พรสวรรค์วิเศษ
พรสวรรค์วิเศษ
เพราะเพี่ยวฉ่ายไม่แพง หากแทงไม่กี่หลักก็ยิ่งราคาถูกลงอีก แม้จะหมายถึงเงินรางวัลที่ได้ย่อมน้อยลงตาม กระนั้นมันก็ได้รับความนิยมจนทำให้ฉินอ๋องเจ้าของบ่อน สั่งพนักงานให้รับแทงเรื่อยๆ จวบจนใกล้ถึงเวลาออกผล
“วันนี้ทุกอย่างก็เรียบร้อยดี อีกหนึ่งก้านธูปจะออกรางวัลแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
หัวหน้าพนักงานประจำโต๊ะรับแทงมารายงานเจ้าของบ่อนซึ่งอยู่ในห้องทำงานอันหรูหรากว้างขวาง
ใบหน้างดงามและดูสุภาพยามไม่แสดงอารมณ์เพียงพยักรับเชื่องช้า ไม่แม้จะปรายมองมา
“มิทราบวันนี้ท่านอ๋องจะออกไปรับชมหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะได้สั่งคนจัดเตรียมที่นั่งพิเศษ”
เพราะมีหลายครั้งที่พระองค์มักไปนั่งรับชมการประกาศรางวัลอยู่ในที่นั่งอันลับตา เห็นว่าทรงสำราญกับการได้ดูสีหน้าท่าทางของผู้คนยามเป็นผู้โชคดี
แม้การแทงเลขให้ถูกตรงหลักเพียงหนึ่งหรือสองหลัก จะมิใช่เรื่องยากนักจึงเกิดขึ้นบ่อย เงินรางวัลยังน้อยจนบางคนไม่คุ้มต้นทุนในการแทงด้วยซ้ำ ทว่า...เรื่องน่าแปลกกว่าท่าทางดีใจจนต้องเรียกสะใจของนักพนัน กลับคือท่าทางของฉินอ๋อง
ทุกคราที่คนผู้นี้เลือกออกไปนั่งชมดูก็มักมีผู้ถูกรางวัลเสมอ หากรอบไหนเลือกจะไม่ออกไปก็จะไม่มีใครถูกรางวัลเลย
ราวกับทราบอยู่แล้วล่วงหน้าว่าใครจะถูกรางวัลบ้าง...
เรื่องเล่นสกปรก แอบใช้กลโกงโดยให้ออกเลขที่ตัวเองตั้งใจตัดไปได้เลย เพราะผู้ที่เตรียมการสุ่มออกตัวเลขก็คือพวกพนักงานอย่างเขา ยังทำต่อหน้าธารกำนัลผู้รับชม เพื่อความโปร่งใส
ไม่มีทางที่จะทรงรู้ได้เลย
หากสิ่งที่น่าแปลกกว่านั้นจนต้องกล่าวว่าน่ากลัว ก็คือสายตาคมกริบซึ่งมักจ้องตรงมายังพวกเขาราวต้องการกรีดแทงให้ทะลุอยู่บ่อยครั้ง
“ทะ...ท่านอ๋อง?”
เสียงของลูกจ้างส่งมาไม่ถึงหยางเว่ยไหล เพราะเขากำลังตัดสินใจว่า จะลอง ‘ตรวจสอบอนาคต’ ดูดีหรือไม่
เขามีพรสวรรค์พิเศษ ซึ่งจริงๆ อาจต้องเรียกว่าสวรรค์สาป นั่นคือการสัมผัสตัวผู้ใด ก็จะสามารถมองเห็นอนาคตของคนผู้นั้น
เว้นเพียงอนาคตของตัวเขาเอง...แต่มันก็สามารถใช้เคล็ดลับคือ ดูจากผู้อื่นที่แวดล้อมตัวเขา ที่ต้องมาข้องเกี่ยวกัน ก็จะพออนุมานได้ไม่ยากว่าจะเกิดอะไร
และหลังออกรางวัลเพี่ยวฉ่ายรอบล่าสุดเมื่อยี่สิบวันก่อน ตอนนั้นเขาก็แตะตัวพนักงานคนนี้ดู ลองตรวจสอบอนาคตอันใกล้ซึ่งครอบคลุมมาถึงวันนี้ พบว่าไม่มีผู้ใดถูกรางวัล
ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องออกไปนั่งชมดู
แต่...เพราะเมื่อเช้ายามไปแช่ตัวในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์กลับเกิดเรื่องไม่คาดคิด สตรีซึ่งไม่เคยเห็นหน้าค่าตากลับปรากฏตัวออกมา เหตุการณ์เล็กๆ นี้กลับกวนใจเขามากกว่าที่คาด
กวนใจเพราะ หนึ่ง...เขาไม่เคยเห็นเรื่องที่ว่านางจะปรากฏตัวมาเจอกับเขาในภาพอนาคตของใครมาก่อน แต่ก็อาจเพราะเขาเองตรวจสอบไม่ละเอียดพอ ไม่ได้ทำครบทุกคนก็เป็นได้ จึงพยายามปล่อยวางมันไป
และอีกสาเหตุที่มันกวนใจคือ ท่าทาง ใบหน้า ปฏิกิริยาตอบโต้ของนาง ช่างน่าขันจนนึกย้อนไปทีไรก็แทบอดกลั้นหัวเราะไว้มิไหว
ก่อนภาพรอยยิ้มของหยางเว่ยไหลจะทำเอาลูกจ้างบ่อนของเขาถึงกับขนหัวลุก...
เนื่องจากเป็นที่รู้กันดีในหมู่บ่าวไพร่ใกล้ชิด ว่าฉินอ๋องผู้นี้วางองค์อย่างเป็นกันเองมากเกินไปจนพวกเขากลายเป็นฝ่ายอึดอัดใจ เพราะบุรุษสูงศักดิ์ผู้นี้มักชอบแตะตัวลูกน้องบ่าวไพร่บุรุษ ทั้งแบบผิวเผิน ชั่วประเดี๋ยว หรือบางทีก็จับค้างไว้เนิ่นนาน
แน่นอน...แท้จริงย่อมเพราะหากหยางเว่ยไหลจะดูภาพอนาคตในกาลไกลๆ จะต้องสัมผัสกันอย่างเนิ่นนาน หลายคราจึงต้องจับบ่าพวกบ่าวชาย วางมือค้างไว้เช่นนั้นจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดี
แต่เพราะใครเล่าจะรู้ว่าเขามีความสามารถเช่นนี้ เหล่าบ่าวบุรุษสตรีจึงพากันลอบขนลุกพองสยองเกล้า!
ยังพากันเชื่อมโยงเข้าใจวิบัติไปไกลกว่านั้น ว่าหรือสาเหตุที่ฉินอ๋องทรงทิ้งขว้างราชบัลลังก์ จนป่านนี้ยังไม่มีกระทั่งสตรีที่แอบเลี้ยงไว้ เพราะพระองค์มีใจใฝ่ในบุรุษด้วยกัน!!
หัวหน้าโต๊ะรับแทงเพี่ยวฉ่ายจึงเฝ้ามองหัตถ์ที่ยื่นใกล้เข้ามาด้วยความหวาดกลัว คิดหาทางรอดจนหัวหมุนแต่ก็ไม่พบ จึงทำใจว่าตนคงต้องยอมสยบให้มือข้างนี้ลูบคลำ(?)กระทำตามใจ
แต่ก่อนจะแตะถูกตัวเขา ท่านอ๋องกลับลดมือลง
“มัวทำอะไรอยู่ ไม่รีบออกไปเตรียมการประกาศรางวัลอีก”
“พ่ะ...พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” รีบคว้าทางรอด โค้งคำนับงดงามแล้วเผ่นออกจากห้องทำงานแสนหรูหราซึ่งเหมือนลานประหารกระดานทองคำทันที
คล้อยหลังลูกจ้างจากออกไปแล้ว หยางเว่ยไหลก็ปล่อยเสียงหัวเราะที่กลั้นไว้ออกมา
เพราะเห็นจากภาพในอนาคต จึงทราบดีแก่ใจว่าเหล่าบ่าวไพร่เข้าใจผิดในตัวเขาไปอย่างไร แต่แรกก็โมโหอย่างมากทว่ากลับรู้สึกน่าสนุกมากกว่า จึงปล่อยให้ความเข้าใจผิดนั้นดำเนินต่อไป
แน่นอนว่าเอามาใช้ประโยชน์ด้วยการแกล้งเจ้าพวกที่บังอาจคิดจาบจ้วงเขาไปด้วยอย่างเมื่อครู่นี้
แต่...แค่ครู่เดียวรอยยิ้มบนใบหน้าหยางเว่ยไหลก็จางหาย
เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้มันแก้เบื่อหน่ายให้เขาได้แค่ชั่วประเดี๋ยวเท่านั้นเอง
แล้วความคิดของเขาก็วนกลับไปหาหญิงสาวปริศนาอีกครา ตอนกลับออกจากอารามสั่งให้คนสนิทไปลองสืบเรื่องของนางเรียบร้อย คาดว่าอีกไม่ช้าคงได้หายเบื่อหน่าย
แต่ตอนนั้นเขาไม่อาจรู้เลย ว่าไม่ช้าที่คาดจะคือเพียงหนึ่งก้านธูปผันผ่าน เมื่อพนักงานประจำโต๊ะรับแทงเพี่ยวฉ่ายวิ่งหน้าตื่นกลับมารายงาน
“ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ มีผู้ถูกรางวัล!” ลืมสิ้นกระทั่งสงวนกิริยาตาเหลือกลานเช่นนี้ หยางเว่ยไหลจึงเดาได้ว่าคงเป็นรางวัลใหญ่สักห้าหกหลักกระมัง
“อืม...นานๆ ทีมีบ้างก็ดี เดี๋ยวไม่ช้ายามข่าวแพร่ไปว่ามีผู้ถูกรางวัลหลายพันตำลึงจากบ่อนเรา ลูกค้าก็จะยิ่งหลั่งไหลเข้ามาคับคั่ง”
แม้เขาจะว่าด้วยสุ้มเสียงยานคาง ท่าทางยังเรียบนิ่ง เพราะไม่อนาทรให้เศษเงินแค่เท่านั้น ทว่าในใจแท้จริงกลับกำลังคิดวุ่นวาย
เหตุใดเขาจึงไม่เคยเห็นภาพอนาคตเรื่องนี้มาก่อนเลย
หรืออนาคตมันจะเปลี่ยน?
แล้วก็ต้องเพิ่งจะเปลี่ยน...อย่างน้อยก็ภายในยี่สิบวันก่อนนี้ หลังจากที่เขาตรวจสอบเรื่องผลรางวัลงวดหน้าจากพนักงานโต๊ะรับแทงครั้งล่าสุดเสียด้วย?
“มีอะไรจะรายงานอีกก็เร่งว่ามา” เขาถามหลังสังเกตว่าพนักงานคนเดิมยังคงยืนเหงื่อซึม ท่าทางหลุกหลิกลังเล
“ที่ถูกรางวัลมิใช่เงินหลักพันตำลึงหรอกพ่ะย่ะค่ะ แต่เป็นรางวัลใหญ่ของบ่อนเรา กระหม่อมหมายถึง...ใหญ่สุดที่แทงถูกหมดทั้งสิบหลัก แล้วจะได้รับสามแสนตำลึงพ่ะย่ะค่ะ”
ครานี้พู่กันทองคำฝังมณีราคาแพงที่เขาถือไว้ถึงกับหลุดมือ โอษฐ์หยักสวยยังอ้าค้าง...
เรื่องบ้าบอห่าหอกอะไรกัน! นี่มิอาจเรียกแค่ว่าอนาคตเปลี่ยนแล้ว แต่มันพลิกตลบตีลังกาชัดๆ เลย!!
“ไปลากตัวคนผู้ถูกรางวัลนั่นมาพบข้า บัดเดี๋ยวนี้!”
ตะโกนกร้าวสั่งการลั่นปากสั่น ในอกพลันเต้นระรัวเร่า
ยามนี้อย่าว่าแต่จะแค่หายเบื่อ ดูเหมือนเขาจะมีอะไรให้ทำ...ให้หัวหมุนไปอีกสักพักใหญ่เลยทีเดียว!
***
พระเอกเราก็ไม่ธรรมดานะ แต่น้องแค่มาเหนือกว่า ณ จุดๆ นี้