LNCrawler

ลูกอกตัญญู

ชาตินี้ยกสามีให้บัวขาว ข้าจึงถึงคราวสุขสบาย [E-Bookเล่มเดียวจบ] — novel.dek d.com · All chapters

ลูกอกตัญญู

     เรือนของมารดาเงียบกว่าที่เยี่ยวั่งซีจำได้ ม้วนผ้าม่านถูกปิดไว้ครึ่งหนึ่ง แดดยามสายที่สาดเข้ามาจึงให้ความรู้สึกดูอ่อนล้า 

     เหมือนกับคนที่นอนอยู่บนเตียงตรงหน้า

     “ท่านเป็นอะไรมากหรือไม่” เยี่ยวั่งซีถามพลางก้าวเข้าไปใกล้

     แม้ทีแรกคิดว่าแสร้งป่วย แต่พอมาเห็นกลับดูสมจริงกว่าที่คาด 

     หมายความว่าอาจไม่สบายเล็กน้อย...ที่กายหรือไม่ก็จิตใจจริงๆ หรือ

     “ก็...ยังพอสามารถประคับประคองตัว” นางเยี่ยกู้ซื่อตอบเสียงแหบเบา ก่อนลุกขึ้นนั่ง

     “ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกกันสักหน่อยดีหรือไม่ ในนี้อึดอัดอุดอู้ยิ่ง” 

     หญิงสาวเสนอ ซึ่งมารดาก็เห็นด้วย เพราะเอาแต่ขลุกอยู่ในนี้ทั้งวันให้สมบทบาทคนป่วยชักเริ่มทนมิไหว

     และเพราะยังต้องพยายามทำให้แนบเนียน นางเยี่ยกู้ซื่อจึงค่อยๆ เยื้องย่างเชื่องช้า 

     เยี่ยวั่งซีเองก็เช่นกัน เพราะอาภรณ์หรูหราและเครื่องหัวของนางมีน้ำหนักทัดเทียมฐานะที่ต้องแบกเอาไว้

     และด้วยความไม่รีบเร่งนั้น ทำให้หญิงสาวสังเกตชัดเจนว่าทางมารดากำลังมองสำรวจนาง

     สายตาของภริยาพ่อค้ามักเคยชินกับการตรวจตราประเมินสิ่งของต่างๆ อย่างว่องไวอยู่เสมอ ตั้งแต่รองเท้ายันลวดลายบนอาภรณ์ รายละเอียดเล็กๆ ของการปัก กระทั่งเครื่องประดับชิ้นน้อยใหญ่ 

     แต่สิ่งที่ทำให้ดวงตาของนางเยี่ยกู้ซื่อต้องเบิกกว้างระริกไหว และต้องจ้องนิ่งแช่ค้าง ก็คือเฟิ่งกวานบนศีรษะบุตรี

     หงส์เก้าตัวคาบไข่มุกเรียงราย ส่องประกายวิบวับจับกับแสงอาทิตย์ ตัวกลางคาบทับทิมเม็ดใหญ่สีเลือดนกที่ดูเหมือนมีไฟลุกอยู่ภายใน สายไข่มุกห้อยข้างหูแกว่งไกวตามจังหวะการก้าวย่าง

     เพราะแม้วาณิชเยี่ยเต๋อจะเป็นพ่อค้ามณี แต่ก็เพียงเชี่ยวชาญศาสตร์การขาย อย่างพูดคุย หาเส้นสาย เก็งกำไร ผู้ที่มีสายตาเฉียบแหลมในการประเมินและแยกอัญมณีมากกว่ากลับคือภรรยา 

     เยี่ยวั่งซีจำได้ว่ามารดาเคยเล่าให้ฟัง...เรื่องที่ตัวท่านเป็นบุตรีของผู้มีอันจะกิน จึงเห็นของมีค่ามามากมาย ชอบอัญมณีมาแต่ไหนแต่ไร ดูจากนิสัยที่ต้องมีสาวใช้ส่วนตนราวกับเป็นชนชั้นสูง ยังหาว่าจ้างเด็กชาวบ้านมาเป็นสาวใช้ตัวน้อยให้เยี่ยซินหยี นางจึงเชื่อว่าเรื่องอดีตของท่านนั้นคือความจริง

     และเพราะเหตุนั้นท่านแม่ย่อมมองออกว่าเฟิ่งกวานบนศีรษะนางซึ่งทั้งดูสูงศักดิ์และงดงามยิ่งกว่าเครื่องหัวอื่นใดก็ตามที่เคยเห็น จะต้องเป็นของที่มิอาจประเมินมูลค่าได้เป็นแน่

     “ช่าง...งดงามนัก” นางเยี่ยกู้ซื่อเอ่ยในที่สุด ขณะกำลังนั่งในศาลายังที่ฝั่งตรงข้ามเยี่ยวั่งซี 

     บัดนี้ดวงตาก็ยังไม่ละจากการมองสูงกว่าใบหน้านาง

     “หรือมันจะคือ...เฟิ่งกวานของอดีตไทเฮาที่ประทานให้โอรส” อดีตไทเฮาที่ว่าย่อมหมายถึงมารดาของอดีตจักรพรรดิ พี่ชายในสายโลหิตของฉินอ๋อง 

     มีเรื่องเล่าที่ใครต่างก็ทราบดี อดีตไทเฮามีโอรสอยู่สอง จึงมอบเฟิ่งกวานของตนให้ลูกคนโต และสั่งทำอีกชิ้นให้ฉินอ๋องผู้เป็นลูกคนเล็ก 

     เพื่อให้ทั้งสองมอบแก่ภรรยา เพื่อให้ภรรยามอบแก่บุตรชาย เพื่อให้เขาได้มีไว้ใช้มอบแก่ภรรยาตนเองสืบต่อไป

     มันหาใช่ของซึ่งทำขึ้นเพียงเพื่อแสดงถึงความสูงศักดิ์ แต่ทรงอยากให้มันกลายเป็นของขวัญแสนพิเศษ เป็นคำอวยพร เป็นการต้อนรับลูกสะใภ้หลานสะใภ้อย่างอบอุ่นจากพระองค์

     แม้ในยามนั้นจะทรงจากไปไกลแสนไกลแล้ว

     “ถูกต้องเจ้าค่ะ” 

     เยี่ยวั่งซีตอบเรียบๆ เนื่องจากตอนไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทนางสวมกวานที่ทรงมอบให้ จึงเพิ่งทราบความพิเศษอย่างมากของกวานชิ้นนี้ที่ได้สวมใส่เป็นครั้งแรกจากหัวหน้าสาวใช้ผู้มาช่วยแต่งกายเมื่อเช้า

     ยามมันถูกประดับลงบนศีรษะ จึงรู้สึกหนักอึ้งเป็นพิเศษ

     ก่อนมารดานางจะทอดถอนใจยาว แต่...ทั้งที่คาดว่าถ้อยคำต่อไปน่าจะเหน็บแนมราวๆ ว่านางช่างไม่คู่ควรเอาเสียเลย มันกลับมิใช่

     “งั้นหรือ...บางทีนี่คงเป็นชะตาที่ลิขิตไว้จริงๆ กระมัง...”

     มิใช่เพียงน้ำเสียงอ่อนปลง หากสีหน้าสงบซึ่งแสดงออกว่ายอมรับ หรือจำยอมแล้วจริงๆ ของมารดา ก็ทำนางอดสงสัยมิได้

     หรือนี่จะป่วยจริงๆ ไม่ได้เสแสร้ง? 

     ทว่าก็เพียงมองหน้านางยามกล่าวอยู่ชั่วแล่น ดวงตาซึ่งล้อมกรอบด้วยริ้วรอยแห่งวัยจางๆ ก็กลอกขึ้น และค้างไว้ เอาแต่จับจ้องเฟิ่งกวานที่นางสวมใส่

     ดูท่าจะติดใจอย่างยิ่งจริงแท้

     คิดไม่ผิดเลยที่ตั้งใจมาโอ้อวด

     “เจ้ามัน...อกตัญญูเสียเหลือเกิน”

     นอกจากกัดฟันกล่าว สองตาซึ่งยังคงไม่ละจากบนศีรษะนางก็เริ่มแข็งกร้าว สั่นระริก 

     ไม่ทันไรก็กลับมามีท่าทางอย่างปกติเสียแล้ว...

     คิดพลางเยี่ยวั่งซีก็แย้มยิ้มตอบ 

     “ถ้าทราบว่าอกตัญญูแล้วจะได้ดิบได้ดีถึงเพียงนี้ ข้าคงทำไปเสียตั้งนานแล้ว” 

     ทำตั้งแต่ชาติปางก่อน...ไม่รอให้ตายก่อนแล้วค่อยตื่นรู้

     “นี่เจ้า! แค่กๆ!!” มารดาเริ่มไอโขลกออกมา ไม่ทราบว่าเพราะอาการไม่สบายจริงๆ หรือสำลักน้ำลายตนเองกันแน่

     “ข้าจะช่วยเรียกสาวใช้มาให้” นางกล่าวไร้อารมณ์พลางลุกขึ้นยืน ไม่ช่วยรินน้ำ หรือกระทั่งส่งผ้าเช็ดหน้าให้อย่างที่ควร

     ยินดีเป็นคนอกตัญญู แต่จะไม่ขอเป็นผู้โง่งมทนทำดีทั้งที่รู้ว่าไร้ค่า

 

***

อย่าเพิ่งรีบสำลักสิแม่ นี่แค่เริ่มต้นเอง

E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ

Meb : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTQwMjk4NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ3MjA2NyI7fQ

Dek-D https://novel.dek-d.com/ebook/49751/