เลขนำโชค
เลขนำโชค
มันก็คือ ‘四四四四四八八八八八’ (สี่สี่สี่สี่สี่แปดแปดแปดแปดแปด)
ประหลาดขนาดนี้ต่อให้ตายแล้วย้อนกลับมาใหม่อีกสิบรอบ นางก็ไม่มีทางลืมลง
จำได้ว่าในชีวิตก่อนผู้คนเล่าลือกันถึงความบังเอิญพิลึกพิลั่นนี้ จนมีการตั้งข้อสังเกตว่าบ่อนอาจกระทำเรื่องคดโกง ทว่าเพราะการสุ่มจับฉลากเลขนั้นทำอย่างเปิดเผย เปิดให้พยานซึ่งก็คือผู้คนทั่วไปรวมทั้งผีพนันได้ชมดู ข้อนี้จึงถูกปัดตกไป
และที่สำคัญคือ...ต่อให้จะมีการคดโกงจริงก็คงไม่อาจทำสิ่งใด เพราะเจ้าของบ่อนแห่งนี้ก็คือฉินอ๋อง
บุรุษที่ขนาดจักรพรรดิยังเกรงพระทัย คนสามัญจะเอาสิ่งใดไปต่อกร
แน่นอนว่าไม่เคยมีใครถูกรางวัลใหญ่ หลักแสนตำลึงนั่นเลยสักครา
ยามคิดว่านางกำลังจะได้ครอบครองเงินมหาศาลนั่นในไม่ช้า เยี่ยวั่งซีก็แทบอยากมุ่งไปยังบ่อนจินว่านหยวนโดยทันที แต่นางมีภารกิจสำคัญต้องไปแวะทำให้เรียบร้อยเสียก่อน
เพราะวันนี้เป็นวันที่จะต้องเดินทางไปไหว้หลุมศพผู้มีพระคุณคนหนึ่งของครอบครัว โดยทุกปีจะต้องเป็นนางที่เป็นตัวแทนไปคำนับกราบไหว้
ความจริงจะไม่ไปก็ย่อมได้ เพราะอย่างไรไม่ช้าก็จะตีจากตัดขาดครอบครัวอยู่แล้ว ทว่านางมีเป้าประสงค์อื่นแฝงไว้
นั่นก็คือการไปบนบาน อะแฮ่ม! สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยในการกระทำการใหญ่เพื่อชีวิตใหม่อย่างไรเล่า!
หลังเซ่นไหว้หลุมศพผู้มีพระคุณเรียบร้อย นางจึงเร่งมุ่งไปหาพระพุทธรูปองค์ใหญ่ในโบสถ์ ไม่ทราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะโกรธหรือไม่ที่มาขอเรื่องพนัน กระนั้นก็ตั้งใจอธิษฐาน ไม่ลืมแอบบนบานว่าจะแบ่งเงิน(ที่ได้จากในบ่อน)มาถวายเพื่อทำนุบำรุงศาสนา
หวังอย่างแรงกล้าว่าท่านจะเห็นแก่ความเผื่อแผ่ที่นางมี ช่วยปัดเป่าอุปสรรคในชีวิตให้หมดสิ้น!
เรียบร้อยก็เดินทอดน่อง ดีดลูกคิดรางแก้วในหัว จนมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนเดินออกนอกเส้นทางเสียอย่างนั้น มันยังอยู่ในเขตอาราม แต่เป็นพื้นที่ด้านหลัง ในสวนซึ่งไม่รกชัฏ ทว่ากว้างขวาง ร่มเย็น ให้ความรู้สึกสงบสบาย
แต่แล้วเมื่อมองไปยังบ่อน้ำสีมรกต และพบว่ามีศีรษะคนผู้หนึ่งทะลึ่งพ้นผิวน้ำขึ้นมา ความรู้สึก ‘ร่มเย็น สงบ สบาย’ ที่เคยมีก็มลายหายไปสิ้น
ใบหน้างดงามหล่อเหลา ดูสะอาดสะอ้าน สุภาพราวบัณฑิตผู้คงแก่เรียน หากยามริมฝีปากบางสวยคลี่แย้มกลับกลายเป็นรอยคล้ายยิ้มเหยียด
แลเพราะเสื้อผ้า...เครื่องประดับซึ่งบ่งบอกฐานะที่ถูกถอดพาดวางไว้บนหิน นางจึงแน่ใจทันทีว่าบุรุษซึ่งน่าจะเปลือยกายแช่น้ำอยู่ตรงหน้ายามนี้คือผู้ใด!
“ที่เป็นเขตหวงห้าม คนนอกอย่างเจ้าจงเร่งกลับออกไปเสีย”
สุรเสียงนั้นเย็นเยียบยิ่งกว่าอากาศที่โอบล้อมอยู่ จนนางเดาไม่รู้ว่าพระองค์ถามด้วยอารมณ์เช่นไร มีความโกรธเจือปนหรือไม่
ตัดสินใจได้เด็ดขาดทันที ต้องทำเป็นไม่ทราบว่าบุรุษผู้นี้คือฉินอ๋อง จึงจะไม่เป็นเรื่องใหญ่
“แต่ข้าก็เข้ามาแล้ว เพราะปากทางไม่มีใครร้องห้าม ข้อความติดเตือนไว้ก็ไม่เห็นจะมี”
ก่อนยอมรับผิด ต้องไม่ลืมโทษคนอื่นด้วย จะได้ช่วยกันแบ่งอาโทษไป
“แล้วหากมันเป็นเขตหวงห้ามจริง ท่านจะมาแช่น้ำสบายใจอยู่นี่ได้อย่างไร เป็นเจ้าอาวาสรึก็ไม่ใช่ เหตุใดจะมาสั่งว่า ใครห้ามเข้าออกบริเวณไหน”
การกล้าถามเช่นนี้ จะยิ่งช่วยให้เหมือนคนที่ไม่รู้ว่าพระองค์คือใครได้อย่างแนบเนียนยิ่งขึ้น
เพราะหากทราบว่าเป็นฉินอ๋องผู้เกรียงไกร จะต้องไม่มีผู้ใดขวัญเทียมฟ้า กล้ายียวนอย่างที่นางทำอยู่แน่นอน!
บนดวงพักตร์ซึ่งหากเครื่องหน้าทุกชิ้นอยู่นิ่งจะดูแสนสุภาพ หากยามนี้รอยยิ้มที่เหยียดแย้มอยู่แล้ว กลับฉีกกว้างออกไปอีก
“หึ...เจ้าคงไม่ทราบเลยจริงๆ ว่าข้าเป็นใคร”
มาแล้ว! การอวดเบ่ง เตรียมใช้อำนาจกดข่ม นางต้องรีบกลบเกลื่อนแล้วชิงจากไปก่อนพระองค์จะเผยตัวตน เพื่อจะได้ไม่ทันโดนเอาเรื่อง!!
“เหอะ! ท่านจะบอกว่าตนเองคือเจ้าอาวาสงั้นหรือ ไปโกนผมเสียก่อนเถอะเลอะเทอะเสียจริง ข้าไม่เสียเวลาเสวนากับคนอย่างท่านแล้---!!!?”
ไม่ทันเอ่ยจบนางก็ต้องผงะ ลืมสิ้นถ้อยคำที่คาค้างกลางลำคอ นั่นเพราะบุรุษซึ่งเคยนั่งแช่น้ำจนโผล่พ้นขึ้นมาแค่ช่วงศีรษะถึงไหล่ บัดนี้ลุกขึ้นยืนอล่างฉ่าง!
***
การพบกันสุดประทับใจ
ว่าแต่ท่านโชว์ทำไม???