หญิงสาวผู้อยู่เหนือทุกความคาดหมาย
หญิงสาวผู้อยู่เหนือทุกความคาดหมาย
บ่าวชายทั้งสามประสานเสียงตอบ ‘พ่ะย่ะค่ะ’ ก่อนพากันเร่งจากไป โดยที่อดหวั่นใจแทนบุรุษซึ่งอาจต้องกล่าวว่าดวงกุดมากกว่าดวงดีผู้นี้มิได้
น้อยครั้งที่พวกเขาจะเห็นฉินอ๋องท่าทางเคร่งเครียด หรือดูหมกมุ่นครุ่นคิด และทุกคราที่เกิดขึ้น บุคคลต้นเหตุรวมทั้งวิธีแก้ปัญหาไม่เคยเป็นไปอย่างสามัญเรียบง่าย
คิดไม่ออกเลยว่าชะตากรรมของบุรุษดวงกุดนี่จะต้องพบเจอเรื่องวิบัติแบบใด
เมื่อภายในห้องทำงานอันกว้างขวางหรูหรา เหลือเพียงหยางเว่ยไหลกับหนุ่มน้อยชาวบ้านซึ่งนั่งก้มหน้าก้มตาด้วยท่าทางสงบ เขาก็ถามสุรเสียงทุ้มก้อง
“คิดอย่างไรจึงได้เลือกแทงเลขน่าประหลาดชุดนั้น”
ตอนทราบว่ามีผู้ถูกรางวัลใหญ่สิบหลักก็ว่าน่าตกใจมากแล้ว แต่ยามทราบว่ามันเป็นเลขแบบใด ถึงกับเผลอผุดลุกยืน เหยียบพู่กันทองคำซึ่งทำหล่นที่พื้นจนหักกลาง
สี่สี่สี่สี่สี่แปดแปดแปดแปดแปด คนสุ่มออกมาได้ว่าบ้าแล้ว คนทะลึ่งมาแทงตะแบงกว่า!
ระหว่างรอให้คนผู้นั้นถูกนำตัวเข้ามา เขาก็ตรวจสอบสมุดรับแทงไปพลาง พบว่าเจ้าตัวเลือกแทงเลขนี้ชุดเดียวโดยเฉพาะเจาะจง
ยิ่งน่าสงสัยเข้าไปใหญ่
หรือจะมีการกินนอกกินในเกิดขึ้น?
มีโอกาสเป็นไปได้น้อย แต่ก็มิใช่จะไร้หนทาง และบางทีที่อนาคตเปลี่ยน คงเพราะเป็นการตัดสินใจที่ปุบปับกะทันหัน?
แบบนั้นได้ด้วยหรือ...เขาก็ไม่แน่ใจ เพราะไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน
ตอนนี้จึงจำต้องลองฟังคำตอบ และตรวจสอบภาพอนาคตของผู้ชายคนนี้ดู
“กระหม่อมเพิ่งเคยมาบ่อนเป็นครั้งแรก จึงเพียงลองแทงไปอย่างนึกสนุก เลยเลือกตัวเลขที่ความหมายขัดกันมากๆ อย่างสี่และแปดเท่านั้นเองพ่ะย่ะค่ะ”
“นึกสนุก? แล้วเหตุใดยามมาขึ้นเงินรางวัลจึงท่าทางไม่สนุกเลยเล่า”
“เห็นเป็นเช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ...ทั้งที่กระหม่อมก็ว่าตนเองยิ้มแย้มเบิกบานออกนอกหน้าอยู่มาก”
“ปกติคนถูกเพี่ยวฉ่ายไม่ต้องถึงกับรางวัลใหญ่อย่างเจ้าหรอก ถูกแค่หลักเดียวก็โห่ร้องป่าวประกาศ ตื่นเต้นยินดียิ่งแล้ว แต่เจ้าถูกถึงสิบหลักกลับแค่ยิ้มยั่วยียวน?”
ทั้งที่คิดว่าเด็กหนุ่มจะต้องจนมุม หรือเผยพิรุธหลุกหลิก แต่กลับยังตอบออกมาได้ฉาดฉาน
“เพราะกระหม่อมแอบครอบครัวมา จึงเกรงว่าหากเอะอะตัวตนจะถูกเปิดเผย”
ก็เลยเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเช่นนี้?
“อืม...แต่ในเวลาสั้นๆ ที่ประกาศรางวัล ซ้ำยังในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงมาก่อนขนาดนั้น เจ้ากลับประคองสติเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมอีกหรือ ช่างน่านับถือยิ่งนัก”
“ขอบพระทัยที่ชมเชยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเพียงถือคติว่าต้องมีสติอยู่เสมอแม้ยามเจอเข้ากับเสือ”
ริมฝีปากหยักสวยของหยางเว่ยไหลคลี่แย้ม ทั้งถูกใจทั้งขัดใจการตอบลื่นไหล ยังพาให้นึกไพล่ไปถึงหญิงสาวที่ได้เจอในอารามเมื่อเช้า
นางผู้นั้นก็ไม่ยอมจนมุม โต้เถียงกับเขาเสียคล่องปากอย่างยากจะหาผู้ใดกล้ากระทำ
ดังนั้นเขาจึงเลือกใช้ยุทธวิธี โจมตีให้ตรงจุดและรวดเร็วจนอีกฝ่ายคาดไม่ถึง
“!!!?”
หญิงสาวสะดุ้ง เมื่อหัตถ์ใหญ่ยื่นมาจับที่ข้างใบหน้ากะทันหัน นิ้วหัวแม่มือของเขายังดันใต้คางนาง คงตั้งใจให้แหงนเงย
แต่ไหนเลยนางจะยอมให้เป็นเช่นนั้น
“ท่านอ๋อง...คนต่ำต้อยเช่นกระหม่อมไม่ควรอาจเอื้อมมองพระองค์พ่ะย่ะค่ะ”
ลำพังแค่การปลอมตัวพื้นๆ หากถูกมองดีๆ มองใกล้ๆ เช่นนี้ ดูอย่างไรก็ต้องทราบว่านางเป็นสตรีแน่นอน
แย่กว่าคือเกรงเขาจะจดจำกันได้!
“ความจริงต่ำต้อยเช่นกระหม่อมไม่คู่ควรให้พระองค์สัมผัสด้วยซ้---!?” เยี่ยวั่งซีไม่อาจเอ่ยจบความ เพราะนิ้วหัวแม่มือนุ่มรั้งดึงริมฝีปากล่างของนางอย่างหยอกเย้า
“ใครจะคู่ควรหรือไม่ข้าจะตัดสินใจเอง...”
ในระยะประชิดใกล้ นางจึงไม่เพียงแค่ได้ยินสุรเสียงแหบต่ำแตกพร่าของพระองค์ชัด มันยังเหมือนซาบซึมเข้ามาถึงสมองของนางโดยตรง
พูดก็ไม่ได้ ก้มหน้าหลบก็มิได้ สิ่งเดียวที่เยี่ยวั่งซีทำได้จึงมีเพียงไม่สานสบดวงเนตรคมกระจ่างซึ่งจ้องมองนางอย่างตั้งใจ เหมือนกับผู้เชี่ยวชาญกำลังประเมินสินค้า
ก่อนช่วงเวลาที่ยาวนานราวกับเป็นอนันต์จะถูกทำลายด้วยสุ้มเสียงแปลกใจ
“เจ้า...เหตุใดจึงได้เป็นเช่นนี้”
หยางเว่ยไหลร้องถามเผลอไผล เพราะทั้งที่สัมผัสตัวบุรุษ ไม่สิ...สตรีตรงหน้ามาเนิ่นนาน ทว่ากลับมองไม่เห็นภาพอนาคตอะไรเลย!
***
พี่ว่าแน่แล้ว น้องแน่กว่าอะ
น้องไม่เคยโผล่มาภาพอนาคตไม่พอ มองอนาคตน้องก็ไม่เห็นอีก เอาดิ๊ ทรงแพ้ทางแพ้เมียมาแต่ไกล