LNCrawler

เดิมพันคือสินสอด

ชาตินี้ยกสามีให้บัวขาว ข้าจึงถึงคราวสุขสบาย [E-Bookเล่มเดียวจบ] — novel.dek d.com · All chapters

เดิมพันคือสินสอด

      หลังเยี่ยวั่งซีจากไป บรรยากาศก็ยิ่งเงียบสงัดทว่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กระทั่งการเล่นกำถั่วโดยมีสินสอดเป็นเดิมพันได้เริ่มต้น

     เยี่ยเต๋อเรียกคนงานผู้หนึ่งเพื่อมาทำหน้าที่นับเม็ดถั่ว ฝ่ายอาวุโสกว่าด้วยวัยเริ่มทายก่อน ซึ่งหยางเว่ยไหลก็ไม่ขัดข้อง 

     เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าจะเป็นเช่นนี้

     ยามที่กระบอกไม้ถูกยกขึ้นเพื่อทำการแยกเม็ดถั่วทีละสี่เม็ด หัวใจของเยี่ยเต๋อก็หล่นวูบ

     ตาแรก...เขาก็ประเดิมด้วยความพ่ายแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย

     “เช่นนั้นข้าขอปะการังแดงจากใต้ทะเลลึกคืนก่อนแล้วกัน” หยางเว่ยไหลกล่าวเรียบช้า วาณิชเยี่ยเต๋อมิอาจทำอะไรได้จำต้องก้มหน้า กัดฟันยอมรับตามกติกา

     ปลอบตนเองว่าไม่เป็นไร ยังมีตาต่อไป 

     โดยตาที่สองนี้...ยังรีบทายก่อนอีกครั้งหมายจะแก้มือ ทว่าผลลัพธ์กลับคือความพังทลาย เขาทายผิดอีกแล้ว!

     “อืม...รอบนี้ข้าขอไข่มุกแสงจันทร์ทั้งหีบคืนก็แล้วกัน”

     หยางเว่ยไหลจงใจเรียงลำดับจากมูลค่าน้อยไปมาก เพื่อล่อให้เยี่ยเต๋อยังไม่คิดเสียดายนักในรอบแรกๆ แล้วกล้าไปต่อ

     พอตอนหลังๆ แม้ต้องสูญเสียของมูลค่าสูงขึ้น...สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะเสียดายจนไม่กล้าถอย

     “ตาต่อไปท่านอ๋องทายก่อนเลยเพคะ!” แม้เยี่ยเต๋อจะพยายามสำรวม ทว่าก็ยังปิดบังความหัวเสียไว้ไม่มิด 

     แล้วผลลัพธ์ก็กลับทำให้ต้องอารมณ์ดำดิ่งยิ่งกว่าเดิม

     ในตาที่สามแม้จะเริ่มทีหลังแล้ว แต่ฉินอ๋องก็ยังทายเศษถั่วที่เหลือได้ใกล้เคียงกว่าอยู่ดี!

     “ฮ่า...รอบนี้จะเอาอะไรดี”

     เสียงหัวเราะประหลาดช่างทิ่มแทงรูหู ทะลวงลึกมาถึงจิตใจจนเยี่ยเต๋อทนรับแทบไม่ไหว

     เพียงแค่สามตา...ทรัพย์สินอันล้ำค่าก็โดนริบกลับคืนไปมากมาย ยิ่งคิดใบหน้าเขาก็ซีดเซียวสลับแดงด้วยความหงุดหงิด โมโห กล่าวโทษดวงชะตา

     ตัดสินใจโบกมือไล่คนงานออกไปอย่างหยาบคาย แล้วเรียกหาคนใหม่มาทำหน้าที่นับถั่วแทนทันที

     ต้องเป็นเพราะเจ้าหน้าเหม็นคนแรกนี่นำโชคร้ายมาให้เขาแน่!

     ขณะที่ฝ่ายพ่อตาร้อนรุ่มราวกับถูกไฟเผาที่ใจ หยางเว่ยไหลกลับนั่งเอนหลังผ่อนคลาย ใบหน้าคมคายฉายแววกระหยิ่มใจ 

     เวลาหมุนเวียนผ่านไป...ตาแล้วตาเล่าดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงเม็ดถั่วกระทบกันบนจานไม้ ราวกับเสียงนับถอยหลังสู่ความวอดวายของเยี่ยเต๋อ

     เม็ดเหงื่อผุดซึมเต็มหน้าผากของฝ่ายที่พ่ายแพ้จนเลิกนับตา ร่างกายซึ่งเริ่มชราวัยสั่นสะท้านหวาดหวั่น กระนั้นก็ไม่คิดยอมแพ้ 

     บอกกับตนเองในใจซ้ำๆ ราวคำภาวนา ว่าขอแค่ทายถูกเพียงตาเดียว...เพียงตาเดียวเท่านั้น สินสอดล้ำค่าทุกรายการก็จะกลับคืนมาทั้งหมด!

     เพราะมันไม่มีทางที่ฝ่ายใดจะทายถูกได้ทุกตา หรือฝ่ายใดจะทายผิดหมดทุกตาไปได้หรอก!!

     ความมุ่งหวังอันแรงกล้าจนหน้ามืดตามัวผลักดันให้เยี่ยเต๋อเผลอตบโต๊ะดังปัง! ก่อนส่งเสียงคำรามลั่น

     “เริ่มตาต่อไปได้เลยพ่ะย่ะค่ะ!”

     ทว่าฝ่ายตรงข้ามกลับเอาแต่นิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่ นัยน์เนตรคมกริบจ้องมองมาอย่างเรียบเฉย ก่อนเอ่ยด้วยสุรเสียงเนิบช้าน่าขัดใจ

     “คงจะไม่ได้แล้วท่านพ่อตา...”

     “ว่าอย่างไรนะพ่ะย่ะค่ะ!?” เยี่ยเต๋อดวงตาเบิกโพลง ความโกรธปะทุขึ้นมาจนหน้าดำหน้าแดง 

     อ้อ...รู้แล้ว คงจะวางแผนไล่ต้อนเขา เมื่อเรียกร้องเอาคืนไปจนพอใจแล้วก็คิดจะเลิกล้มกลางคันกันหน้าด้านๆ!

     แม้จะไม่สามารถอ่านใจผู้ใด ทว่าหยางเว่ยไหลกลับมองออกถึงความคิดนั้น จึงตอบกลับด้วยสีหน้าสงบเยือกเย็น 

     โดยต้องพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้

     “หาใช่ว่าข้าได้กำไรจนพอใจแล้วเลยอยากเลิกรา...ทว่าของเดิมพันของท่านพ่อตา มันไม่มีเหลือแล้วต่างหาก”

     ความเป็นจริงซึ่งเปรียบเสมือนฟ้าผ่าลงกลางศีรษะ ทำเยี่ยเต๋อนิ่งอึ้ง ตัวชา รีบกวาดสายตามองรายการสินสอดบนกระดาษ พบว่าทุกอย่างถูกกาขีดฆ่าจนหมดสิ้นแล้วจริงๆ ด้วย!

     ทุกอย่างทั้งหมด! ไม่เหลือสักรายการ!!

     “ทำอย่างไรดี...จะทำอย่างไรดี...” วาณิชที่พบว่าตนขาดทุนป่นปี้พึมพำเสียงสั่นซ้ำย้ำไปมา ราวกับเป็นคนไร้สติไปเสียแล้ว

     ส่วนหยางเว่ยไหลทำเพียงถอนหายใจเหนื่อยหน่าย 

     “แม้ข้าจะยังอยากเล่นต่อให้ท่านพ่อตาได้แก้มือแต่ก็คงช่วยไม่ได้...เพราะขึ้นชื่อว่าการพนัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเป็นเจ้าของบ่อนอย่างข้า มันจะสนุกได้ก็ต่อเมื่อมีของเดิมพันอะไรก็ได้ที่น่าสนใจ แต่ในเมื่อท่านไม่มี วันนี้ก็พอกันเพียงเท่านี้เถิด”

     พูดจบ วรกายองอาจก็ทำทีเป็นลุกขึ้นยืน เตรียมจะผละจากไป จนกระทั่ง...

     “ประเดี๋ยวก่อนพ่ะย่ะค่ะ!” 

     เยี่ยเต๋อแผดเสียงพร้อมกับการตัดสินใจแสนเด็ดขาดทว่าขาดสติ ดุจคนจมน้ำที่พยายามคว้ากิ่งไม้เล็กๆ ซึ่งลอยมาเอาไว้ 

     “โฉนดที่ดินของเคหาหลังนี้ มิทราบน่าสนใจพอเป็นสิ่งเดิมพันหรือไม่”

     แม้รู้ว่าอาจต้องย่อยยับอับปางก็ตาม…

     แต่คนที่คิดว่าตนกำลังจะจมน้ำตายอยู่แล้ว ย่อมเสี่ยงไขว่คว้าทุกโอกาสน้อยใหญ่ซึ่งจะได้รอดชีวิตเอาไว้

     แน่นอนว่าหยางเว่ยไหลที่ลุกขึ้นไปได้แค่ครึ่งตัวก็แสร้งชะงักเล็กน้อย ขณะที่รอยยิ้มสายหนึ่งได้พาดผ่านไปถึงดวงตา เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามความตั้งใจ 

     จึงค่อยๆ ทอดกายกลับลงมานั่งบนเก้าอี้ตัวหรูหราตามเดิม ด้วยท่วงท่าสง่างามตามเดิม

     “อืม...แม้ที่ดินที่นี่จะมิได้กว้างขวางเลย แต่ข้าก็จะถือว่าพอรับได้ เพราะเห็นแก่ท่านพ่อตาแล้วกัน”

     ความจริงที่เขาทำเช่นนี้ใช่ว่าแค่ต้องการกลั่นแกล้งเสียทีเดียว เพียงอยากทดสอบว่าที่แท้คนตรงหน้าจะเลือกทางใด

     ระหว่าง...หักห้ามใจ ใช้หัวยั้งคิด ว่าแม้จะสูญเสียสินสอดที่ความจริงก็มิใช่ของตนเอง ยังไม่คู่ควรจะยืดอกรับเอาไว้ไปทั้งหมดนี้ แต่ก็ยังมีสมบัติส่วนตัว มีอาชีพ มีความสามารถไว้ทำมาหากินต่อไป

     ที่จริงมันก็แค่กลับไปเป็นแบบเดิมก่อนเขาจะมอบสินสอดให้เท่านั้นเอง

     แต่หากเป็นคนโลภโมโทสัน ก็จะเลือกไม่ต่างไปจากพวกผีพนันในบ่อนของเขา ทุ่มเททุกสิ่ง...ยอมกระทั่งเอาสมบัติเก่าแก่ หรือลูกเมียมาเป็นเดิมพัน 

     จนสุดท้ายแล้ว คนพวกนี้ก็จะไม่เหลือสิ่งใดติดตัวเลยสักอย่างเดียว

     “เช่นนั้นเรามาเริ่มกันต่อเลยดีหรือไม่” 

     เริ่มเดินไปสู่เส้นทางแห่งความวินาศอย่างแท้จริง…

     และเยี่ยเต๋อซึ่งแทบไม่หลงเหลือความยั้งคิด ยิ่งมิอาจรู้ชะตากรรมตน ก็ตอบรับกระตือรือร้น

     “เป็นพระกรุณาพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมอดใจรอแทบไม่ไหวแล้ว”

 

***

เอาให้หมดตัว

E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ

Meb : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTQwMjk4NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ3MjA2NyI7fQ

Dek-D https://novel.dek-d.com/ebook/49751/