ทำได้ดีอยู่แล้ว
ทำได้ดีอยู่แล้ว
หนึ่งในความค้างคาใจของนางก็คือ...เช้าหลังจากคืนเข้าหอ แม้ตัวนางจะพยายามจัดผ้าห่มฟูกนอนให้ดูยับเยิน เสมือนว่าบนเตียงหลังกว้างนี้ได้เกิดเรื่องอย่างที่เหล่าสาวใช้ต่างคิดหวัง แต่ก็ไม่แน่ใจว่ามันจะสามารถตบตาพวกนาง
ซึ่งหากไม่...คำพูดเมื่อครู่ก็เพื่อจะหมายถึงความพยายามในเรื่องพรรค์อย่างว่านั้น แต่หากพวกนางคิดว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี มันก็จะฟังได้เป็นเพียงคำพูดอย่างคนถ่อมตนทั่วไป
ก่อนหัวหน้าสาวใช้จะตอบกลับมาอย่างนอบน้อม
“ตอนนี้พระชายาก็ทำได้ดีแล้วเจ้าค่ะ”
ฟังแล้วชวนสงสัยอยู่บ้างสำหรับเยี่ยวั่งซี ว่าตกลงแล้วผ้าปูเตียงยับๆ ที่ตั้งใจทำสามารถลวงสายตาหัวหน้าสาวใช้ได้จริงๆ? หรือทางนั้นจะแค่เอ่ยเป็นพิธี โดยที่รู้แน่อยู่แล้วว่าแท้จริงนางยังมิได้งัดสารพัดกระบวนท่าพิสดารเหล่านั้นมาใช้กรำศึกบนเตียง?
แต่นางไม่ทันจะถาม วรกายองอาจในชุดสีม่วงเหลือบทองเข้าคู่กันกับนางก็ก้าวพ้นมุมระเบียงเข้ามาถึง
“ชายารัก ข้ามารับเจ้าแล้ว”
“เพราะพวกหม่อมฉันชักช้าจึงทำให้ท่านอ๋องต้องเสด็จมาดูถึงที่นี่ ขอประทานอภัยเพคะ”
หัวหน้าสาวใช้ที่รู้จักนิสัยเจ้าเหนือหัวดีรีบออกรับ เนื่องจากเมื่อครู่นี้มีปัญหาตอนต้องพยายามสวมกวานมิอาจหยั่งมูลค่าด้วยความระมัดระวังสูงสุด และต้องยึดตรึงให้แน่นจึงเสียเวลาอยู่บ้าง ท่านอ๋องผู้ใส่ใจพระชายายิ่งนักจึงคงรีบมาตรวจสอบความเรียบร้อย
หากเยี่ยวั่งซีกลับรู้สึกว่าเป็นความรับผิดชอบของตน
“เพราะหม่อมฉันชวนพวกนางพูดคุยเรื่อยเปื่อยต่างหากเพคะ เป็นความผิดของหม่อมฉันเอง”
หยางเว่ยไหลได้เห็นได้ฟังดังนั้นก็เอ่ยกลั้วหัวเราะ
“มีใครผิดอะไรเสียที่ไหน เป็นข้าที่อดทนรอดูไม่ไหวต่างหากว่ายามชายารักสวมชุดที่เพิ่งสั่งตัดมาชุดนั้นแล้วจะงดงามเพียงไร จึงต้องรีบมาชมให้เป็นขวัญตาถึงที่”
ปลายนิ้วยาวสวยไร้ความแตกกร้านยังเชยที่ปลายคางนาง
จับส่ายไปมาอย่างหยอกเย้า
“แล้วก็พบว่ามันช่างคุ้มค่า เหตุใดเด็กน้อยของข้าจึงได้งดงามเจิดจรัสถึงเพียงนี้”
หญิงสาวทั้งกระดากทั้งกังวล...ว่าการจงใจเลือกใช้คำชมที่ฟังแล้วคันยิบในรูหูขนาดนี้ จะดูแนบเนียนหรือชวนน่าสงสัยเพราะเสแสร้งเกินไปกันแน่เล่า
ทว่าสังเกตจากที่เหล่าสาวใช้พากันก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม บางคนลอบบิดชายแขนเสื้อตนเอง คล้ายว่าวิธีนี้จะได้ผลดี
ท่านอ๋องย่อมรู้จักคนของตนเองอย่างดีจริงเสียด้วย เรื่องนี้ช่วยทำให้สรุปได้ถ่องแท้...
“ไปกันเถิด หากชักช้าประเดี๋ยวพ่อตาแม่ยายที่ข้าเคารพรักจะรอนาน”
นางเหลือบมองให้คนพูดประชดประชันออกมาทั้งหน้ายิ้มนิ่มนวล หากใครไม่เคยทราบเรื่องความสัมพันธ์ของนางกับครอบครัว คงไม่มีทางรู้นัยแท้จริงของบุรุษผู้นี้เลย
ยิ่งไม่มีทางรู้เลยว่าเขาและนางได้เตรียมเรื่องน่าสนุกรวมทั้งแผนการริบคืนสินสอดเอาไว้ เพื่อมิให้การเดินทางไปเยี่ยมบ้านภรรยาซึ่งชัดเจนแน่ว่าต้องน่าเบื่อน่าอึดอัดนี้ มีสีสันขึ้นสำหรับพวกเราทั้งสอง
คล้อยหลังร่างในชุดสีเข้มหรูหราซึ่งสั่งตัดมาให้มีรูปแบบเดียวกัน บรรดาสาวใช้ก็เงยหน้าขึ้น แย้มยิ้มส่งไล่หลัง
โดยเฉพาะหัวหน้าสาวใช้ผู้รู้สึกชื่นใจยิ่งนัก
แม้ระหว่างท่านอ๋องกับพระชายาจะยังมิได้มีเรื่องเช่นพวกนางวาดหวัง ทว่าภาพจากในห้องบรรทมที่เห็นทุกเช้า ช่างชวนอบอุ่นใจจนเพียงคิดก็เผลอยิ้ม
สองร่างนอนเบียดกันบนเตียงหลังกว้าง สวมกอดกันไว้ รักใคร่ใหลหลง
บรรยากาศรอบตัวท่านอ๋องยังดีขึ้น มีชีวิตชีวามากขึ้นนับตั้งแต่พระชายาก้าวเข้ามา
ท่านอ๋องเองก็อาจจะไม่รู้ตัว ว่าพระองค์ใส่ใจชายาเป็นอย่างมาก เช่นเรื่องชุดที่จะสวมไปบ้านภรรยาวันนี้ นอกจากเลือกทุ่มเงินเร่งสั่งตัดเพื่อให้เสร็จทันกำหนดการทั้งที่มีชุดอยู่มากมาย ยังใส่ใจกระทั่งเรื่องเครื่องประดับ ด้วยต้องการให้พระชายาได้เฉิดฉายที่สุด เป็นเหตุให้พวกตนต้องยิ่งใส่ใจในรายละเอียดจนระแวง จนเกิดความล่าช้า
ยังไม่พอ...พระองค์ยังใส่ใจความเป็นอยู่ของพระชายายิ่งนัก นอกจากสั่งหัวหน้าอย่างนางให้คัดเลือกสาวใช้ที่จะไปทำงานใกล้ชิด ยังมีการสอบถามทั้งตัวนางและบ่าวคนอื่นที่แวดล้อมพระชายาอย่างสม่ำเสมอ ว่าสตรีซึ่งต้องจากบ้านมา เปลี่ยนที่อยู่อาศัย เปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ ปรับตัวได้หรือไม่ นางดูลำบากอึดอัด ขาดแคลนสิ่งใดหรือเปล่า ถามกระทั่งเรื่องนางกินข้าวได้ดีหรือไม่ดี
ตั้งแต่พระชายามาอยู่ที่นี่ ไม่มีวันใดเลยที่พระองค์จะไม่ไถ่ถามซักไซ้
และพวกนางก็ดูออกว่ามิใช่เพียงการทำเป็นพิธี แต่ท่านอ๋องสนใจเรื่องของชายาอย่างยิ่งจริงแท้
และด้วยเหตุผลเดียวกันนั้น พระองค์จึงตัดสินใจจะไม่มอบหมายงานใด เพราะอยากให้นางได้ใช้เวลาปรับตัว และรู้สึกสุขสบายใจกายกับการอยู่ที่ตำหนักแห่งนี้ เสมือนเป็นที่ของตนเองอย่างแท้จริง
ซึ่งด้วยสาเหตุทั้งหมดที่ว่ามา จึงมั่นใจเหลือเกินว่า ไม่ช้าก็เร็ว ทั้งคู่จะต้องได้กลายเป็นคู่สามีภรรยาโดยสมบูรณ์อย่างแน่นอน
เช่นนี้จะมิให้นางกล่าวชมว่าพระชายาทำได้ดีอยู่แล้วได้อย่างไร
*
*
ในที่สุดรถม้าหรูหราประทับตราตำหนักฉินอ๋องเคลื่อนมาจอดหน้าเคหาตระกูลเยี่ย บรรยากาศการต้อนรับก็ดูเรียบร้อยดี
ไม่สิ...มิใช่เช่นนั้นเสียทีเดียว เพราะผู้ที่มายืนส่งยิ้มและค้อมกายรอต้อนรับฉินอ๋องอย่างนอบน้อมมีเพียงท่านพ่อ ทั้งที่ควรจะมีท่านแม่ด้วย
***
มาถึงก็เอาเลย
E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ