พ่อตาที่กระโจนสู่กับดัก
พ่อตาที่กระโจนสู่กับดัก
“ดี! ชายารักของข้าว่าได้ถูกต้องทุกอย่างจนข้าผู้นี้ไม่มีสิ่งใดจะเสริม”
หยางเว่ยไหลเอ่ยทั้งยิ้มเต็มใบหน้า ว่าฉาดฉาน
“เดี๋ยวหลังมื้ออาหารเสร็จสิ้น ข้าจะให้คนเข้าไปยังที่เก็บของและครัว เพื่อเอาวัตถุดิบล้ำค่าที่ข้าเคยให้ไปทั้งหมดกลับคืนมา”
เยี่ยเต๋อจำต้องตอบรับพ่ะย่ะค่ะทั้งน้ำตาตกใน เพียงเวลาไม่นานเสียทั้งผ้าไหมใยนภาและวัตถุดิบล้ำค่า คำนวณในใจพบว่าขาดทุนย่อยยับ
นั่นยังไม่แย่เท่ากับลางสังหรณ์…ที่เหมือนว่าสามีภรรยาคู่นี้จะมาเพื่อหาเรื่องเอาสินสอดที่เคยให้กลับคืนไปจนหมดสิ้น!
ไม่มีวันยอมเสียหรอก เรื่องแบบนั้น!!
คิดอย่างมุ่งมั่นไม่หวั่นไหว กระทั่งหลังความวุ่นวายผ่านพ้นไปจนถึงช่วงบ่าย ก็สังเกตว่าฉินอ๋องผู้นั่งเอนกายอยู่บนตั่งซึ่งทั้งหุ้มและบุด้วยไหมอย่างดีที่สั่งให้คนของตนไปขนมาจากตำหนัก คล้ายจะอารมณ์ดีขึ้น
คงเพราะอิ่มท้องจากอาหาร และได้ประทับอยู่บนที่ของตนเอง...
แต่...แม้จะสรุปได้ดังนั้นก็ยังระวังระแวง ตราบใดที่คนผู้นี้ยังประทับอยู่ ก็มีโอกาสที่จะเดือดร้อน หรือถูกหาเรื่องริบสินสอดซึ่งควรเป็นทรัพย์สินของเขากลับคืนไป
มิทราบกินอิ่มจนไปไหนไม่ไหวหรืออย่างไร เหตุใดไม่กลับไปเสียทีเล่า!
“คล้ายว่าสีหน้าท่านพ่อตากำลังเคร่งเครียดนัก อึดอัดขัดเกร็งเพราะข้าหรือ”
แทบอยากร้องตะโกนว่า ‘ใช่!!’ แต่คนเราจะหาทางทำให้ตนเองตายไวขึ้นไปทำไม
“จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไรเล่าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมย่อมต้องรู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนักที่ได้รับรองท่านอ๋อง”
“อืม...แม้ท่านจะทำได้ไม่ดีเอาเสียเลย แต่ข้าก็ดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น”
ผู้นำสกุลเยี่ยซึ่งกำลังก้มหน้านอบน้อม ต้องลอบกำมือเม้มปากสะกดกลั้น หูก็ฟังคนผู้แสนจะยียวนไปด้วย
“ทว่าข้าก็รู้สึกเหมือนรบกวนท่านพ่อตาเกินไปอยู่บ้าง คงทำท่านเบื่อหน่ายไม่น้อย เช่นนั้นเรามาเล่นกำถั่วกระชับสัมพันธ์กันสักหน่อยดีหรือไม่”
ขึ้นชื่อว่าการพนันอย่างเล่นกำถั่ว แน่นอนว่าก็ต้องมีเดิมพัน นั่นปะไร...คนเจ้าเล่ห์นี่คิดหาเรื่องยึดสินสอดกลับคืนไปจริงเสียด้วย
หากตอบตกลง เขาก็คงไม่ยึดอาชีพทำมาค้าขายได้มาจนถึงทุกวันนี้
แต่แล้ว...ก่อนเยี่ยเต๋อจะปฏิเสธ หยางเว่ยไหลซึ่งรู้เท่าทันตั้งแต่ผู้คนยันเหตุการณ์ล่วงหน้า ก็ยื่นข้อเสนอแสนเย้ายวน
“เพราะข้าอยากทำดีกับท่านพ่อตาบ้าง งั้นกติกาเอาเป็นเช่นนี้ดีหรือไม่ หากข้าทายถูกข้าจะแค่เลือกเอาสินสอดที่เคยให้ไปกลับคืนมาตาละหนึ่งอย่าง แต่หากเป็นคราวท่านทายถูก...แม้จะแค่ครั้งเดียว ก็จะได้รับทั้งหมดที่ข้าเคยริบคืนกลับไป”
หยางเว่ยไหลว่าพลางเอื้อมมือไปวางบนบ่าผู้เป็นพ่อตา
“แน่นอนว่ารวมทั้งไหมใยนภาและยอดวัตถุดิบมากมายที่ข้าเอาคืนมาก่อนหน้านี้ด้วย”
คำปฏิเสธคงค้างอยู่กลางลำคอ เกือบจะตอบรับแทบไม่ทัน กระนั้นลองตรองดูให้ดี...อะไรที่ฟังสวยหรูเกินไปมักเป็นกลลวงกับดัก จำต้องตรวจสอบ
“ให้คนของกระหม่อมเป็นผู้กำถั่วในแต่ละตาจะได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“เอาตามท่านพ่อตาสะดวก ใช้ถั่วของท่านด้วยเลยก็ยังได้”
หยางเว่ยไหลกล่าวไม่ยี่หระ เพราะเมื่อครู่ภายใต้การกระทำดูใกล้ชิดเป็นกันเองอย่างการวางมือบนบ่า แน่นอนว่าเขาเพียงแตะตัวอีกฝ่ายเพื่อดูอนาคตล่วงหน้า จนเห็นชัดเจนเลยทีเดียวว่า แต่ละตาเศษถั่วจะเหลือเท่าไร ต้องแทงอย่างไรให้ชนะ
บนใบหน้าของเขาจึงปรากฏรอยยิ้ม หากผู้ที่คิดกระหยิ่มใจและแย้มริมฝีปากกว้างกว่ากลับเป็นฝ่ายที่ตอบรับเสียงดังลั่น
“ตกลงพ่ะย่ะค่ะ! ขอบพระทัยที่กรุณากระหม่อม”
โดยไม่รู้ตัวเลยว่า...กำลังก้าวขาลงไปในกับดักของผู้ล่วงรู้อนาคต
คนผู้เดียวที่เผยสีหน้ากังวลจึงคือเยี่ยวั่งซี แม้ตอนพระองค์เล่าถึงแผนการนี้ให้ฟัง จะรับปากมั่นอกมั่นใจว่าตนเองจะชนะและริบสินสอดกลับคืนมาทั้งหมดแน่นอน แต่เรื่องการพนันมันก็ขึ้นกับโชคมิใช่หรือ จะเอาแน่เอานอนได้อย่างไร
นอกจากรู้แน่ชัดว่าถั่วแต่ละตาจะเลือกเศษเท่าไหร่?
และบุรุษบนตั่งซึ่งสังเกตสังกานางตลอดยามก็เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยนั้น แม้พรสวรรค์ที่มีจะใช้กับนางไม่ได้ผล แต่เขาก็แน่ใจว่าเด็กน้อยของตนต้องกำลังคิดกังวลเรื่องใด
“ชายารักไปเยี่ยมมารดาเจ้าให้สบายใจเถิด สวามีผู้นี้เพียงจะเล่นสนุกกับท่านพ่อตา ไม่มีสิ่งใดให้เจ้าต้องกังวล และไม่จำเป็นต้องคอยอยู่รอปรนนิบัติเลย”
ความนัยของประโยคนี้คือ ต้องการย้ำว่านางไม่จำเป็นต้องกังวล มิสู้ไปฆ่าเวลาด้วยการเยี่ยมมารดาและน้องสาว ทำเรื่องที่อุตส่าห์ตั้งใจวางแผนไว้ไม่ดีกว่าหรือ
และเยี่ยวั่งซีก็เข้าใจที่พระองค์จะสื่อ จึงวางทุกความกังวลใจลง เพราะแม้คนผู้นี้จะเหมือนไร้หัวคิด ทว่านางรู้ดี...ความจริงพระองค์มีหัวเพียงไม่คิดจะใช้(ในบางที) แต่อย่างไรเรื่องที่จริงจังขนาดนี้ท่านอ๋องจะต้องคิดมาเป็นอย่างดีแล้วแน่นอน
ดังนั้นนางจึงลุกยืนประสานมือ
“ขอบพระทัยที่คำนึงถึงหม่อมฉันเพคะ เช่นนั้นหม่อมฉันขอเวลาสักครู่”
“ข้าจะให้องครักษ์คอยตามไปคุ้มกันเจ้าด้วย”
แม้เขาจะเห็นจากการดูอนาคตผ่านพ่อตาเมื่อครู่และองครักษ์ว่าจะเกิดเรื่องแต่นางสามารถจัดการได้ดี ทว่าเขาก็ไม่ค่อยวางใจในโชคชะตา หรืออนาคตใดก็ตามที่ข้องเกี่ยวกับนางโดยตรงเช่นนี้เลย
สตรีคนแรกและคนเดียวที่เป็นจุดบอดจุดบังพรสวรรค์ของเขา
และเยี่ยวั่งซีก็เลือกรับความหวังดีนั้นโดยไม่ไถ่ถาม ก่อนเยื้องกรายไปยังเรือนของมารดา โดยมีหนึ่งในองครักษ์มือดีของสวามีคอยตามคุ้มกันอยู่ในระยะที่ไม่ประกบรบกวน
***
พ่อยังโดนอีก ยังไม่จบ แม่กับน้องก็ไม่รอดเหมือนกัน
E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ