นี่เขาไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลยหรือ!?
นี่เขาไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลยหรือ!?
“แล้วเหตุใดพระองค์ไม่บอกมาตามตรงแต่แรก”
“เช่นนั้นจะไปสนุกได้อย่างไรเล่า เจ้ารู้หรือไม่ว่าหน้าตาคนเราจะตลกที่สุดก็ตอนเจอกับสิ่งเหนือความคาดหมาย”
คำตอบที่ไม่นับว่าเหนือคาด กระนั้นก็ทำเอาอดคิดขุ่นเคืองระคนระอาขึ้นมามิได้
บุรุษผู้นี้อายุอานามก็ไม่น้อยแล้วแท้ๆ แต่นอกจากบ้าบิ่น ยังติดเล่นสนุก และดูเหมือนจะพิเรนทร์ไม่มีใครเกินอีกเสียด้วย...
“แต่กับเจ้า ข้าพบแล้วว่าตอนโกรธจนหน้าพับยับย่นเช่นนี้ ก็ชวนขันดีไม่หยอก”
ยังปากเสียไม่มีใครเกินด้วยเช่นกัน!
“ผู้ใดจะหน้าระรื่นล้อเล่นกับคนอื่นเขาไปทั่วได้อย่างพระองค์กันเล่าเพคะ” ว่าจบนางก็สะบัดร่างลุกขึ้นยืน
“จะไปไหนหรือชายารัก คงไม่ลืมกระมังว่าจะต้องไม่ให้ใครรู้เรื่องสถานะปลอมๆ ของพวกเรา”
“หม่อมฉันเพียงจะไปเปลี่ยนเป็นชุดคลุมนอนที่หลังฉากกั้นนู่นเพคะ ส่วนพระองค์อยากจะนอนทั้งชุดหนักๆ เครื่องประดับเยอะๆ เช่นนั้นก็ตามประสงค์”
ท่าทางลอยหน้าลอยตาตอบของหญิงสาว ทำเอาเขาคันทั้งที่ในอกและรอบริมฝีปากจนอดไม่ไหว
“ข้าประสงค์ให้เจ้ามาช่วยเปลี่ยนให้ข้าด้วย”
“ไม่เพคะ”
“แต่ข้าเป็นสวามีเจ้า”
“ต้องพูดให้จบคือ เป็นสวามีเพียงในนาม และตามที่เราตกลงกัน หม่อมฉันไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่ภรรยา พระองค์พูดเองนะเพคะ จำได้หรือไม่”
ไม่เพียงไม่ลดละ ยังอ้างหลักฐานพร้อม ทำเอาหยางเว่ยไหลตัดสินใจ ผลัดเรื่องซึ่งคิดว่าจะไม่แกล้งนางอีกแล้วไปก่อน
เขาจึงรอจนนางเปลี่ยนอาภรณ์ใกล้เสร็จ จากนั้นถอดชุดตัวนอกของตน ปลดเข็มขัดตามไป
แต่หญิงสาวซึ่งเพิ่งออกจากหลังฉากกั้นก็เพียงสะดุ้งโหยง หาได้กรีดร้อง ยังแยกเขี้ยวยิงฟันใส่ ก่อนเดินหันหลังกลับมาขึ้นเตียง เพื่อให้ลูกตาเห็นเพียงผนัง
หากท่าทางซึ่งเดินตะแคงเฉไปข้างๆ ช่างเหมือนปู จนหยางเว่ยไหลต้องกลั้นหัวเราะอย่างยากลำบาก
และเยี่ยวั่งซีก็สามารถขึ้นเตียงโดยสวัสดิภาพโดยไม่ต้องเห็นภาพชวนขนลุกพองแม้สักส่วน ตระหนักเรื่องสำคัญขึ้นมาได้แม้กำลังกระอักกระอ่วน สาเหตุที่ทรงชอบอวดของลับของตน คงเพราะปมด้อยไม่สามารถใช้งานเป็นแน่
ยามคิดเข้าใจแล้วก็เริ่มใจเย็นลง ความกรุ่นโกรธ หงุดหงิดก็พลอยมลายหาย แต่ตอนกำลังจะล้มตัวลงนอนก็นึกอีกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้...
หยางเว่ยไหลเปลี่ยนไปสวมชุดคลุมนอนเรียบร้อย กำลังจะนั่งลงเตรียมล้มตัวลงนอนที่ฝั่งด้านนอกเตียง แต่ก็เห็นหญิงสาวคว้าปิ่นออกมา ยามส่วนปลายของมันถูกดึงออกก็เผยคมเงาวาววับ
นางยังหันด้านแหลมๆ นั่นมาทางเขา
“ดะ...เด็กน้อย เจ้าโกรธข้าถึงเพียงนี้เชียว หืม...”
น้อยครั้งที่เขาจะรู้สึกหัวหมุน ทั้งไม่เข้าใจว่านางซุกซ่อนของซึ่งเป็นอาวุธนั่นเข้ามายันในห้องหอได้อย่างไร ยังไม่แน่ใจด้วยว่าพกมาเพื่อการใด!
นี่เขาไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลยหรือ
และสิ่งที่ตอบตนเองได้ก็คือใช่!!
“เรามาค่อยพูดค่อยจากันก่อนดีหรือไม่”
ทว่าหญิงสาวซึ่งได้เห็นท่าทางราวกลัวเกรงของเขาก็เลิกคิ้ว
มองท่าทางการถือของชิ้นนี้ของตนไว้ก็เข้าใจทันที
“อ้อ...พระองค์เข้าใจผิดไปแล้ว” นางลดปิ่นปลายแหลมในมือลง
“หม่อมฉันเพียงกำลังทำใจจะสร้างแผลเพื่อหยดเลือดลงบนผ้ารองต่างหาก วันพรุ่งเราต้องเข้าวังเอาไปให้ฝ่ายในดูมิใช่หรือเพคะ”
นอกจากเรื่องที่คิดหนักว่าจะทำอย่างไรให้ตบตาฝ่ายในว่ามีการร่วมหอ นางยังเป็นประเภทไม่ถูกชะตากับของปลายแหลมๆ พรรค์อย่างนี้เอาเสียเลย จึงได้แต่ถือปิ่นไว้ด้วยความกลัดกลุ้ม
และหยางเว่ยไหลก็กระจ่างทั้งหมดนั้นทันที
“ไม่จำเป็นต้องทำหรอก” มือใหญ่วางลงบนหลังมือนางแล้วกอบกุมไว้
“สวามีเจ้าจัดการได้ เราไม่จำเป็นต้องเอาผ้ารองอะไรนั่นไปให้ฝ่ายในตรวจสอบ”
“แล้วมันจะไม่น่าสงสัยหรือ”
“ไม่เลย...” เขายิ้มบาง และคล้ายจะกลั้วหัวเราะลึก “ก็ข้าหวงภรรยา ไม่อยากให้ใครอื่นเห็นโลหิตพรหมจรรย์ของนาง ใช่เรื่องน่าแปลกที่ตรงไหน”
***
ใช่ปะ ทำไมต้องให้ดูด้วย
E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ