LNCrawler

หยั่งเชิง

ชาตินี้ยกสามีให้บัวขาว ข้าจึงถึงคราวสุขสบาย [E-Bookเล่มเดียวจบ] — novel.dek d.com · All chapters

หยั่งเชิง

     ดังนั้นจะแสดงความหวาดเกรงจนไม่สง่างามออกไปมิได้เด็ดขาด

     “เป็นเกียรติแก่หม่อมฉันยิ่งนักที่ฝ่าบาทสนพระทัย หม่อมฉันกับท่านอ๋องพบกันครั้งแรกคือที่อารามกุยหยวนเพคะ”

     นางกราบทูลตามจริงแต่ไม่ทั้งหมด เพราะเรื่องราวหลังจากนั้นช่างไม่น่าพิสมัย

     “อืม...ที่นั่นเป็นอารามซึ่งเสด็จอาชอบไปเยือน แต่น้อยคนนักจะรู้...” 

     จักรพรรดิหยางหลุนตรัสแล้วพยักพักตร์ เพราะหากผู้คนได้ฟังเรื่องที่คนอย่างฉินอ๋องไปเยือนอารามบ่อยครั้ง จะต้องคิดว่าคือการอำกันเล่นเป็นแน่

     หมายความว่านางพูดความจริง ไม่ก็ซักซ้อมกับเสด็จอาเอาไว้ก่อน?

     แน่นอน...สาเหตุที่จักรพรรดิหยางหลุนสงสัย เพราะเสด็จอาไม่มีทีท่าจะสนใจสตรีใด และไม่เคยยอมรับปากเรื่องแต่งงาน 

     อยู่ๆ ไม่เพียงมีสตรีเข้ามาในชีวิต ยังวิวาห์กันกะทันหันและยิ่งใหญ่จนแตกตื่นกันไปทั้งเมือง

     แม้พระองค์จะดีใจที่เสด็จอาผู้มีพระคุณจะได้มีครอบครัวบริบูรณ์ แต่ก็กังวลว่าแท้จริงจะมีอะไร หรือใครบีบคั้นให้ท่านต้องฝืนใจ 

     แม้คงจะไม่มีผู้ใดสามารถกระทำเช่นนั้นได้ก็ตาม...

     สาระสำคัญคือ พระองค์อยากให้การวิวาห์เกิดขึ้นโดยความเต็มใจของเสด็จอา

     ขณะโอรสสวรรค์ขบคิดเคร่งเครียดก็ยกจอกชาขึ้นจิบตามนิสัย ดวงเนตรเป็นประกายเพราะยังเยาว์วัยเหลือบมองไปทางปิตุลาที่ตนเคารพรัก ยามเห็นว่าทรงคล้ายกำลังจะเอ่ยบางสิ่ง

     “เห็นเหมือนจะสงบเสงี่ยมเรียบร้อยเช่นนี้ แต่ความจริงชายาของกระหม่อมช่างซุกซนและอยากรู้อยากเห็นนัก เพราะวันนั้นที่อารามนางมาแอบดูกระหม่อมตอนกำลังเปลือยกายแช่น้ำ ยังจ้องมองของลับของกระหม่อมด้วยสายตาวาววาม”

     “แค่ก!” เสียงสำลักมาจากเยี่ยวั่งซี ส่วนโอรสสวรรค์เพียงแค่เกือบ

     เกือบที่ว่า...หมายถึงเกือบส่งเสียงดังออกมาแต่สำลักไปแล้ว โชคดีได้เสียงของอาสะใภ้ช่วยกลบเอาไว้ให้

     ส่วนสตรีสูงศักดิ์สองนางได้แต่นั่งหน้าร้อนวูบวาบ ด้านไทเฮาที่รู้จักฉินอ๋องมานานกว่า ย่อมทราบดีบุรุษผู้นี้นิสัยอย่างไร แต่ก็ไม่คิดว่าจะทำตัวน่าปวดหัวได้กระทั่งในสถานการณ์แบบนี้

     เห็นทีฉินหวางเฟยคงต้องลำบากเพราะสวามีไม่น้อยเลย...

     “เคยบอกแล้วอย่างไรเล่าเพคะว่าหม่อมฉันไม่ได้ทำกิริยาเช่นนั้น! พระองค์ใส่ความหม่อมฉันอีกแล้ว”

     “ปากเจ้าเปื้อนไปหมดแล้วไม่รู้รึไง คราวหน้าดื่มให้เสร็จก่อนแล้วค่อยพูดจา” 

     ตัวต้นเหตุที่ทำนางสำลักมีหน้ามาตำหนิ พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าช่วยซับปากและแก้มซึ่งเปรอะคราบน้ำชาให้อย่างใจเย็น

     “แม้เจ้าจะยังเยาว์นัก แต่ก็หาได้เด็กจนขนาดยังกินดื่มเลอะเทอะเช่นนี้เลยนี่ หืม...”

     “เพราะพระองค์นั่นแหละเพคะ”

     “ได้ๆ เป็นเพราะข้าก็ได้ ข้าผิดเอง” 

     ถ้อยคำเหมือนจำยอม ดุจดั่งขอลุแก่โทษ ทว่าบนใบหน้าซึ่งมีเพียงฝั่งของนางที่มองเห็น กลับปรากฏรอยยิ้มกริ่มและดวงตาระยับพราย

     บุรุษอะไรช่างน่าตายยิ่งนัก!

     ไว้กลับไปอยู่กันสองคนเมื่อไหร่นางจะต้องต่อว่า แล้วค่อยแสวงหาโอกาสเอาคืนเสียบ้าง!!

     “ฮ่าๆๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆๆ” เสียงสรวลร่วนของโอรสสวรรค์ ทำเยี่ยวั่งซีรีบควบคุมสีหน้าและดวงตาเอาเรื่องให้กลับมาอยู่ในอาการสำรวม 

     หากจักรพรรดิหนุ่มก็ยังคงหัวเราะอยู่เช่นนั้นจนพระมารดาซึ่งนั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลต้องลอบสะกิดตักเตือน

     “เห็นฝ่าบาทเกษมสำราญได้ถึงเพียงนี้ กระหม่อมก็ยินดียิ่ง” 

     ฉินอ๋องประสานมือกล่าวพลางมองหลานชายซึ่งพักตร์ยังเจือสีระเรื่อโลหิตหลังการสรวลร่วนอย่างหนัก

     นิสัยอ่อนไหวต่อเรื่องน่าขัน พร้อมระเบิดหัวเราะไม่คิดปิดบัง ยังคงไม่เปลี่ยนไปจากสมัยเยาว์วัย

     เห็นทีชีวิตนี้คงแก้ไม่หาย...

     ถึงจะคิดตำหนิ ทว่าบนพักตร์งามสลักเสลาของผู้เป็นปิตุลาก็ปรากฏรอยยิ้มบาง

     และร่องรอยแห่งความสุขนั้นก็คงเคลือบคาค้างไว้ ตลอดยามที่สองบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ดื่มกินกันต่ออย่างเกษมสำราญ

     ต่างคนต่างวางใจเรื่องของอีกฝ่ายแล้ว

     หยางเว่ยไหลเห็นหลานชายยังคงไม่เปลี่ยนแปรแม้จะเผชิญสารพันปัญหา แม้จะต่อสู้กับเหล่าอสรพิษในวังทุกวันก็พอเบาใจ ถึงอย่างนั้นก็ยังตั้งใจ...จะคอยช่วยสังเกตสังกา จากในระยะที่ไม่ก้าวก่ายต่อไปเรื่อยๆ

     ด้านจักรพรรดิหยางหลุนเห็นบรรยากาศระหว่างเสด็จอากับชายาก็สบายพระทัย จากที่เคยคิดว่าทั้งสองอาจเพียงเกี่ยวพันกันด้วยผลประโยชน์บางประการ ไร้ความรู้สึกใดๆ ตระหนักแล้วว่าพระองค์คงด่วนสรุปเกินไป และเป็นห่วงเป็นใยไม่เข้าเรื่องเสียแล้ว

     ชายาของเสด็จอาก็ดูจะไม่ใช่สตรีซับซ้อน กระหายอำนาจ ทะเยอทะยาน และหากป้ายหยกที่ประทานให้เพื่อใช้ทดสอบนางไม่มีการถูกเรียกใช้ ย่อมวางใจได้เต็มสิบส่วนว่าพระองค์คิดได้ถูกต้อง

     ส่วนเยี่ยวั่งซีหลังเสียกิริยาไปอย่างไม่น่าให้อภัยเพราะสวามี นางก็กลับมาอยู่ในอาการสำรวม นั่งเงียบเชียบหากสังเกตสังกา จึงรู้สึกว่าความอึดอัดที่เคยแทรกตัวอยู่ในบรรยากาศครื้นเครงช่วงแรกๆ ได้มลายหายไปพร้อมกับความอยากน้ำชาของนางแล้ว

     เหลือบมองสวามีที่หลงคิดว่าเป็นเพียงคนร้ายกาจขี้แกล้งโดยไม่สนใจสถานการณ์ผู้คน แต่ดูเหมือนจะมิใช่เช่นนั้นเสียทีเดียว

     และเพราะจากนั้นท่านอ๋องไม่ได้หาเรื่องกลั่นแกล้งหรือพูดจาน่าตายออกมาอีก การพบญาติผู้ใหญ่ฝ่ายสามีซึ่งดูน่าหนักใจในทีแรกจึงผ่านพ้นไปด้วยดี

     ตอนนั้นเยี่ยวั่งซีนึกรู้อยู่ลึกๆ ว่ามันคงจะต้องต่างกันกับยามไปเยี่ยมบ้านนางตามธรรมเนียมในอีกหกวันข้างหน้าอย่างแน่นอน

***

ไม่ลืมนะเรื่องสินสอดและครอบครัวเก่า ได้เวลาเอาคืนและจัดการสิ่งค้างคาต่างๆ แล้ว

E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ

Meb : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTQwMjk4NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ3MjA2NyI7fQ

Dek-D https://novel.dek-d.com/ebook/49751/