ต้องรวยให้เงียบที่สุด
ต้องรวยให้เงียบที่สุด
ณ ลานประกาศผลเพี่ยวฉ่ายคราคร่ำไปด้วยผู้คนที่เบียดเสียดกันมารอลุ้นโชค
เยี่ยวั่งซีในคราบหนุ่มน้อยชาวบ้านยืนอยู่แถวหน้าสุดด้วยท่าทีสงบนิ่ง แผ่นหลังตั้งตรงสง่างาม ทว่าท่าทีนั้นกลับขัดหูขัดตา หลงจู๊ผู้ทำหน้าที่สุ่มจับหมายเลขบนแท่นสูง
ชายวัยกลางคนปรายตามองบุรุษอ่อนเยาว์หน้าหวานแล้วลอบขบขันในใจ
เขาเห็นตอนเด็กหนุ่มหน้าโง่ผู้นี้ไปเขียนเลขที่โต๊ะรับแทง มีอย่างที่ไหนหอบเงินมาโยนทิ้งน้ำ ซื้อเลขประหลาดพรรค์อย่างนั้น มันบ้าไปแล้วหรือ?
ต่อให้สวรรค์ถล่มลงมาตรงหน้า ชาตินี้กงล้อโชคชะตาก็ไม่มีทางออกเลขชุดพิลึกพิลั่นนั่นเด็ดขาด!
หลงจู๊แค่นยิ้มมุมปาก ส่งสายตาเหยียดหยันเยาะเย้ยไปให้เด็กหนุ่มหน้าโง่แวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปเริ่มพิธีสุ่มจับหมายเลขต่อหน้าธารกำนัลอย่างที่มักทำเพื่อความโปร่งใส
“หลักแรก...เลขสี่!” หลงจู๊ล้วงป้ายไม้ออกมาประกาศเสียงฉาดฉาน
“หลักที่สอง...เลขสี่!” เขายังคงยิ้มกริ่ม บังเอิญหรอกน่า...เจ้าหนุ่มหน้าโง่นั่นดูเหมือนจะพอมีดวงอยู่บ้าง
“หลักที่สาม...สี่! หลักที่สี่...สี่! หลักที่ห้า...ก็ยังเลขสี่!”
เสียงฮือฮาดังกระหึ่มไปทั่วลานพนัน รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของหลงจู๊เริ่มชะงักค้าง มือหนาที่สอดเข้าไปในโหลแก้วใสเพื่อจับป้ายหลักที่หกเริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ
“หลักที่หก... เลขแปด...” เสียงซึ่งเคยฉาดฉานเริ่มสั่นพร่า
“หลักที่เจ็ด...แปด! หลักที่แปด...แปด! หลักที่เก้า...แปด!”
ยิ่งป้ายไม้ถูกชูขึ้นมาทีละอัน ใบหน้าของหลงจู๊ก็ยิ่งซีดเผือดลงเรื่อยๆ ราวกับศพไร้เลือด เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลย้อยลงมาตามขมับ
บรรยากาศรอบด้านเงียบกริบจนได้ยินเสียงกลืนน้ำลาย มือของเขาที่ล้วงหยิบป้ายไม้หลักสุดท้ายสั่นระริกราวกับจับโดนถ่านร้อนจัด
ยามดวงตาที่เบิกโพลงเห็นตัวเลขตัวสุดท้าย ลมหายใจของเขาก็สะดุดกึก
“ละ... เลข... เลขแปด!”
เสียงประกาศสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ สิ้นคำนั้น เข่าของหลงจู๊ก็อ่อนยวบ ร่างทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นแท่นไม้ ขาสั่นพั่บๆ เรี่ยวแรงเหือดหายจนแทบจะเป็นลมล้มพับไปเสียเดี๋ยวนั้น
และ...เพราะความแปลกประหลาดของหมายเลขชุดนี้ จึงทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอื้ออึง
มีเพียงเยี่ยวั่งซีในคราบบุรุษร่างเล็กซึ่งพยายามกลั้นรอยยิ้มไว้จนใบหน้าบิดเบี้ยว ยังกดข่มเสียงกรีดร้องไว้จนลึกสุดใจ
ในที่สุดนางก็มีเงินไว้ให้กินใช้ตลอดชีวิตแล้ว!
ง่ายดายขนาดนี้เชียว ดีเหลือเกินที่จำเลขประหลาดชุดนี้เอาไว้!!
ซึ่งหญิงสาวก็ได้คิดเตรียมการไว้ตั้งแต่ก่อนหน้า ว่าจะทำให้ข่าวการถูกรางวัลใหญ่ของตนเงียบที่สุด หมายถึง…จะไม่ให้ผู้ใดทราบ มิเช่นนั้นอาจเกิดเรื่องวุ่นวาย ครอบครัวก็อาจเกิดรักใคร่นางขึ้นมา
มันคืออีกสาเหตุที่นางเลือกบ่อนจินว่านหยวนแห่งนี้ เพราะนอกจากหายห่วงเรื่องที่เจ้าของบ่อนจะไม่มีปัญญาจ่าย ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องปกปิดความลับของลูกค้านักพนันขั้นสุดยอด
ทุกอย่างจะถูกปีกแห่งบารมีอันกว้างใหญ่ของฉินอ๋องปกปิดเอาไว้อย่างเงียบเชียบ
เมื่อการประกาศรางวัลจบลง นางจึงเดินไปขึ้นเงินด้วยความสบายอกสบายใจ ยังจงใจมุ่งไปยังโต๊ะตัวเดียวตัวเดิมที่เคยไปตอนจ่ายเงิน แม้พนักงานซึ่งยังจำนางได้ดีจะทำหน้าคล้ายเห็นผีบรรพบุรุษ ทว่านางกลับยืนฉีกยิ้มยิงฟันใส่ วาดฝันหวานว่าจะได้นำตั๋วเงินมูลค่าสามแสนตำลึงกลับไปนอนกกกอดฝันดี
แต่แล้ว...หลังจากพนักงานผู้นั้นหายเข้าไปยังส่วนในของบ่อนได้สักพัก แทนที่จะกลับมาพร้อมตั๋วเงิน บริภาษหรือแสดงความริษยาในวาสนาของนางสักคำรบแล้วแยกย้าย เขาดันกลับมาพร้อมบุรุษร่างใหญ่สองคนได้เสียนี่
ก่อนทั้งคู่จะช่วยกัน ตรงเข้ามาลากหิ้วปีกนาง!
“ฉินอ๋องต้องการพบเจ้า จงวางตนให้สุภาพ อย่าคิดหรือกระทำการจาบจ้วงพระองค์เด็ดขาดหากยังรักชีวิต”
ชั่วขณะนั้นร่างที่กำลังดีดดิ้นของเยี่ยวั่งซีถึงกับแข็งค้าง เริ่มคิดสงสัยอย่างหนักเข้าไปทุกที...ว่าระหว่างการได้กลับไปนอนฝันดี กับได้หลับอยู่ที่นี่แล้วฝันยาวตลอดกาล นางจะโดนแบบไหน!
ซึ่งหากฉินอ๋องจำนางได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะต้องเป็นข้อหลัง!!
*
*
เยี่ยวั่งซีถูกบังคับนั่งคุกเข่า กดศีรษะเพื่อให้สายตามองต่ำสำรวม นางจึงเห็นเพียงรองเท้าหนังสุดหรูของร่างซึ่งนั่งไขว้ขา กับเงาที่ทั้งดำทะมึนและใหญ่โตเบื้องหน้า หากเงาของนางอยู่ตำแหน่งเดียวกัน คงถูกทาบทับกลืนหาย
เหมือนเป็นลางร้ายที่ต้องการเตือนว่านางไม่ควรเข้ามาที่นี่...ยุ่งกับบุรุษผู้นี้
แต่มาเตือนกับผีอะไรยามนี้เล่า ก็นางยุ่งไปแล้ว!
“พวกเจ้าทุกคนออกไปก่อน”
***
แล้วก็อยู่ตามลำพังสองต่อสองจนได้
ปอลิง.เผื่อใครกลัวว่าจะมามุกแบบไม่รู้ว่านางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายแล้วหวั่นไหว ไม่ต้องกลัวจ้า ไม่มี
E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ