ตอนที่ 89
ตอนที่ 89
อู๋ฉางไห่มองไหสุรา แล้วมองแขนเสื้อเล็ก ๆ ของนาง
เมื่อครู่มือนางยังว่างเปล่า ทั้งแขนเสื้อก็ไม่ได้กว้างพอจะซ่อนเนื้อปลาชิ้นใหญ่กับไหสุราได้
“คุณหนูนำของเหล่านี้ออกมาจากที่ใด?”
“แขนเสื้อ”
อู๋ฉางไห่มองแขนเสื้อของนางอีกครั้ง
ต่อให้ยัดปลาชิ้นนั้นเข้าไป แขนของนางก็คงไม่เหลือที่ให้สอดเข้าไปแล้ว
“คุณหนู...”
“กินตอนร้อนอร่อยกว่า”
อู๋ฉางไห่เงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็กัดเนื้อปลาไปคำหนึ่ง
เนื้อปลานุ่มละลายในปาก พลังวิญญาณอ่อน ๆ ไหลลงไปตามลำคอ กระจายไปทั่วร่างที่บอบช้ำ แม้ไม่อาจรักษาบาดแผลได้ทันที แต่ก็ทำให้ความหนาวเย็นที่เกาะกินกระดูกลดลงไม่น้อย
ขอบตาของเขาพลันร้อนผ่าว
เขาไม่รู้ว่าตนไม่ได้กินอาหารดี ๆ เช่นนี้มานานเท่าใดแล้ว
“อร่อยหรือไม่?” จูลี่ถาม
“อร่อยขอรับ”
“ศิษย์พี่หญิงโมเจียย่างปลาเก่งที่สุด”
“ขอรับ”
“แต่อาจารย์หม่าชอบแย่งส่วนที่ดีที่สุด”
“...ขอรับ”
จูลี่รอให้เขากินปลาไปได้ครึ่งชิ้น จึงหยิบขวดยาออกมาสามขวด ตามด้วยผ้าสะอาดหนึ่งม้วน โอสถรักษาอาการบาดเจ็บภายในสองเม็ด และถุงน้ำอีกหนึ่งใบ
อู๋ฉางไห่มองสิ่งของที่วางเรียงรายเต็มพื้น
“ทั้งหมดนี้ก็อยู่ในแขนเสื้อหรือขอรับ?”
“อืม”
“แขนเสื้อของคุณหนูเก็บของได้มากจริง ๆ”
“อืม” จูลี่รับคำโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
อู๋ฉางไห่ไม่ได้ซักถามต่อ คุณหนูสามารถรอดชีวิตมาจนถึงวันนี้ได้ ย่อมต้องมีความลับของตนเอง
นางเปิดขวดยา ดมกลิ่นเล็กน้อย ก่อนเทผงยาลงบนบาดแผลบริเวณข้อมือ
อู๋ฉางไห่สะดุ้งสุดตัว
“เจ็บหรือ?” นางถาม
“ไม่เจ็บขอรับ”
จูลี่จึงเทเพิ่ม
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของอู๋ฉางไห่กระตุกทันที
“เจ็บหรือไม่?”
“ไม่...ไม่เจ็บขอรับ”
นางเทลงไปอีกเกือบครึ่งขวด
อู๋ฉางไห่กัดฟันแน่นจนขากรรไกรสั่น รู้สึกคิดผิดแล้วจริง ๆ ที่ตอบว่าไม่เจ็บ
จูลี่มองเหงื่อที่ซึมออกมาตามหน้าผากของเขา “เหตุใดเหงื่อออก?”
“อากาศร้อนขอรับ” ตอบว่าไม่เจ็บไปแล้ว มาตอบเจ็บตอนนี้ก็เสียหน้า
จูลี่เงยหน้ามองห้องขังอันหนาวเย็น ก่อนหันกลับมามองเขา
“ท่านโกหกไม่เก่ง”
“บ่าวจะพยายามปรับปรุงขอรับ”
นางใช้ผ้าสะอาดเช็ดเลือดตามใบหน้าและแขนของเขา จากนั้นจึงทายารักษาบาดแผลอย่างระมัดระวัง
บาดแผลบางแห่งมีเศษผ้าติดอยู่กับเนื้อ จำเป็นต้องตัดออกก่อน
จูลี่หยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมา
อู๋ฉางไห่มองคมมีดที่สะท้อนแสงเย็นเยียบ
“คุณหนูเคยรักษาคนหรือไม่ขอรับ?”
“ไม่เคย”
มือของอู๋ฉางไห่สั่นเล็กน้อย
“แล้วเคยรักษาสิ่งใดมาก่อนหรือ?”
“เจ้าหิน”
“เจ้าหินเป็นผู้ใด?”
“อสูรเกราะศิลา”
“อสูรกับมนุษย์...แตกต่างกันอยู่บ้างนะขอรับ”
“ไม่ต่างกันมาก”
“ตรงใดที่ไม่ต่างหรือขอรับ?” อสูรเกราะศิลทั้งตัวมีแต่หิน
“เวลาทายาก็ร้องเหมือนกัน”
อู๋ฉางไห่รู้สึกว่าตนไม่ควรถามต่ออีก มิเช่นนั้นอาจจะสะเทือนใจกว่านี้
จูลี่กรีดเศษผ้าที่ติดอยู่กับบาดแผลออกอย่างคล่องแคล่วเกินคาด ก่อนทายา พันผ้า และป้อนโอสถรักษาอาการบาดเจ็บภายในให้เขากิน
เมื่อจัดการบาดแผลทั้งหมดเสร็จ นางยังหยิบเสื้อคลุมสะอาดออกมาคลุมให้เขาอีกหนึ่งผืน
อู๋ฉางไห่มองสิ่งของมากมายรอบตัว ก่อนกล่าวเสียงแผ่ว
“ไม่ควรสิ้นเปลืองโอสถกับบ่าวเลยขอรับ”
“อาจารย์มีเยอะ”
“โอสถเหล่านี้ล้ำค่า”
“ข้าก็มีเยอะ”
“แต่พรุ่งนี้พวกมันคงลากบ่าวไปทรมานอีก ต่อให้รักษาตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์”
“เช่นนั้นพรุ่งนี้ค่อยทาใหม่”
“คุณหนู บ่าวอาจไม่รอดถึงพรุ่งนี้”
“เมื่อครู่ท่านบอกว่า ขอเพียงข้าเอาตัวรอด ท่านก็ตายตาหลับแล้ว” จูลี่เงยหน้ามองเขา
“ขอรับ”
“แต่ข้ายังไม่รอด”
อู๋ฉางไห่ชะงักไป
“ข้ายังถูกขังอยู่” จูลี่ชี้ไปทางประตูเหล็ก
“...” แต่เห็นชัดว่าพังค่ายกลเข้ามาหาเขาได้
โกหกยังไงให้เห็นว่าโกหก
“พวกเขายังจะป้อนยาให้ข้าเสียสติด้วย” จูลี่ทำตัวเหมือนเด็กถูกรังแกแล้วฟ้องผู้ใหญ่
อู๋ฉางไห่อ้าปาก แต่นึกไม่ออกว่าจะตอบโต้ว่าอย่างไรดี
จูลี่หยิบเนื้อปลาอีกชิ้นวางลงบนตักเขา ก่อนนำเศษหินแหลมคมโยนออกไปนอกระยะเอื้อม
“รอให้ข้ารอดก่อน แล้วท่านค่อยตาย”
อู๋ฉางไห่มองเด็กหญิงตรงหน้านิ่ง ๆ
หยาดน้ำใสค่อย ๆ ไหลลงมาตามใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเลือด เขาก้มศีรษะลงอย่างเชื่องช้า
“ขอรับ คุณหนู” เด็กหญิงที่เขาเห็นตั้งแต่ครั้งยังเป็นทารก ตอนนี้ดูเหมือนจะโตขึ้นเอาตัวรอดได้แล้วจริง ๆ
จูลี่พยักหน้าด้วยความพอใจ ก่อนนั่งลงข้างกายเขาและเปิดไหสุราของตนเอง
อู๋ฉางไห่เห็นดังนั้นก็รีบห้าม
“คุณหนู ท่านยังเด็ก ดื่มสุราไม่ดีต่อร่างกายนะขอรับ”
มือที่กำลังยกไหสุราของจูลี่หยุดอยู่กลางอากาศ นางหันไปมองเขาช้า ๆ “เมื่อครู่ท่านยังอยากตายอยู่เลย”
“เรื่องนี้กับเรื่องดื่มสุราไม่เกี่ยวกันขอรับ”
“ท่านจะฟ้องอาจารย์หรือ?”
อู๋ฉางไห่ลังเลไปครู่หนึ่ง “หากบ่าวมีโอกาสออกไป ย่อมต้องรายงานตามความจริงขอรับ”
จูลี่เงียบลงทันที
นางมองประตูห้องขัง จากนั้นก็มองโซ่บนข้อมือของเขา ก่อนลุกขึ้นเดินไปเก็บเศษหินแหลมคมกลับมา
อู๋ฉางไห่มองเศษหินที่ถูกวางคืนตรงหน้าตน
จูลี่กอดไหสุราไว้แน่น พลางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ข้าคิดดูแล้ว”
“คุณหนูคิดสิ่งใดหรือขอรับ?”
“ท่านไม่จำเป็นต้องรอให้ข้ารอดแล้ว”
อู๋ฉางไห่ “...”