จงขออภัย!
จงขออภัย!
เพราะสุรเสียงกร้าว ใบหน้ารูปสลักงดงามซึ่งดูสุภาพแทบตลอดยามปรากฏความกรุ่นโกรธชัดเจน เยี่ยเต๋อจึงรีบทรุดร่างคุกเข่า หมอบคำนับหน้าผากจรดพื้น
“ขอท่านอ๋องโปรดอภัย กระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“คนที่เจ้าควรขออภัยมิใช่ข้าแต่เป็นชายาของข้าต่างหาก”
ไม่เพียงกล่าว มือใหญ่ทว่าอบอุ่นนักได้ดันหลังเยี่ยวั่งซีให้เดินไปเบื้องหน้าผู้ที่กำลังหมอบคำนับ
“เอาละ...รีบทำเสียสิ ขออภัยที่เจ้าละเลยนาง”
หญิงสาวลอบมองบุรุษผู้ทำนอกเหนือแผนการที่คุยกันไว้ ความใส่ใจและถ้อยคำซึ่งเขาเลือกใช้ช่างจับหัวจิตหัวใจของนางจนสั่นสะท้าน
การขอโทษมิใช่เพียงเรื่องการรับรองครั้งนี้ นางทราบดี...ท่านอ๋องหมายถึงทุกเรื่องที่บิดาเคยละเลยนางตลอดมา
“ข้า...ขออภัย...พระชายาในความบกพร่อง...”
“บ่นพึมพำอะไรของเจ้า ข้าไม่เห็นจะได้ยิน!”
“ข้าขออภัยพระชายาสำหรับข้อบกพร่องขอรับ!”
“เสียงดังเกินไปแล้ว ฟังไม่จริงใจเอาเสียเลย”
เพ้ย! บุรุษผู้นี้ช่างเอาใจยากยิ่งนัก!!
เป็นความคิดของผู้อื่นที่ได้ยินได้ฟัง ส่วนบิดาของเยี่ยวั่งซีได้แต่คิดขบเขี้ยวเคี้ยวฟันทั้งยังหมอบค้าง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก กล่าวเสียงทุ้มก้อง
“ข้าต้องขออภัยพระชายาเป็นอย่างสูงสำหรับความผิดพลาด”
เยี่ยวั่งซีมองภาพตรงหน้า และถ้อยคำซึ่งมิคาดว่าจะมีโอกาสได้ยิน แม้บิดาจะจำใจ แม้น่าจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าท่านอ๋องอยากให้หมายถึงเรื่องทั้งหมดทั้งมวลที่เคยทำกับนางมา แต่แค่ได้เห็นได้ฟังก็นับว่าเกินความคาดหมายแล้ว
ทว่า...นางก็หาได้คิดจะหยุดแผนการเล่นสนุกกับท่านอ๋องซึ่งสู้อุตส่าห์คิดเตรียมมา
“แต่ข้ายังไม่พอใจ”
เสียงของหยางเว่ยไหลทำให้เจ้าบ้านสกุลเยี่ยเตรียมร้องขออภัยพระชายาออกมาอีกรอบ แต่ทันเพียงอ้าปาก คนเรื่องมากไม่อาจประมาณก็เอ่ยออกมาอีก
“เพราะเจ้าชักช้ากว่าจะทำได้ดี ทำให้ข้าต้องยืนรอนานจนเมื่อยล้า” กล่าวพลางร่างสูงสง่าก็หย่อนกายลงบนเก้าอี้
ตัวซึ่งไม่มีการหุ้มพนักวางแขนและไร้ซึ่งเบาะรอง
ก่อนจะผายมือให้หญิงสาวได้นั่งยังเก้าอี้ซึ่งถูกตระเตรียมไว้อย่างดี
“และก็เพราะเจ้าอีกเหมือนกัน ทำให้ข้าต้องเสียสละมานั่งบนเก้าอี้ที่ทั้งแข็งทั้งเย็นตัวนี้ แทนชายารักด้วยเกรงผิวเนื้ออ่อนนุ่มบอบบางของนางจะต้องระคาย ข้าคงต้องหาทางให้เจ้ารับผิดชอบเสียหน่อยแล้ว”
แขนข้างหนึ่งของหยางเว่ยไหลค้ำยันศีรษะ ขาข้างหนึ่งยกพาดขึ้นมาบนเข่าอีกข้าง
ท่านั่งตามสบาย หากน้ำคำเมื่อครู่กลับกดดันจนบรรยากาศภายในโถงเลวร้าย
“ขอท่านอ๋องโปรดประทานอภัยให้ความขลาดเขลาของกระหม่อมด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
เยี่ยเต๋อได้แต่โขกศีรษะกล่าววิงวอน แผ่นหลังที่โค้งก้มของเขานั้นสั่นเทาจนสามารถสังเกต
“สั่นอะไรถึงเพียงนั้น คิดว่าข้าจะใจหินถึงกับสั่งลากตัวพ่อตาไปลงทัณฑ์ได้ลงคอเชียวหรือ”
หากประโยคนี้ถูกถามออกจากปากของผู้อื่น หาใช่ฉินอ๋องซึ่งเคยบัญชาการกองพลเพียงหยิบมือไปปราบปรามชาวเผ่านอกรีต มันก็คงไม่น่ากังวลสักเท่าไร
แม้จะเป็นเรื่องตั้งแต่สมัยสิบหกปีก่อนแต่ทุกคนก็ยังจำได้ดี ทั้งเพราะมันเป็นความชอบใหญ่ทำให้ฉินอ๋องผู้เป็นอนุชาของจักรพรรดิในตอนนั้นได้ตำแหน่งองค์รัชทายาท ทั้งเพราะความเด็ดขาดโหดเหี้ยม
ชาวเผ่าพวกนั้นถูกสังหารจนสิ้น ไม่เว้นกระทั่งภรรยาลูกสาวลูกชายบ้านไหน พ่อแม่ปู่ย่าตายายของผู้ใด เพื่อตัดวงจรการสานปณิธานมาล้างแค้นเอาคืนกันในกาลข้างหน้า
ช่วงที่ฉินอ๋องเป็นผู้สำเร็จราชการแทนจักรพรรดิน้อย ก็สั่งลงโทษขุนนางฉ้อฉลด้วยวิธีการอันน่ากลัวไปมากมาย
เพราะแบบนั้นวาณิชสกุลเยี่ยและผู้อื่นที่กำลังระทึกนึกกังวล จึงพากันหวาดเกรง
“ข้าตัดสินใจแล้ว ในเมื่อไหมใยนภาที่อุตส่าห์ให้ไปไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างที่ควร ข้าก็จะริบกลับคืนมาทั้งหมด เก้าร้อยเก้าสิบเก้าพับไม่ขาดไม่เกิน!”
วาณิชสกุลเยี่ยผงกศีรษะ เตรียมร้องขอความเมตตา เพราะหากหักจำนวนที่ใช้ทำเบาะและหุ้มพนักไปแล้วก็นับว่าเขาเข้าเนื้อ ความเป็นคนค้าขายจะยอมขาดทุนง่ายๆ ได้อย่างไร!
ทว่าพอลองตรองดูดีๆ นี่อาจดีกว่าโทษที่ต้องบาดเจ็บหรือทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงตนเองและกิจการ...
กลิ่นกำยานที่ราคาไม่สูงพออาจทำให้คนผู้นี้กำลังอารมณ์เสียตามคำอ้าง อย่าไปยั่วยุเพิ่มย่อมเป็นการดี
“ขอบพระทัยที่ท่านอ๋องเมต...ตา...”
คำสุดท้ายแทบเปล่งออกมามิไหว ในหัวซึ่งมักคิดคำนวณผลกำไรเสมอตามอาชีพต้องพยายามปลอบตนเองว่าขาดทุนไปแค่นี้นับว่ายังดี สินสอดที่ได้รับมามูลค่ามหาศาลมิอาจประมาณ นี่อาจเล็กน้อยแค่ผมเส้นเดียวจากบรรดาทั้งหมดบนหัวกระมัง
กำลังจะรู้สึกดีขึ้นไม่ทันไร คนเอาแต่ใจและเอาใจยากเป็นที่สุดก็โพล่งออกมาอีก
“ข้าหิวแล้ว! นำอาหารออกมาได้เลย แล้วต้องไม่ลืมจัดของที่ชายาข้าโปรดปรานมาให้พร้อม หากทำออกมาน่าผิดหวังอีก ข้าก็จะขอยึดคืนวัตถุดิบชั้นเลิศที่เคยให้ไปทั้งหมดกลับคืนมาด้วย!!”
ท่ามกลางบรรยากาศอันวุ่นวาย ทว่ากดดันจนหนักอึ้งนั้น เยี่ยวั่งซีสังเกตว่าท่านอ๋องเหลือบมองมาทางนาง ก่อนลอบขยิบตาส่งให้
มันคือสัญญาณว่าจะส่งบทถัดไปให้นางเป็นผู้จัดการ
ตามที่ตัวนางได้วางแผนเอาไว้
นางจึงแสร้งทำยกพัดขึ้นมาโบกคลายร้อน แต่แท้จริงใช้กำบังช่วงปาก ลอบฉีกยิ้มแล้วผงกศีรษะเชื่องช้าส่งกลับไป
เพื่อเป็นการบอกว่าทรงทำได้ดีอย่างมาก
และให้เป็นฝ่ายรอดูนางบ้าง
***
ผลัดกันเล่นแหละ
E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ