิ้นหนึ่งวางลงบนจานแล้วยื่นให้นาง “ระวังร้อนขอรับ”
จูลี่ยื่นมือไปรับทันที
ปลายนิ้วของชายหนุ่มแตะลงบนข้อมือนางอย่างแนบเนียน พลังปราณเส้นบางแทรกเข้าไปตรวจสอบชีพจร
ภายในร่างไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ชีพจรยังไม่เปิด เส้นลมปราณอ่อนแอ
ไม่ต่างจากเด็กอายุเจ็ดขวบที่ไม่เคยฝึกตบะ
จูลี่ก้มมองมือที่แตะข้อมือตนเอง ก่อนเงยหน้าขึ้น “ให้แล้วจะเอาคืนหรือ?”
ชายหนุ่มรีบปล่อยมือ “ข้าน้อยเพียงเกรงว่าจานจะร้อนขอรับ”
จูลี่ดึงจานเข้าหาตัวทันที “ให้แล้วห้ามเอาคืน”
“แน่นอนขอรับ”
นางกัดเนื้อคำหนึ่ง เคี้ยวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขมวดคิ้ว “มีกลิ่นไหม้”
“เพราะราดสุราลงไปขอรับ”
“เช่นนั้นคราวหน้าไม่ต้องราด”
“แต่หากไม่ราด เนื้อจะมีกลิ่นคาว”
จูลี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยื่นไหสุราในอ้อมแขนให้โมเจียถือ จากนั้นจึงหยิบเนื้ออีกชิ้นขึ้นมากิน
“สิ้นเปลือง”
พอคำว่าสิ้นเปลืองออกมาจากเด็กหญิงซึ่งดังในหมู่นักเลงเมืองชิงเหอแล้ว ชายหนุ่มก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
ข้อมูลที่เขาได้รับมาระบุว่าเด็กหญิงผู้นี้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ซื้อของโดยไม่ถามราคา แม้แต่กระโจมพยับเร้นราคาห้าหมื่นแต้มก็ยังซื้อได้โดยไม่กะพริบตา แล้วทำไมถึงงกขนาดนี้ แม้แต่สุราระดับต่ำครึ่งไหก็ยังบ่นเสียดายไม่หยุด
ชายหนุ่มมองท่าทางหวงสุราของนาง ก่อนลดสายตาลงซ่อนความคิด
เด็กหญิงผู้นี้ไม่มีตบะ ไม่รู้จักป้องกันตัว นอกจากเสียดายสุราแล้วอย่างอื่นก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยใส่ใจ
ดูอย่างไรก็เป็นเพียงเด็กธรรมดาคนหนึ่ง
หรือข่าวจากดินแดนลับจะถูกแต่งเติมเกินจริง?
“ข้าน้อยชื่อหูเจิ้ง เพิ่งเข้ามาทำงานในสำนักได้ไม่กี่วัน ไม่ทราบว่าคุณหนูน้อยมีนามว่าอะไรหรือขอรับ?”
“จูลี่”
“ต่อไปหากคุณหนูน้อยอยากกินเนื้อย่าง ก็มาหาข้าได้ทุกเมื่อ”
จูลี่มองเขา ก่อนถามอย่างจริงจัง “ไม่เผาสุราแล้วใช่หรือไม่?”
หูเจิ้งยิ้มซื่อ “ไม่เผาแล้วขอรับ”
นางจึงพยักหน้าอย่างพอใจแล้วเดินจากไปพร้อมส่งคืนจานที่ยังเหลือเนื้อย่างอยู่บางส่วน
หูเจิ้งมองแล้วก็ขมวดคิ้ว “ทำไมไม่กินให้หมดละ?”
“อิ่มแล้ว" เด็กหญิงตอบโดยไม่หันมามองเลย
ชายหนุ่มมองแผ่นหลังเด็กหญิงแล้วก็ขมวดคิ้ว
ไหนว่ากินจุ เนื้อย่างจานเดียวกินไม่หมดเรียกว่ากินจุได้อย่างไร
โมเจียได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจเบา ๆ
ปลาขนาดหนึ่งจั้งสองตัว นางกินหมดใช้เวลาไม่ถึงชั่วยาม ถ้าไม่อิ่มอีกก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว