ตอนที่ 82
ตอนที่ 82
หูเจิ้งยืนอยู่ที่เดิม สีหน้าเปลี่ยนไปมาอยู่หลายครั้ง
หากหนีตอนนี้ ไม่ต่างจากยอมรับว่าตนเองเป็นผู้วางยา ต่อให้กลับไปรายงานเจ้านายได้สำเร็จ สำนักชิงเฟิงก็คงส่งคนตามล่าเขาอยู่ดี
แต่หากอยู่ต่อ...
เขาก้มมองห่อขนมในมือ
ยาทำให้คันกลับทำให้เด็กหญิงปวดท้อง เรื่องนี้จะอธิบายอย่างไร?
หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หูเจิ้งจึงตัดสินใจกลับไปยังที่พัก แสร้งทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
คืนนี้เขาจะรอฟังข่าวก่อน
หากเด็กหญิงเพียงปวดท้องเล็กน้อย เขายังพออ้างได้ว่าพ่อครัวใช้วัตถุดิบไม่สะอาด แต่หากอาการรุนแรงขึ้น เขาจะรีบหนีออกจากสำนักทันที
ทว่าหูเจิ้งรออยู่ทั้งคืน กลับไม่มีผู้ใดมาตามตัว
กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น เขาแอบไปสอบถามศิษย์รับใช้คนหนึ่ง จึงได้รู้ว่าจูลี่ไม่เพียงไม่เป็นอะไรยังหนีเข้าเมืองไปตั้งแต่เช้า
ส่วนจูลี่นั้น พอแยกกับหูเจิ้ง อาการปวดท้องก็หายเป็นปลิดทิ้ง แถมยังเอาปลากระบี่เงินที่โมเจียย่างให้มายัดเข้าปาก
ไม่ใช่ว่าหิวแต่เอามาล้างปาก ขนมชิ้นนั้นอร่อยเกินไปจริง ๆ
“ไม่เป็นอะไรแล้ว?” โมเจียชำเลืองมองอย่างคนรู้ทัน
เด็กหญิงเคี้ยวตุ้ย ๆ จึงได้แต่พยักหน้าแทน
สรุปว่่าแกล้งทั้งหมด โมเจียไม่คิดจะเปิดโป้งเด็กน้อย ปล่อยให้นางทำตามใจ
เช้าวันถัดมาจูลี่ตั้งใจจะเข้าเมือง แต่พอเดินไปถึงหน้าสำนัก ปรากฎว่าศิษย์พี่ที่เฝ้าอยู่ตรงประตูไม่ยอม
“เจ้าสำนักสั่งไว้ ศิษย์น้องจูออกจากสำนักไม่ได้”
คำตอบตรงไปตรงมายิ่ง
“ทำไมเจ้าคะ?” เด็กหญิงเอียงคอ อาทิตย์ที่แล้วนางยังวิ่งเข้าวิ่งออกสำนักอยู่เลย
“ข้าไม่รู้เหมือนกัน ศิษย์น้องลองไปถามท่านเจ้าสำนักเองเถิด”
จูลี่ได้คำตอบก็เหมือนไม่ได้คำตอบ หน้าของเจ้าสำนักเป็นอย่างไรนางยังไม่รู้เลย
เด็กหญิงคอตกกลับที่พำนักของหม่าซือเจียว เห็นชายชรากำลังยุ่งวุ่นวายกับการหลอมโอสถ
“อาจารย์ ศิษย์ขอลงจากเขาเข้าไปในเมืองได้หรือไม่เจ้าคะ?”
“ไม่ได้” หม่าซือเจียวตอบโดยไร้ความลังเล ไม่แม้แต่จะหันมามอง
“งั้นสุราของอาจารย์….”
หม่าซือเจียวชะงักทันควัน “ไม่ได้”
“สุราหมดแล้ว….”
“งั้นก็พาโจวหมิงกับโมเจียไปด้วย” แม้ตบะสองคนนี้จะไม่สูง แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งคู่มีเหมือนกันคือหนีไวมาก
เขาทดสอบมาจนแน่ใจแล้วว่าสองคนนี้รักตัวกลัวตายมาก ไม่ได้โง่สู้จนตัวตาย ดังนั้นหากเกิดอันตราย สองคนนี้จะต้องหนีเอาตัวรอดได้แน่
“เจ้าค่ะ” เด็กหญิงยิ้มจนตาหยี
ไม่ถึงครึ่งชั่วยามต่อมา ทั้งสามคนจึงออกจากสำนักชิงเฟิง
เมื่อเดินลงจากเขาได้ไม่ไกล โจวหมิงก็เหลือบมองไหสุราที่จูลี่ไม่ยอมให้ห่างกาย แล้วก็ไม่คิดเก็บไว้ในแหวนด้วย
“เจ้าพกไหไปทำไม ในเมื่อซื้อแล้วก็เก็บใส่แหวนได้?”
“เอาไปเติม” เด็กหญิงตอบสั้น ๆ ไม่อธิบายคุณสมบัติใด ๆ
“เดี๋ยวร้านเขาก็ให้ไหใหม่มา” โจวหมิงค้าน
จูลี่ก้มมองไหในอ้อมแขน ก่อนตอบอย่างจริงจัง “ไหนี้ดื่มถนัดกว่า”
โจวหมิงมองปากไหที่ใบเล็กกว่าปกติ แถมยังมีพู่ห้อยติดอยู่ตรงปากขวด ชัดเจนว่าห่างไกลจากคำว่าถนัดไปไกลมาก
โมเจียกลับพยักหน้า “ไหของตนเองย่อมใช้ถนัดกว่า”
“เจ้าก็อย่าตามใจนางทุกเรื่องได้หรือไม่?”
“ข้าเพียงเห็นว่านางพูดมีเหตุผล”
“เหตุผลตรงไหน?”
จูลี่กอดไหแล้วเดินนำไปข้างหน้า ปล่อยให้ทั้งสองถกเถียงกันต่อไป
ตลอดทางไม่มีนักเลงคนใดกล้าเข้าใกล้ บางคนเห็นจูลี่มาตั้งแต่ไกลก็รีบเลี้ยวเข้าตรอก บางคนแสร้งทำเป็นลูกค้าของร้านข้างทาง อีกคนไม่มีที่หลบ จึงยืนหันหน้าเข้ากำแพงแล้วเงยหน้าชมรอยแตกร้าวอย่างตั้งใจ
โจวหมิงมองภาพเหล่านั้นแล้วเริ่มรู้สึกผิดปกติ
“เหตุใดพวกเขาจึงหลบเจ้า?”
“ไม่รู้”
“ครั้งก่อนเจ้าเข้าเมืองทำสิ่งใดไว้?”
“ซื้อสุรา”
“แค่นั้น?”
“แล้วก็ขายของ”
โจวหมิงหรี่ตา “ขายอะไร?”
จูลี่นึกอยู่ครู่หนึ่ง “กระบอง”
โจวหมิงคิดไม่ออกว่าจูลี่ไปหัดตีอาวุธตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจที่จะถามต่อแล้ว
กลับเหลือบมองนักเลงที่กำลังชมกำแพงอยู่
“เหตุใดข้ารู้สึกว่าพวกเขากลัวนาง?”
“จูลี่ตัวเท่านี้ มีสิ่งใดให้น่ากลัว?”
“ท่านเคยเห็นผู้ใดตัวเท่านี้กินหมูย่างได้ยี่สิบกว่าตัวหรือไม่?”
โจวหมิงเงียบไปครู่หนึ่ง “เช่นนั้นก็น่ากลัวอยู่บ้าง”
สามคนเถียงกันไปมาไม่เลิก จนกระทั่งทั้งสามมาถึงร้านสุราในช่วงสาย
เถ้าแก่ร้านจำจูลี่ได้ทันที เมื่อเห็นชุดสีเทากับไหสุราเปล่า เขาก็รีบเดินออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“คุณหนูน้อยมาแล้ว คราวนี้มาถูกเวลาพอดี”
จูลี่เงยหน้ามองป้ายร้าน ก่อนถามเรื่องสำคัญที่สุด
“มีสุราหรือไม่?”
“มี ย่อมต้องมีขอรับ”
เถ้าแก่พาทั้งสามเข้าไปด้านใน แล้วเปิดประตูห้องเก็บของด้วยตนเอง
กลิ่นสุราเข้มข้นลอยออกมาทันที
ด้านในเต็มไปด้วยไหสุราวางเรียงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน นอกจากสุราข้าวธรรมดา ยังมีสุราดอกท้อ สุราบ๊วย สุราเพลิงแดง และสุราหมักจากผลวิญญาณระดับต่ำอีกหลายชนิด
ดวงตาของจูลี่สว่างขึ้น
ครั้งก่อนนางมาเหมาสุราจนร้านแทบไม่มีของขาย เถ้าแก่เห็นกำไรมหาศาลจึงรีบสั่งสุราเพิ่มจากโรงหมักรอบเมือง คราวนี้ปริมาณมากกว่าเดิมเกือบสามเท่า
เขาคิดว่าอย่างน้อยคงขายได้หลายเดือน
“คุณหนูน้อยต้องการชนิดใด?” เถ้าแก่ถาม “หากซื้อสิบไห ข้าลดราคาให้ได้หนึ่งส่วน”
จูลี่กวาดตามองทั่วห้อง
“ทั้งหมด”
เถ้าแก่ยิ้มกว้าง “ทั้งหมดทุกชนิดเลยหรือ?”
“อืม”
“อย่างละกี่ไห?”
จูลี่ชี้ตั้งแต่ไหใบแรกไปจนถึงใบสุดท้าย
“ทั้งหมด”
รอยยิ้มของเถ้าแก่ค่อย ๆ แข็งค้าง “คุณหนูน้อยหมายถึง...”
“ไม่เหลือ”
เถ้าแก่หันมองห้องเก็บสุราที่ตนเพิ่งสั่งของมาเติมจนเต็ม จากนั้นหันกลับมามองเด็กหญิงตัวเล็กตรงหน้าอีกครั้ง
“ครั้งนี้มีมากกว่าคราวก่อนถึงสามเท่า”
“ข้าเห็นแล้ว”
“ท่านจะซื้อทั้งหมดจริงหรือ?”
“จริง”
แล้วจูลี่ก็เทหินวิญญาณต่อหน้าเถ้าแก่เหลาสุราอีกครั้ง
สุราเกลี้ยงร้าน
เหลาสุราก็เลยกลายเป็นเหลาอาหารที่ไม่มีสุราจะขาย
พอออกจากเหลาสุราจูลี่จูงมือโมเจียไปร้านผ้า ต้องการซื้อเสื้อผ้าให้กับโมเจียและโจวหมิง ทว่า…
ขณะที่จูลี่กำลังคำนวนหินวิญญาณอยู่นั้น จู่ ๆ เสียงในหัวก็ดังขึ้น
“ระวัง มีคนตาม”
เด็กหญิงเอียงคอด้วยความไม่แน่ใจ “อันตรายหรือไม่?”
“อันนี้ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่สังหารบิดาของเจ้า”