วิวาห์เปลี่ยนชีวิต
วิวาห์เปลี่ยนชีวิต
ราวกับรับรู้ว่านางยังกังวล คนที่ใครๆ ต่างก็ลอบให้สมญาว่าบ้าบิ่นบ้างบ้าคลั่งบ้างก็เอ่ยอีก
“ผู้ใหญ่ที่สุดในวังยามนี้คือไทเฮา พี่สะใภ้ของข้า หากพระนางยังไม่ท้วงติง หน้าไหนยังจะกล้าอีก”
เยี่ยวั่งซีคิดทบทวนเรื่องเกี่ยวกับในวัง มารดาของท่านอ๋องกับอดีตจักรพรรดิก็คือฮองไทเฮาผู้ล่วงลับดุจเดียวกับโอรสองค์โต ดังนั้นอดีตสนมซึ่งเป็นเพียงคนเดียวที่คลอดองค์ชายสำเร็จจึงเลื่อนขึ้นมาเป็นไทเฮา
เป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดของฝ่ายใน ณ ปัจจุบัน
ไทเฮาย่อมคือพี่สะใภ้ จะว่าใกล้ชิดกับท่านอ๋องก็คงใช่ แต่ลึกๆ แล้วความสัมพันธ์จะเป็นอย่างไร ใครเล่าจะรู้
ในสายตาของพระนาง ฉินอ๋องซึ่งยังมีสิทธิ์ในราชบัลลังก์ผู้นี้ แม้จะขยันทำตัวไม่เหมาะสม แต่บารมีและผลงานมากมายในอดีตก็เป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะสมัยยังว่าราชการแทนจักรพรรดิน้อย
แล้วสวามีนางผู้นี้จะมิเป็นดุจดั่งหนามที่ปักกลางดวงเนตรไทเฮาอยู่หรอกหรือ
“เข้าใจแล้วเพคะ เช่นนั้นเอาตามพระองค์ว่าเหมาะสม” แต่หากเจ้าตัวบอกว่าไม่เป็นไร นางก็พร้อมจะเชื่อ
เรื่องที่บุรุษผู้นี้แสนจะยิ่งใหญ่ นางฟังมาจนหูชา พอกับวีรกรรมบ้าๆ เลยก็ว่าได้
ดังนั้นจึงสวมปลอกปิ่นหมุนปิดจนแน่น เก็บมันเข้าที่ไปแล้วเอนกายลงนอนสบายใจ
การเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว ซ้ำยังเป็นอารมณ์คนละฝั่งของหญิงสาวทำหยางเว่ยไหลถึงกับเลิกคิ้ว อดหัวเราะพลางโคลงศีรษะมิได้
ก่อนเขาจะเดินไปดับตะเกียง คลำความมืดไปนอนเคียงกาย ไม่คิดก่อกวนนางอีก วันนี้เราต่างเหน็ดเหนื่อย วุ่นวายกันมาทั้งวัน วันพรุ่งยังต้องเข้าวังไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท กับไทเฮา ซึ่งถือเป็นญาติผู้ใหญ่ของเขาเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่
ยามมองสตรีซึ่งนอนหันหลังให้เขาก็เผลอยิ้มออกมาในความมืด ไม่คิดฝันเลยว่าวันหนึ่งจะต้องได้มาใช้เตียงร่วมกับผู้ใด
เพราะพรสวรรค์ที่จริงๆ เป็นคำสาปซึ่งติดตัวเขาอยู่นี้ ทำให้ไม่อยากใกล้ชิด ผูกพันกับใครมากเกินไป...
แต่บางทีมันอาจใกล้จบลงแล้ว เพราะมันใช้ไม่ได้ผลกับนาง อาจเป็นไปได้ว่าคำสาปร้ายนี้เริ่มอ่อนกำลังลง ไม่ก็คงด้วยนางเป็นกรณีพิเศษ
ไม่ว่าจะเป็นข้อไหน เขาก็แน่ใจว่าวิวาห์ครั้งนี้จะต้องเปลี่ยนชีวิตพวกเราทั้งคู่อย่างแน่นอน
มองมือของตนสลับกับแผ่นหลังเล็กบางท่ามกลางความมืด หยางเว่ยไหลก็เผยยิ้ม ฟังจากจังหวะการหายใจ ดูเหมือนว่านางใกล้หลับสนิทเต็มทีแล้ว
ถือโอกาสนี้ขอลองทดสอบพลัง...
คิดพลางวางฝ่ามือลงบนไหล่มน แช่ค้างไว้ขณะรวบรวมสมาธิ ก็ยังคงเห็นเพียงความมืดมิดในหัว ไร้ซึ่งวี่แววภาพอนาคตอย่างของผู้อื่น
แม้จะได้ยินเสียงงึมงำประท้วงแต่เขาก็ยังคงวางมือค้างไว้อยู่เช่นนั้น ก่อนเสียงฟังไม่ได้ศัพท์จากในลำคอระหงจะเงียบไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ
กอปรกับสัมผัสได้ถึงไออุ่นซึ่งลอยอวลออกมาจากร่างเล็กบางกว่าตนมาก คนซึ่งมักนอนหลับยากหากในหัวกำลังเต็มไปด้วยความคิดก็เริ่มง่วงงุน เปลือกตาหนักอึ้งขึ้น สวนทางกับในใจที่ค่อยเบาลง
มือของเขาก็ค่อยๆ เลื่อนตกไปด้านหน้า วงแขนกระชับกับร่างนิ่ม โอบกอดไว้อย่างคุ้นชิน เหมือนยามใช้หมอนข้าง
สำนึกสุดท้ายก่อนสติเขาจะถูกพรากไปในห้วงนิทรา คือความคิดที่ว่า บางทีวิวาห์นี้อาจเปลี่ยนชีวิตของเขาไปในทางดียิ่งกว่าที่คาด
*
*
ยามได้เหล่าสาวใช้ช่วยแต่งกายด้วยอาภรณ์เนื้อดี และสวมเครื่องประดับที่สามัญชนต่อให้ร่ำรวยอย่างไรก็ไม่อาจเอื้อม หัวใจของเยี่ยวั่งซีก็หนักอึ้ง
ตระหนักได้อย่างถ่องแท้ ว่าตนเองได้ก้าวมาอยู่ในจุดที่ไม่เคยคิดคาดฝันถึงแล้วจริงๆ
หากความตื่นเต้น กดดัน ประหม่ายามเตรียมตัว มิอาจเทียบได้เลยแม้สักเสี้ยวส่วนยามรถม้าเคลื่อนเข้าประตูวัง
และท่าทางของนางก็แสดงออกชัดจนผู้ที่นั่งฝั่งตรงข้ามสามารถสังเกต
“ไม่ต้องตระหนกไปหรอก คิดเสียว่าแค่ไปร่วมรับประทานอาหาร สนทนากับญาติผู้ใหญ่ก็พอ”
คนซึ่งฉวยโอกาสกกกอดนางทั้งคืนเอ่ยขึ้น เยี่ยวั่งซีเผลอมองไปทางเสียงตามสัญชาตญาณ แต่เมื่อนึกถึงท่าทาง...ตลอดจนความรู้สึกประหลาดยามพบว่าตนเองตื่นมาในอ้อมแขนของเขา ลูกตาก็กลอกหนีมองทางอื่นทันที
คนผู้นี้ไม่รู้สึกรู้สาบ้างเลยหรืออย่างไร...
หากนี่ก็ไม่ใช่เวลามาขวยเขิน จำต้องเมินเรื่องเมื่อเช้าไปก่อน
“แต่ญาติผู้ใหญ่ที่ทรงว่าใหญ่มากเลยนะเพคะ”
“ข้าเองก็ใหญ่มากเหมือนกัน ไม่เห็นเจ้าจะอึดอัดขัดเกร็งใส่”
เยี่ยวั่งซีได้แต่ทำปากขมุบขมิบ คร้านจะเถียงกับเขา มิสู้เอาเวลามาสำรวมกายใจ
***
ก็ถูกของมันนะ แต่ดูทำตัว ใครจะไปเกร็ง
E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ
Dek-D https://novel.dek-d.com/ebook/49751/