เดิมพันคือสินสอด
เดิมพันคือสินสอด
หลังเยี่ยวั่งซีจากไป บรรยากาศก็ยิ่งเงียบสงัดทว่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กระทั่งการเล่นกำถั่วโดยมีสินสอดเป็นเดิมพันได้เริ่มต้น
เยี่ยเต๋อเรียกคนงานผู้หนึ่งเพื่อมาทำหน้าที่นับเม็ดถั่ว ฝ่ายอาวุโสกว่าด้วยวัยเริ่มทายก่อน ซึ่งหยางเว่ยไหลก็ไม่ขัดข้อง
เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าจะเป็นเช่นนี้
ยามที่กระบอกไม้ถูกยกขึ้นเพื่อทำการแยกเม็ดถั่วทีละสี่เม็ด หัวใจของเยี่ยเต๋อก็หล่นวูบ
ตาแรก...เขาก็ประเดิมด้วยความพ่ายแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย
“เช่นนั้นข้าขอปะการังแดงจากใต้ทะเลลึกคืนก่อนแล้วกัน” หยางเว่ยไหลกล่าวเรียบช้า วาณิชเยี่ยเต๋อมิอาจทำอะไรได้จำต้องก้มหน้า กัดฟันยอมรับตามกติกา
ปลอบตนเองว่าไม่เป็นไร ยังมีตาต่อไป
โดยตาที่สองนี้...ยังรีบทายก่อนอีกครั้งหมายจะแก้มือ ทว่าผลลัพธ์กลับคือความพังทลาย เขาทายผิดอีกแล้ว!
“อืม...รอบนี้ข้าขอไข่มุกแสงจันทร์ทั้งหีบคืนก็แล้วกัน”
หยางเว่ยไหลจงใจเรียงลำดับจากมูลค่าน้อยไปมาก เพื่อล่อให้เยี่ยเต๋อยังไม่คิดเสียดายนักในรอบแรกๆ แล้วกล้าไปต่อ
พอตอนหลังๆ แม้ต้องสูญเสียของมูลค่าสูงขึ้น...สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะเสียดายจนไม่กล้าถอย
“ตาต่อไปท่านอ๋องทายก่อนเลยเพคะ!” แม้เยี่ยเต๋อจะพยายามสำรวม ทว่าก็ยังปิดบังความหัวเสียไว้ไม่มิด
แล้วผลลัพธ์ก็กลับทำให้ต้องอารมณ์ดำดิ่งยิ่งกว่าเดิม
ในตาที่สามแม้จะเริ่มทีหลังแล้ว แต่ฉินอ๋องก็ยังทายเศษถั่วที่เหลือได้ใกล้เคียงกว่าอยู่ดี!
“ฮ่า...รอบนี้จะเอาอะไรดี”
เสียงหัวเราะประหลาดช่างทิ่มแทงรูหู ทะลวงลึกมาถึงจิตใจจนเยี่ยเต๋อทนรับแทบไม่ไหว
เพียงแค่สามตา...ทรัพย์สินอันล้ำค่าก็โดนริบกลับคืนไปมากมาย ยิ่งคิดใบหน้าเขาก็ซีดเซียวสลับแดงด้วยความหงุดหงิด โมโห กล่าวโทษดวงชะตา
ตัดสินใจโบกมือไล่คนงานออกไปอย่างหยาบคาย แล้วเรียกหาคนใหม่มาทำหน้าที่นับถั่วแทนทันที
ต้องเป็นเพราะเจ้าหน้าเหม็นคนแรกนี่นำโชคร้ายมาให้เขาแน่!
ขณะที่ฝ่ายพ่อตาร้อนรุ่มราวกับถูกไฟเผาที่ใจ หยางเว่ยไหลกลับนั่งเอนหลังผ่อนคลาย ใบหน้าคมคายฉายแววกระหยิ่มใจ
เวลาหมุนเวียนผ่านไป...ตาแล้วตาเล่าดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงเม็ดถั่วกระทบกันบนจานไม้ ราวกับเสียงนับถอยหลังสู่ความวอดวายของเยี่ยเต๋อ
เม็ดเหงื่อผุดซึมเต็มหน้าผากของฝ่ายที่พ่ายแพ้จนเลิกนับตา ร่างกายซึ่งเริ่มชราวัยสั่นสะท้านหวาดหวั่น กระนั้นก็ไม่คิดยอมแพ้
บอกกับตนเองในใจซ้ำๆ ราวคำภาวนา ว่าขอแค่ทายถูกเพียงตาเดียว...เพียงตาเดียวเท่านั้น สินสอดล้ำค่าทุกรายการก็จะกลับคืนมาทั้งหมด!
เพราะมันไม่มีทางที่ฝ่ายใดจะทายถูกได้ทุกตา หรือฝ่ายใดจะทายผิดหมดทุกตาไปได้หรอก!!
ความมุ่งหวังอันแรงกล้าจนหน้ามืดตามัวผลักดันให้เยี่ยเต๋อเผลอตบโต๊ะดังปัง! ก่อนส่งเสียงคำรามลั่น
“เริ่มตาต่อไปได้เลยพ่ะย่ะค่ะ!”
ทว่าฝ่ายตรงข้ามกลับเอาแต่นิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่ นัยน์เนตรคมกริบจ้องมองมาอย่างเรียบเฉย ก่อนเอ่ยด้วยสุรเสียงเนิบช้าน่าขัดใจ
“คงจะไม่ได้แล้วท่านพ่อตา...”
“ว่าอย่างไรนะพ่ะย่ะค่ะ!?” เยี่ยเต๋อดวงตาเบิกโพลง ความโกรธปะทุขึ้นมาจนหน้าดำหน้าแดง
อ้อ...รู้แล้ว คงจะวางแผนไล่ต้อนเขา เมื่อเรียกร้องเอาคืนไปจนพอใจแล้วก็คิดจะเลิกล้มกลางคันกันหน้าด้านๆ!
แม้จะไม่สามารถอ่านใจผู้ใด ทว่าหยางเว่ยไหลกลับมองออกถึงความคิดนั้น จึงตอบกลับด้วยสีหน้าสงบเยือกเย็น
โดยต้องพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้
“หาใช่ว่าข้าได้กำไรจนพอใจแล้วเลยอยากเลิกรา...ทว่าของเดิมพันของท่านพ่อตา มันไม่มีเหลือแล้วต่างหาก”
ความเป็นจริงซึ่งเปรียบเสมือนฟ้าผ่าลงกลางศีรษะ ทำเยี่ยเต๋อนิ่งอึ้ง ตัวชา รีบกวาดสายตามองรายการสินสอดบนกระดาษ พบว่าทุกอย่างถูกกาขีดฆ่าจนหมดสิ้นแล้วจริงๆ ด้วย!
ทุกอย่างทั้งหมด! ไม่เหลือสักรายการ!!
“ทำอย่างไรดี...จะทำอย่างไรดี...” วาณิชที่พบว่าตนขาดทุนป่นปี้พึมพำเสียงสั่นซ้ำย้ำไปมา ราวกับเป็นคนไร้สติไปเสียแล้ว
ส่วนหยางเว่ยไหลทำเพียงถอนหายใจเหนื่อยหน่าย
“แม้ข้าจะยังอยากเล่นต่อให้ท่านพ่อตาได้แก้มือแต่ก็คงช่วยไม่ได้...เพราะขึ้นชื่อว่าการพนัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเป็นเจ้าของบ่อนอย่างข้า มันจะสนุกได้ก็ต่อเมื่อมีของเดิมพันอะไรก็ได้ที่น่าสนใจ แต่ในเมื่อท่านไม่มี วันนี้ก็พอกันเพียงเท่านี้เถิด”
พูดจบ วรกายองอาจก็ทำทีเป็นลุกขึ้นยืน เตรียมจะผละจากไป จนกระทั่ง...
“ประเดี๋ยวก่อนพ่ะย่ะค่ะ!”
เยี่ยเต๋อแผดเสียงพร้อมกับการตัดสินใจแสนเด็ดขาดทว่าขาดสติ ดุจคนจมน้ำที่พยายามคว้ากิ่งไม้เล็กๆ ซึ่งลอยมาเอาไว้
“โฉนดที่ดินของเคหาหลังนี้ มิทราบน่าสนใจพอเป็นสิ่งเดิมพันหรือไม่”
แม้รู้ว่าอาจต้องย่อยยับอับปางก็ตาม…
แต่คนที่คิดว่าตนกำลังจะจมน้ำตายอยู่แล้ว ย่อมเสี่ยงไขว่คว้าทุกโอกาสน้อยใหญ่ซึ่งจะได้รอดชีวิตเอาไว้
แน่นอนว่าหยางเว่ยไหลที่ลุกขึ้นไปได้แค่ครึ่งตัวก็แสร้งชะงักเล็กน้อย ขณะที่รอยยิ้มสายหนึ่งได้พาดผ่านไปถึงดวงตา เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามความตั้งใจ
จึงค่อยๆ ทอดกายกลับลงมานั่งบนเก้าอี้ตัวหรูหราตามเดิม ด้วยท่วงท่าสง่างามตามเดิม
“อืม...แม้ที่ดินที่นี่จะมิได้กว้างขวางเลย แต่ข้าก็จะถือว่าพอรับได้ เพราะเห็นแก่ท่านพ่อตาแล้วกัน”
ความจริงที่เขาทำเช่นนี้ใช่ว่าแค่ต้องการกลั่นแกล้งเสียทีเดียว เพียงอยากทดสอบว่าที่แท้คนตรงหน้าจะเลือกทางใด
ระหว่าง...หักห้ามใจ ใช้หัวยั้งคิด ว่าแม้จะสูญเสียสินสอดที่ความจริงก็มิใช่ของตนเอง ยังไม่คู่ควรจะยืดอกรับเอาไว้ไปทั้งหมดนี้ แต่ก็ยังมีสมบัติส่วนตัว มีอาชีพ มีความสามารถไว้ทำมาหากินต่อไป
ที่จริงมันก็แค่กลับไปเป็นแบบเดิมก่อนเขาจะมอบสินสอดให้เท่านั้นเอง
แต่หากเป็นคนโลภโมโทสัน ก็จะเลือกไม่ต่างไปจากพวกผีพนันในบ่อนของเขา ทุ่มเททุกสิ่ง...ยอมกระทั่งเอาสมบัติเก่าแก่ หรือลูกเมียมาเป็นเดิมพัน
จนสุดท้ายแล้ว คนพวกนี้ก็จะไม่เหลือสิ่งใดติดตัวเลยสักอย่างเดียว
“เช่นนั้นเรามาเริ่มกันต่อเลยดีหรือไม่”
เริ่มเดินไปสู่เส้นทางแห่งความวินาศอย่างแท้จริง…
และเยี่ยเต๋อซึ่งแทบไม่หลงเหลือความยั้งคิด ยิ่งมิอาจรู้ชะตากรรมตน ก็ตอบรับกระตือรือร้น
“เป็นพระกรุณาพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมอดใจรอแทบไม่ไหวแล้ว”
***
เอาให้หมดตัว
E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ