หยั่งเชิง
หยั่งเชิง
ดังนั้นจะแสดงความหวาดเกรงจนไม่สง่างามออกไปมิได้เด็ดขาด
“เป็นเกียรติแก่หม่อมฉันยิ่งนักที่ฝ่าบาทสนพระทัย หม่อมฉันกับท่านอ๋องพบกันครั้งแรกคือที่อารามกุยหยวนเพคะ”
นางกราบทูลตามจริงแต่ไม่ทั้งหมด เพราะเรื่องราวหลังจากนั้นช่างไม่น่าพิสมัย
“อืม...ที่นั่นเป็นอารามซึ่งเสด็จอาชอบไปเยือน แต่น้อยคนนักจะรู้...”
จักรพรรดิหยางหลุนตรัสแล้วพยักพักตร์ เพราะหากผู้คนได้ฟังเรื่องที่คนอย่างฉินอ๋องไปเยือนอารามบ่อยครั้ง จะต้องคิดว่าคือการอำกันเล่นเป็นแน่
หมายความว่านางพูดความจริง ไม่ก็ซักซ้อมกับเสด็จอาเอาไว้ก่อน?
แน่นอน...สาเหตุที่จักรพรรดิหยางหลุนสงสัย เพราะเสด็จอาไม่มีทีท่าจะสนใจสตรีใด และไม่เคยยอมรับปากเรื่องแต่งงาน
อยู่ๆ ไม่เพียงมีสตรีเข้ามาในชีวิต ยังวิวาห์กันกะทันหันและยิ่งใหญ่จนแตกตื่นกันไปทั้งเมือง
แม้พระองค์จะดีใจที่เสด็จอาผู้มีพระคุณจะได้มีครอบครัวบริบูรณ์ แต่ก็กังวลว่าแท้จริงจะมีอะไร หรือใครบีบคั้นให้ท่านต้องฝืนใจ
แม้คงจะไม่มีผู้ใดสามารถกระทำเช่นนั้นได้ก็ตาม...
สาระสำคัญคือ พระองค์อยากให้การวิวาห์เกิดขึ้นโดยความเต็มใจของเสด็จอา
ขณะโอรสสวรรค์ขบคิดเคร่งเครียดก็ยกจอกชาขึ้นจิบตามนิสัย ดวงเนตรเป็นประกายเพราะยังเยาว์วัยเหลือบมองไปทางปิตุลาที่ตนเคารพรัก ยามเห็นว่าทรงคล้ายกำลังจะเอ่ยบางสิ่ง
“เห็นเหมือนจะสงบเสงี่ยมเรียบร้อยเช่นนี้ แต่ความจริงชายาของกระหม่อมช่างซุกซนและอยากรู้อยากเห็นนัก เพราะวันนั้นที่อารามนางมาแอบดูกระหม่อมตอนกำลังเปลือยกายแช่น้ำ ยังจ้องมองของลับของกระหม่อมด้วยสายตาวาววาม”
“แค่ก!” เสียงสำลักมาจากเยี่ยวั่งซี ส่วนโอรสสวรรค์เพียงแค่เกือบ
เกือบที่ว่า...หมายถึงเกือบส่งเสียงดังออกมาแต่สำลักไปแล้ว โชคดีได้เสียงของอาสะใภ้ช่วยกลบเอาไว้ให้
ส่วนสตรีสูงศักดิ์สองนางได้แต่นั่งหน้าร้อนวูบวาบ ด้านไทเฮาที่รู้จักฉินอ๋องมานานกว่า ย่อมทราบดีบุรุษผู้นี้นิสัยอย่างไร แต่ก็ไม่คิดว่าจะทำตัวน่าปวดหัวได้กระทั่งในสถานการณ์แบบนี้
เห็นทีฉินหวางเฟยคงต้องลำบากเพราะสวามีไม่น้อยเลย...
“เคยบอกแล้วอย่างไรเล่าเพคะว่าหม่อมฉันไม่ได้ทำกิริยาเช่นนั้น! พระองค์ใส่ความหม่อมฉันอีกแล้ว”
“ปากเจ้าเปื้อนไปหมดแล้วไม่รู้รึไง คราวหน้าดื่มให้เสร็จก่อนแล้วค่อยพูดจา”
ตัวต้นเหตุที่ทำนางสำลักมีหน้ามาตำหนิ พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าช่วยซับปากและแก้มซึ่งเปรอะคราบน้ำชาให้อย่างใจเย็น
“แม้เจ้าจะยังเยาว์นัก แต่ก็หาได้เด็กจนขนาดยังกินดื่มเลอะเทอะเช่นนี้เลยนี่ หืม...”
“เพราะพระองค์นั่นแหละเพคะ”
“ได้ๆ เป็นเพราะข้าก็ได้ ข้าผิดเอง”
ถ้อยคำเหมือนจำยอม ดุจดั่งขอลุแก่โทษ ทว่าบนใบหน้าซึ่งมีเพียงฝั่งของนางที่มองเห็น กลับปรากฏรอยยิ้มกริ่มและดวงตาระยับพราย
บุรุษอะไรช่างน่าตายยิ่งนัก!
ไว้กลับไปอยู่กันสองคนเมื่อไหร่นางจะต้องต่อว่า แล้วค่อยแสวงหาโอกาสเอาคืนเสียบ้าง!!
“ฮ่าๆๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆๆ” เสียงสรวลร่วนของโอรสสวรรค์ ทำเยี่ยวั่งซีรีบควบคุมสีหน้าและดวงตาเอาเรื่องให้กลับมาอยู่ในอาการสำรวม
หากจักรพรรดิหนุ่มก็ยังคงหัวเราะอยู่เช่นนั้นจนพระมารดาซึ่งนั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลต้องลอบสะกิดตักเตือน
“เห็นฝ่าบาทเกษมสำราญได้ถึงเพียงนี้ กระหม่อมก็ยินดียิ่ง”
ฉินอ๋องประสานมือกล่าวพลางมองหลานชายซึ่งพักตร์ยังเจือสีระเรื่อโลหิตหลังการสรวลร่วนอย่างหนัก
นิสัยอ่อนไหวต่อเรื่องน่าขัน พร้อมระเบิดหัวเราะไม่คิดปิดบัง ยังคงไม่เปลี่ยนไปจากสมัยเยาว์วัย
เห็นทีชีวิตนี้คงแก้ไม่หาย...
ถึงจะคิดตำหนิ ทว่าบนพักตร์งามสลักเสลาของผู้เป็นปิตุลาก็ปรากฏรอยยิ้มบาง
และร่องรอยแห่งความสุขนั้นก็คงเคลือบคาค้างไว้ ตลอดยามที่สองบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ดื่มกินกันต่ออย่างเกษมสำราญ
ต่างคนต่างวางใจเรื่องของอีกฝ่ายแล้ว
หยางเว่ยไหลเห็นหลานชายยังคงไม่เปลี่ยนแปรแม้จะเผชิญสารพันปัญหา แม้จะต่อสู้กับเหล่าอสรพิษในวังทุกวันก็พอเบาใจ ถึงอย่างนั้นก็ยังตั้งใจ...จะคอยช่วยสังเกตสังกา จากในระยะที่ไม่ก้าวก่ายต่อไปเรื่อยๆ
ด้านจักรพรรดิหยางหลุนเห็นบรรยากาศระหว่างเสด็จอากับชายาก็สบายพระทัย จากที่เคยคิดว่าทั้งสองอาจเพียงเกี่ยวพันกันด้วยผลประโยชน์บางประการ ไร้ความรู้สึกใดๆ ตระหนักแล้วว่าพระองค์คงด่วนสรุปเกินไป และเป็นห่วงเป็นใยไม่เข้าเรื่องเสียแล้ว
ชายาของเสด็จอาก็ดูจะไม่ใช่สตรีซับซ้อน กระหายอำนาจ ทะเยอทะยาน และหากป้ายหยกที่ประทานให้เพื่อใช้ทดสอบนางไม่มีการถูกเรียกใช้ ย่อมวางใจได้เต็มสิบส่วนว่าพระองค์คิดได้ถูกต้อง
ส่วนเยี่ยวั่งซีหลังเสียกิริยาไปอย่างไม่น่าให้อภัยเพราะสวามี นางก็กลับมาอยู่ในอาการสำรวม นั่งเงียบเชียบหากสังเกตสังกา จึงรู้สึกว่าความอึดอัดที่เคยแทรกตัวอยู่ในบรรยากาศครื้นเครงช่วงแรกๆ ได้มลายหายไปพร้อมกับความอยากน้ำชาของนางแล้ว
เหลือบมองสวามีที่หลงคิดว่าเป็นเพียงคนร้ายกาจขี้แกล้งโดยไม่สนใจสถานการณ์ผู้คน แต่ดูเหมือนจะมิใช่เช่นนั้นเสียทีเดียว
และเพราะจากนั้นท่านอ๋องไม่ได้หาเรื่องกลั่นแกล้งหรือพูดจาน่าตายออกมาอีก การพบญาติผู้ใหญ่ฝ่ายสามีซึ่งดูน่าหนักใจในทีแรกจึงผ่านพ้นไปด้วยดี
ตอนนั้นเยี่ยวั่งซีนึกรู้อยู่ลึกๆ ว่ามันคงจะต้องต่างกันกับยามไปเยี่ยมบ้านนางตามธรรมเนียมในอีกหกวันข้างหน้าอย่างแน่นอน
***
ไม่ลืมนะเรื่องสินสอดและครอบครัวเก่า ได้เวลาเอาคืนและจัดการสิ่งค้างคาต่างๆ แล้ว
E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ