LNCrawler

ตอนที่ 83

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 83

“อันนี้ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่สังหารบิดาของเจ้า”

มือเล็กที่กำลังนับหินวิญญาณหยุดลงทันที

จูลี่ไม่หันกลับไปมอง เพียงหยิบหินวิญญาณอีกสองก้อนวางลงบนโต๊ะ

“อยู่ที่ใด?”

“ฝั่งตรงข้ามสองคน บนหลังคาอีกหนึ่ง ตั้งแต่เจ้าออกจากร้านสุรามาก็ตามมาตลอด”

“เก่งหรือไม่?”

เสียงในหัวเงียบไปครู่หนึ่ง คล้ายกำลังตรวจสอบอย่างละเอียด

“สองคนระดับก่อกำเนิด อีกคนซ่อนตบะไว้ ข้ามองไม่ชัด”

จูลี่พยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาที่เคยหรี่ปรือเพราะฤทธิ์สุราพลันเย็นชาขึ้นมาหลายส่วน

เถ้าแก่ร้านผ้าเข้าใจว่านางตัดสินใจซื้อแล้ว จึงรีบรวบผ้าสีเขียวอ่อนสองพับเข้าด้วยกัน

“คุณหนูน้อยสายตาดียิ่ง ผ้าสองพับนี้เพิ่งส่งมาจากเมืองหลวง เนื้อผ้านุ่ม ทั้งยังทนทาน เหมาะสำหรับตัดชุดให้พี่สาวท่านพอดี”

โมเจียรีบส่ายหน้า “ข้าไม่ต้องการมากถึงสองพับ”

“ต้องการ” จูลี่ตอบ

“พับเดียวก็ตัดได้หลายชุดแล้ว”

“อีกพับเอาไว้เปลี่ยน”

“เสื้อผ้าข้ายังมี”

“เก่าแล้ว”

โมเจียก้มมองชุดศิษย์สายนอกบนตัว นางเพิ่งได้รับมันมาได้ไม่ถึงสิบวัน ต่อให้ซักทุกวันก็ยังไม่นับว่าเก่า

ทว่านางยังไม่ทันโต้แย้ง จูลี่ก็ชี้ผ้าสีน้ำเงินเข้มอีกพับ “อันนั้นด้วย”

โจวหมิงซึ่งยืนดูอยู่ข้าง ๆ พลันยืดหลังตรง “ของข้าหรือ?”

“อืม”

สีหน้าของเขาดีขึ้นทันที

“ความจริงชุดข้ายังสวมได้อีกนาน แต่ในเมื่อเจ้าตั้งใจซื้อให้ ข้าก็คงปฏิเสธน้ำใจไม่ได้”

โมเจียชำเลืองมองรอยปะตรงข้อศอกของเขา “เมื่อเช้าท่านยังบ่นว่าแขนเสื้อขาด ลมลอดจนหนาว”

“ข้าเพียงบอกว่าลมวันนี้แรง” ชุดศิษย์สายตรงได้รับมาเพียงคนละสองชุด หากต้องการใหม่จำเป็นต้องใช้แต้มแลก ศิษย์สายตรงคนอื่น ๆ มีความสามารถ จะแลกสักเดือนละสองสามตัวไม่ใช่ปัญหา แต่โจวหมิงเป็นศิษย์สายตรงเพราะเป็นลูกไล่จูลี่ แต้มก็มีอยู่น้อยนิดหรือเรียกว่าไม่มีเลยก็ว่าได้ ดังนั้นโจวหมิงจึงค่อนข้างถนอมมาก ยามปกติจึงใช้ชุดเก่าที่มี

“ท่านยื่นแขนให้ข้าดูด้วย” โมเจียไม่ยอมแพ้

“ข้ากำลังชี้เมฆ”

“ท้องฟ้าวันนี้ไม่มีเมฆ”

โจวหมิงเงยหน้ามองท้องฟ้านอกร้าน ก่อนเปลี่ยนเรื่องทันที

“เหตุใดของข้ามีเพียงพับเดียว?”

จูลี่หยิบผ้าสีเทาอีกพับออกมาจากกอง

“อีกพับ”

โจวหมิงมองผ้าสีเทาหม่นซึ่งแทบจะเป็นสีเดียวกับผ้าเช็ดโต๊ะในร้าน รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหาย

“เหตุใดของโมเจียเป็นสีเขียวทั้งสองพับ แต่ของข้ามีสีเทา?”

“ทนเปื้อน”

“ข้ารักสะอาดมาก”

โมเจียมองเขา “ถุงเท้าเปียกของท่านยังอยู่ในแหวนหรือไม่?”

“ข้าทิ้งไปแล้ว!”

“ทิ้งที่ใด?”

“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเจ้า?”

ระหว่างที่ทั้งสองเถียงกัน จูลี่เหลือบมองกระจกทองเหลืองข้างโต๊ะ

เงาของชายสวมหมวกปีกกว้างปรากฏอยู่ในกระจก เขายืนเลือกผลไม้อยู่ฝั่งตรงข้ามมานานแล้ว แต่ผลไม้ในมือยังคงเป็นลูกเดิม

บนหลังมือของเขามีรอยสักสีดำรูปเปลวเพลิง

จูลี่จำรอยสักนั้นได้

คืนที่จวนถูกเผา คนชุดดำซึ่งยืนอยู่ข้างร่างบิดาก็มีรอยสักเช่นนี้

เด็กหญิงหลุบตาลง สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย

“หากพวกเขาจับข้า จะพาไปพบบุคคลที่ฆ่าท่านพ่อหรือไม่?”

“อาจจะพาไปพบเจ้านาย หรือไม่ก็ฆ่าทิ้งระหว่างทาง”

“อ้อ”

“เจ้าจะร้องอ้อทำไม?”

“กำลังคิด”

“คิดสิ่งใด?”

“ยอมให้จับดีหรือไม่”

เสียงเจ้าอ้วนในหัวเงียบสนิทไปทันที

ครู่หนึ่งจึงตะโกนขึ้นมา “ไม่ได้!!!!!”

จูลี่ยกมือปิดหูตามความเคยชิน แม้เสียงนั้นจะดังอยู่ในหัวก็ตาม

โจวหมิงหันมามอง “เป็นอะไร?”

“เสียงดัง”

เขามองโมเจียซึ่งกำลังเถียงกับตนอยู่ ก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“ข้าก็ว่านางเสียงดัง”

โมเจียถลึงตาใส่เขา “เห็นชัดว่าท่านเสียงดังกว่า”

ทั้งสองเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

จูลี่จ่ายหินวิญญาณให้เถ้าแก่ จากนั้นบอกให้เขาวัดตัวทั้งสองคนและส่งชุดที่ตัดเสร็จไปยังร้านรับฝากสินค้าหน้าประตูเมือง

“แล้วเจ้าจะไปที่ใด?” โมเจียถาม

“ซื้อของกิน”

“รอพวกเราก่อน”

“วัดตัวนาน”

“ไม่นานหรอก” โจวหมิงกางแขนออกให้ลูกจ้างวัดทันที “เห็นหรือไม่ เพียงครู่เดียวก็เสร็จแล้ว”

ลูกจ้างร้านผ้าพันสายวัดรอบเอวเขา ก่อนเอ่ยอย่างลำบากใจ

“คุณชายขอรับ กรุณาอย่าเกร็งท้อง”

“ข้าไม่ได้เกร็ง”

“เช่นนั้นช่วยหายใจออกก่อนขอรับ”

โจวหมิงนิ่งไปครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ

สายวัดขยับออกไปอีกเกือบหนึ่งชุ่น

โมเจียหลุดหัวเราะ “ท่านเกร็งจริงด้วย”

“ข้าเพียงสูดลมหายใจลึก”

จูลี่อาศัยจังหวะที่ทั้งสองไม่ทันระวัง เดินออกจากร้านผ้าอย่างเงียบ ๆ

เสียงในหัวรีบเอ่ยเตือน “พวกมันขยับแล้ว”

“รู้แล้ว”

“รีบกลับไปหาเจ้าสองคนนั้น”

“หากกลับไป พวกมันจะไม่จับ”

“ก็ดีแล้วมิใช่หรือ?”

“ไม่ดี”

เห็นชัดว่าเป็นเด็กดื้อที่ไม่ฟังใครเลยจริง ๆ

จูลี่เดินไปหยุดหน้าร้านขนม เลือกขนมแป้งทอดมาหนึ่งถุง ก่อนถามแม่ค้าว่า “ตรอกใดคนไม่มาก?”

แม่ค้าชี้ไปทางขวาอย่างไม่คิดอะไร “เดินไปอีกหน่อยจะมีตรอกเล็กอยู่ข้างร้านเครื่องไม้ แต่ในนั้นไม่มีของขาย คุณหนูน้อยอย่าเข้าไปเลย มืดและสกปรก”

“ขอบคุณ”

เด็กหญิงถือถุงขนมเดินตรงไปยังตรอกนั้นทันที

เสียงในหัวแทบสำลัก “นางบอกว่าอย่าเข้าไป”

“ข้าได้ยิน”

“แล้วเจ้ายังไปอีก?”

“ตรงนั้นเหมาะให้จับ”

ชั่วขณะนั้น เสียงลึกลับเริ่มไม่แน่ใจว่าผู้ใดกันแน่เป็นฝ่ายดักจับผู้ใด

จูลี่เดินผ่านปากตรอกช้า ๆ แต่ไม่ได้เข้าไป นางยืนกินขนมอยู่ริมถนน ทำเหมือนยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปทางใดต่อ

ชายสวมหมวกปีกกว้างเดินผ่านด้านหลังนางไปโดยไม่หันมอง

อีกคนหนึ่งเดินสวนมา บนบ่าพาดไม้คานสำหรับหาบของ ท่าทางเหมือนชาวบ้านธรรมดา ส่วนคนบนหลังคายังคงซ่อนตัวอยู่ที่เดิม

จูลี่หยิบขนมชิ้นที่สองขึ้นมา “พวกเขาไม่จับ”

“ก็ตรงนี้มีคน”

เด็กหญิงกวาดตามองถนน ผู้คนเดินผ่านไปมาไม่ขาดสาย หากรอต่อไป โจวหมิงกับโมเจียคงตามออกมาเสียก่อน

นางจึงก้าวเข้าไปในตรอกด้วยตนเอง

“เดี๋ยวก่อน” เสียงในหัวร้องห้าม “เจ้าอย่างน้อยก็ควรบอกสองคนนั้นไว้ก่อน”

“บอกแล้วพวกเขาจะตามมา”

“มีคนช่วยไม่ดีหรือ?”

“พวกเขาเอาชนะไม่ได้”

คำตอบนั้นตรงไปตรงมาจนเสียงในหัวเถียงไม่ออก

โจวหมิงกับโมเจียหนีเก่งก็จริง ทว่าศัตรูด้านนอกมีอย่างน้อยสองคนที่อยู่ระดับก่อกำเนิด หากทั้งคู่ตามมาด้วย ต่อให้จูลี่ไม่เป็นอะไร นางก็ต้องคอยระวังไม่ให้พวกเขาถูกฆ่า

ยุ่งยากเกินไป

เข้าไปคนเดียวง่ายกว่า

แต่ถึงอย่างนั้นจูลี่ก็ยังเชื่อคำเตือนของเสียงลึกลับในหัวอยู่ส่วนหนึ่ง

จูลี่กินขนมชิ้นสุดท้ายจนหมด จากนั้นพับถุงกระดาษเก็บใส่แหวนอย่างเรียบร้อย ก่อนจะเขียนบางอย่างลงไป แล้วเดินไปที่เหลาสุรา 

“หากศิษย์พี่ทั้งสองมาตามหาข้า ฝากเอากระดาษแผ่นนี้ให้พวกเขาด้วยนะเจ้าคะ แล้วก็อาทิตย์หน้าไม่แน่ใจว่าจะมาซื้อสุราไหมนะเจ้าคะ” พูดจบเด็กหญิงก็เดินออกมา แล้วตรงไปที่ตรอกนั้นอีกครั้ง

ตรอกแคบทอดยาวระหว่างกำแพงสองด้าน เมื่อเดินลึกเข้ามา เสียงจากถนนด้านนอกก็ค่อย ๆ เบาลง

ไม่มีใครทันได้สังเกตุว่าแหวนมากมายบนมือของจูลี่หายไปทั้งหมด เหลือเพียงแหวนธรรมดาสีดำบนนิ้วโป้งวงเดียวเท่านั้น

พอเห็นว่าจูลี่อยู่เพียงลำพัง ท่าทางเลิกลั่กเล็กน้อยเหมือนเด็กหลงทาง

เงาร่างสองสายตกลงมาปิดทางด้านหน้าและด้านหลังพร้อมกัน

ชายสวมหมวกปีกกว้างถอดหมวกออก เผยใบหน้าธรรมดาจนแทบไม่มีสิ่งใดให้จดจำ ทว่ารอยสักรูปเปลวเพลิงบนหลังมือกลับเห็นได้ชัดเจน