ไม่เกรงพระทัยกระทั่งจักรพรรดิ
ไม่เกรงพระทัยกระทั่งจักรพรรดิ
ขณะฝ่ายบุพการีอับอายแทนบุตรชาย ยังต่างลอบคิดเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยไม่ทราบจะกู้สถานการณ์อย่างไร ทว่าแทบในทันทีหลังจากนั้น ข้ารับใช้คนเดิมซึ่งยังไม่หายอกสั่นขวัญสะเทือนก็วิ่งมาแจ้งข่าวอีกครา
“มะ...มะ...มีราชโองการจากฝ่าบาทขอรับ!”
พร้อมกับที่ฉินอ๋องขมวดคิ้ว แทบทุกคนที่เหลือในนั้นก็คิดปลอดโปร่ง
นั่นปะไร...ว่องไวสมเป็นสายข่าวของจักรพรรดิ คงไปถวายรายงานการกระทำอันบ้าบิ่นเกินขอบเขตนี้ของฉินอ๋อง จนฝ่าบาทมิอาจทรงอยู่นิ่งเฉย
แม้จะต่างคนต่างความคิด กระนั้นทุกคนก็ได้แต่รีบพากันออกไปคุกเข่ารับราชโองการด้วยความประหม่าเร่งร้อน
ทว่าคำประกาศก้องของหัวหน้ามหาดเล็กซึ่งเป็นผู้เชิญใจความสำคัญจากโอรสสวรรค์มา ก็ทำเอาในใจใครหลายคนยิ่งทวีความร้าวร้อน
“ด้วยโองการจากฟ้า โอรสสวรรค์จึงทรงมีพระบัญชา แสดงความยินดีกับการวิวาห์ของพระปิตุลา และขอแต่งตั้งเยี่ยวั่งซี บุตรีสกุลเยี่ยผู้มีความประพฤติดีงามเป็นฉินหวางเฟย ยังประทานกวานนกไจ๋ทองคำเก้าตัวเป็นของขวัญแก่อาสะใภ้...”
เสียงอื้ออึงอยู่แล้วจากมวลชนยิ่งกลายเป็นเซ็งแซ่ เมื่อฝากล่องถูกเปิด เผยกวานทองคำสีอร่ามปรากฏแก่สายตา
มิใช่ว่าฝ่าบาททรงส่งคนมาคัดค้านขัดขวาง ยังใช้คำเรียกขานอย่างสนิทสนมว่าอาสะใภ้ แต่งตั้งให้เป็นหวางเฟย รวมทั้งประทานของขวัญซึ่งเหมาะแก่ฐานะนั้นมาให้พร้อม!
เพราะหากเป็นชนชั้นสูงหรือข้าราชการ ถ้าเจ้าสาวจะสวมกวานนกไจ๋ในวันวิวาห์ พวกมันจะมีได้แค่สามถึงห้าตัว ทว่าสำหรับสตรีผู้นี้แม้จะเป็นเพียงสามัญชน ไร้ความเหมาะสมคู่ควรใดกับฉินอ๋อง ฝ่าบาทนอกจากไม่ถือสาด้วยคงเห็นแก่พระปิตุลา ยังประทานของที่เชื้อพระวงศ์จะสวมใส่เท่านั้นเอามาให้
นี่มันมิใช่เพียงการยอมรับด้วยพระทัยกว้างขวาง แต่ยังแสดงออกว่าทรงรักและเทิดทูนเสด็จอาเสียยิ่งกว่าในข่าวลือ!
หากเสด็จอาผู้นั้นกลับขมวดคิ้วนิ่วหน้า เอ่ยน้ำเสียงจริงจังเคร่งเครียดยิ่ง
“ความจริงฝ่าบาทไม่เห็นจะต้องวุ่นวาย ทรงส่งกวานมาให้เช่นนี้ ข้าก็ต้องให้เจ้าสาวของข้าสวมกวานพระราชทานแทนที่จะเป็นของของข้าน่ะสิ”
เพ้ย! เพียงคิดก็เพียงพอ เหตุใดหนอจะต้องพ่นออกมาด้วย!!
เป็นความคิดของใครหลายคนซึ่งผงะเสียจนหน้าเกือบทิ่มพื้นหินทั้งท่าหมอบ
ส่วนหัวหน้ามหาดเล็กผู้คุ้นชินกับนิสัยบุรุษผู้นี้ดีก็เริ่มเหงื่อแตก แต่ทุกครามีฝ่าบาทอยู่เคียงข้างคอยรับมือเสด็จอาด้วยองค์เอง วันนี้จำต้องผ่านมันไปให้ได้ด้วยตัวคนเดียว ในหัวจึงคิดหาคำพูดจนวุ่นวาย
ณ ตอนนั้นก็มีหลายคนเห็นว่ามือขาวผ่องตัดกับชุดสีแดงสดของเจ้าสาวลอบดึงชายแขนเสื้อบุรุษผู้กำลังตีสีหน้ายุ่ง
แต่เพราะนางไม่เพียงใช้พัดกลมบังสีหน้า ยังกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันเพียงสองคน จึงไม่มีผู้ใดได้สดับใจความ
‘เอาเช่นนี้ดีหรือไม่เพคะ หม่อมฉันจะเปลี่ยนไปสวมกวานของฝ่าบาทก่อน เมื่อไปถึงตำหนักท่านอ๋องแล้วก่อนเริ่มพิธีอื่นๆ ก็จะเปลี่ยนไปสวมกวานนกหลวนของพระองค์ พร้อมเปลี่ยนชุดใหม่ไปด้วยเพื่อมิให้ดูจงใจเกินไป’
‘ดี...เจ้าสาวมีทั้งชุดวิวาห์และเครื่องประดับหลากหลายเช่นนี้ ช่างสมกับที่แต่งเข้าตำหนักข้าเสียจริง’
‘เช่นนั้นก็พอได้แล้วเพคะ อยากให้งานล่มมากกว่าลุล่วงด้วยดีหรือ’
ทั้งที่เยี่ยวั่งซีตั้งใจจบพร้อมถอยใบหน้าห่างออกมา ทว่ามือใหญ่ของบุรุษในชุดแดงกลับรั้งท้ายทอยนางเอาไว้
โน้มใบหน้างดงามคมคายเข้ามาใกล้ จงใจกระซิบเฉียดใบหู
‘มีสิ่งที่เจ้าควรต้องรู้ไว้นะเด็กน้อย...ว่าหากข้าผู้นี้ออกหน้าจัดการ ไม่มีงานใดที่จะล่มจมล้มเหลว’
แม้ผู้ที่อยู่ด้านหน้าพัดกลมซึ่งทำหน้าที่ดั่งฉากกั้นจะเห็นอะไรๆ ไม่ชัด ทว่าผู้ที่หมอบอยู่ด้านหลังทั้งคู่กลับเห็นภาพความชิดใกล้ชวนสยิวใจได้ชัดเจน
ผู้ที่ไม่เกรงพระทัยจักรพรรดิ ยังไม่อายฟ้าดินอย่างฉินอ๋องผู้นี้ ยังจะมีผู้ใดหยุดยั้งเขาได้กัน!
“ก็ได้ ข้าน้อมรับราชโองการ” แม้คำพูดฟังห้วนสั้น ทว่าท่าทางยามฉินอ๋องคำนับรับกลับนอบน้อมงดงาม
มหาดเล็กซึ่งใกล้บรรลุหน้าที่ลอบพรูลมหายใจ หากเขายังเหลืองานหนักหน้าอย่างสุดท้าย
“แล้วก็...นอกจากกวานนกไจ๋ทองคำแล้ว ฝ่าบาทยังประทานของขวัญสำคัญยิ่งอีกชิ้นให้ฉินหวางเฟย”
สิ้นคำกล่าวชวนฉงนจนขนาดหยางเว่ยไหลเองก็ยังคาดเดามิได้ ขันทีนายหนึ่งก็นำหีบไม้จันทน์หอมใบน้อยไปมอบแก่เยี่ยวั่งซี หัวหน้ามหาดเล็กให้นางเปิดดูทันที เพื่อประกอบรับสั่งสุดท้าย
แล้วของข้างในก็ทำเอาใครหลายคนกระทั่งตัวเยี่ยวั่งซีรู้สึกตกตะลึง!
***
เต้แต่งตั้งเป็นหวางเฟยไม่พอ ยังให้อะไรน้อง ไม่สิ อาสะใภ้กันอีกนะ
ตอนหน้าจบพาร์ตงานวิวาห์ว้าวุ่นแล้ว เข้าสู่พาร์ตต่อไป