การเป็นพระชายาหาใช่อย่างที่คิด
การเป็นพระชายาหาใช่อย่างที่คิด
แม้จะเป็นครั้งที่สองซึ่งต้องสวมชุดเต็มยศสมฐานะหวางเฟย แต่เยี่ยวั่งซีก็ยังรู้สึกว่าสตรีซึ่งประดับประดาทรงผมที่เกล้าอย่างประณีต สวมทับด้วยกวานซึ่งไม่อาจประมาณมูลค่า นุ่งห่มอาภรณ์ย้อมสีม่วงเข้มทั้งผืน ปักด้วยดิ้นเหลือบลายทอง มองอย่างไรก็ยังเหมือนจะมิใช่ตนเองอยู่ดี
ทว่านางก็หาได้มิชอบ ตรงกันข้าม...กลับรู้สึกฮึกเหิม ประดุจกำลังสวมชุดเกราะเตรียมออกรบ
ซึ่งความจริงมันก็คงเป็นเช่นนั้น แม้ทุกคนที่บ้านคงแค่ต้อนรับเป็นพิธี แต่ก็คงทำอย่างขอไปทีมิได้ เพราะสวามีนาง
คิดพลางเยี่ยวั่งซีก็ยิ้มออกมาอย่างอดไม่อยู่ อยากดูสีหน้าที่จำต้องฝืนทนของทางนั้นเสียบ้าง
เหมือนที่นางต้องเผชิญตลอดมา
และครานี้นางจะไม่เป็นแค่ฝ่ายรอโต้กลับอีกแล้ว
“วันนี้พระชายางดงามยิ่งนักเจ้าค่ะ”
เป็นเสียงของหัวหน้าสาวใช้ซึ่งกำลังตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายให้ครั้งสุดท้าย
นางจึงถามกลับหยอกเย้าเคล้าหัวร่อ
“หมายความว่าปกติข้าไม่งดงาม?”
“จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ ข้าย่อมหมายถึงปกติท่านก็งดงามอยู่แล้ว หากวันนี้มากมายเป็นพิเศษ” อีกฝ่ายยิ้มตอบนอบน้อม
“คนเราสง่างามเพราะเสื้อผ้า อาชายิ่งผึ่งผายได้ก็เพราะอาน[1] ด้วยความใส่ใจของพวกเจ้าทุกคน และอาภรณ์งดงามที่ท่านอ๋องจัดหา ตัวข้าจึงออกมาดูดีขนาดนี้ได้”
“พระชายาชมเชยพวกข้าเกินไปแล้ว” หัวหน้าสาวใช้กล่าวพลางพรมเครื่องหอมเพิ่มให้เจ้านายสาวจุดสุดท้าย “เรียบร้อยทั้งหมดแล้วเจ้าค่ะ”
“ขอบใจพวกเจ้าทุกคนมาก” เยี่ยวั่งซีบอกยิ้มๆ พร้อมกวาดมองเหล่าสาวใช้
นับตั้งแต่นางมาอยู่ที่นี่ในฐานะพระชายาจวบจนเข้าวันที่เจ็ด ทุกอย่างและทุกคนดีกับนางชนิดเหนือความคาดหมาย
ในชีวิตก่อน ด้วยฐานะลูกสะใภ้จึงต้องปรนนิบัติรับใช้พ่อแม่สามี ซึ่งเพราะพวกท่านเป็นคนเจ้าระเบียบ มากพิธี ผิดพลาดแม้เพียงนิดก็จะตำหนิบ่นพร่ำ ทุกสิ่งจะต้องเป็นไปตามที่ท่านทั้งสองคิดวางวาดหวัง
นางจึงต้องตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางพอกันกับเหล่าบ่าวไพร่ เพื่อคอยรอเข้าไปทำความเคารพพวกท่านทั้งสองตั้งแต่ยามตื่นนอน ตอนหลังรับประทานอาหารแต่ละมื้อก็ต้องคอยมาไถ่ถาม ใกล้เวลาของว่างก็ต้องไปให้เห็นหน้า สอดส่องว่าพวกท่านจะได้รับประทานอิ่มหนำเรียบร้อยดีหรือไม่
หากพลาดช่วงเวลาไหนหรือตกหล่นไปแม้แต่น้อยจะถูกต่อว่าว่าไม่ละเอียดลออ ลามไปยันอกตัญญู หนักเบาตามอารมณ์ท่านทั้งคู่
ช่วงเวลาว่างที่ไม่ต้องเสนอหน้าก็ต้องจัดการบัญชีรายรับรายจ่าย ดูสัญญาของเหล่าบ่าวไพร่และคนงาน มันคืองานที่ต้องใช้ความละเอียดสูง โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณส่วนต่างๆ จะผิดพลาดมิได้ไม่เช่นนั้นเรื่องใหญ่
แต่หากทุ่มเทสมาธิเกินไปจนไม่ได้ยินเสียงเรียกหาของพ่อแม่สามี ก็จะเป็นเรื่องใหญ่ยิ่งกว่า
ช่วงหลังจากที่เยี่ยซินหยีได้เข้ามาอยู่ร่วมชายคายิ่งเลวร้าย เพราะแต่เดิมนางจะไม่ต้องเข้าครัว หรือรับผิดชอบงานบ้านต่างๆ อย่างสาวใช้ แต่มิทราบเยี่ยซินหยีไปเป่าหูหรือเจรจาพาทีแบบใด ลงท้ายพ่อแม่สามีจึงให้นางทำตั้งแต่เรื่องเตรียมน้ำล้างหน้า งานจิปาถะจุกจิกต่างๆ กระทั่งจัดฟูกหมอนผ้าห่มให้
นางต้องทำงานทั้งในฐานะลูกสะใภ้ สาวใช้ เหนื่อยกายเหนื่อยใจในทุกวัน
เพราะแบบนั้นยามจะต้องเข้ามาเป็นพระชายาจึงเตรียมตัวเตรียมใจ สู้ร่างแผนในหัวไว้มากมายว่าจะต้องวางตัวแบบไหน จัดสรรสิ่งใดอย่างไรบ้าง
ทว่าที่คิดเตรียมไว้มากมายนั้นกลับไม่ต้องใช้เลย
เพราะนางไม่ต้องทำอะไรเลยแม้สักอย่าง...
ฉินอ๋องมีกิจการส่วนตัวอย่างที่ใครก็ทราบกันดีว่าคือบ่อน มีพนักงานคนงานซึ่งเชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นคนจัดการ
ส่วนการดูแลบ่าวชายสาวใช้ เป็นหน้าที่ของหัวหน้าพ่อบ้านและหัวหน้าสาวใช้แบ่งกันไป ด้านบัญชียิ่งห่างออกไปไกล เพราะตำหนักฉินอ๋องแห่งนี้ใหญ่โตมโหฬาร กินเนื้อที่กว้างขวาง ย่อมมีค่าใช้จ่ายทั้งการทำนุบำรุง การซ่อมแซม ทำความสะอาด และซื้อหาของใช้ต่างๆ ไม่ใช่อะไรที่ใครคนเดียวจะสามารถควบคุมจัดการ
จึงมี ‘กลุ่ม’ ผู้ดูแลรับผิดชอบงานบัญชีโดยเฉพาะอยู่แล้ว ส่วนบัญชีค่าใช้จ่ายส่วนพระองค์ ฉินอ๋องเป็นผู้ดูแลตนเองเพราะไม่ต้องการให้ใครเข้ามาวุ่นวาย
ดังนั้นนางจึงคอยดูแลแค่ค่าใช้จ่ายของตนเองเท่านั้น ไม่นับเป็นหน้าที่แต่อย่างใด
แต่แน่นอนว่างานดูแลจัดการบ่าวไพร่ทั้งหมดของตำหนักฉินอ๋องย่อมต้องเป็นของพระชายาไปโดยปริยาย ทว่าเพราะท่านอ๋องได้ประกาศกร้าวตั้งแต่วันแรกว่าจะให้หัวหน้าพ่อบ้านและหัวหน้าสาวใช้เป็นผู้ช่วยของพระชายา ดังนั้นการรับผิดชอบจัดการงานต่างๆ จึงยังคงเป็นของทั้งคู่ ซึ่งทำได้ดีอยู่แล้วดุจเดิมเป็นหลักอยู่ดี
มันจึงกลายเป็นหน้าที่ของนางแค่เป็นพิธีเท่านั้น...
ทีแรกก็กังวลว่าตนเองจะไร้ตัวตนหรือไม่ แต่ท่านอ๋องคงคิดทุกสิ่งมาอย่างดี รวมทั้งรู้จักคนของตนอยู่แล้ว ทุกอย่างจึงออกมาเรียบร้อย บ่าวไพร่และสาวใช้ทุกคนยังนอบน้อมใส่ใจ ปฏิบัติดีต่อนางเกินความคาดหมาย
ราวกับนางคือชนชั้นเจ้านายมาแต่กำเนิด ทั้งที่ความจริงแล้วทุกคนก็ทราบดีนางคือใคร
และเพราะความรู้สึกขอบคุณจนตื้นตันนั้น ทำให้เยี่ยวั่งซีซึ่งก้าวพ้นประตูไปแล้ว หันมาบอกกับเหล่าสาวใช้ซึ่งค้อมกายรอส่งนาง
“ถึงตอนนี้ข้าอาจยังทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์นัก แต่ข้าจะพยายาม ให้สมกับที่พวกเจ้าใส่ใจข้าถึงเพียงนี้”
***
ชีวิตเก่าชีวิตใหม่ต่างกันมากจริงๆ
E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ
Dek-D https://novel.dek-d.com/ebook/49751/
[1]人靠衣装,马靠鞍 แปลตรงตัวคือ คนพึ่งพาเสื้อผ้า ม้าพึ่งพาอาน หมายถึงคนดูดีเพราะเสื้อผ้า ม้าดูดีเพราะอาน คล้ายกับ ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง