LNCrawler

น้องสาวสุดรัก

ชาตินี้ยกสามีให้บัวขาว ข้าจึงถึงคราวสุขสบาย [E-Bookเล่มเดียวจบ] — novel.dek d.com · All chapters

น้องสาวสุดรัก

     “ชูคอไปเถิด...เป็นเช่นนี้ให้ได้แม้ในวันที่เจ้าจะต้องนึกเสียใจภายหน้าด้วยก็แล้วกัน”

     “ข้าหวังว่าท่านจะถนอมตัวจนยังอยู่รอดูวันนั้นของข้าไหว”

     ระหว่างที่ทั้งสองต่างกำลังกดดันอีกฝ่ายจนบรรยากาศชักเลวร้ายลงทุกที เยี่ยซินหยีก็มาถึง

     ร่างในชุดสีชมพูอ่อน หน้าตาฉาบความไม่พอใจไว้เข้มข้น ทั้งที่ควรทนปิดบังเพราะยังอยู่ต่อหน้ามารดา ทว่ายามนี้มิอาจฝืนทำเสแสร้ง

     เพราะยิ่งเดินเข้ามาใกล้...ก็ยิ่งมองเห็นเฟิ่งกวานบนศีรษะเยี่ยวั่งซีได้ถนัดถนี่

     โดยเฉพาะตอนนี้ที่ยืนอยู่ข้างกาย 

     ความระยิบระยับของมันถึงกับทิ่มแทงแยงเข้ามาในตา ได้ยินกระทั่งเสียงของเม็ดไข่มุกบนสายกระทบกัน ช่างแสนไพเราะเสนาะหู 

     ขณะเดียวกันก็ช่างแสลงหูเหลือทน!

     ในดวงตานางเกิดประกายวูบวาบ ดุจเปลวไฟที่สาดแสงแห่งความริษยาออกมาอย่างชัดแจ้ง

     “ท่านพี่...ท่านแม่ไม่สบายเช่นนี้แทนที่ท่านจะมาเยี่ยม แล้วพูดจาดีๆ ช่วยปลอบโยน แต่กลับมาทำวางอำนาจ โอ้อวดสมบัติเช่นนี้หรือเจ้าคะ”

     มุมปากของเยี่ยวั่งซียกแย้มขึ้นเพราะกำลังคิดสงสัย เยี่ยซินหยีจะรู้ตนหรือไม่นะ...ว่าใบหน้าบิดเบี้ยวของนางช่างค้านกับน้ำเสียงซึ่งพยายามเอ่ยให้แว่วหวานจนน่าขัน

     ด่าสาดกราดออกมาอาจยังพอจะดูดีเสียกว่าเลยกระมัง

     “ข้าจำเป็นต้องเปลืองแรงทำอะไรเช่นนั้นด้วยหรือ เพราะขนาดข้าแค่อยู่เงียบๆ เฉยๆ น้องรักซึ่งเพิ่งมาถึงก็ยังรีบปรี่เข้ามาเหน็บแนม”

     “นะ...เหน็บแนม? ข้าเคยทำเช่นนั้นด้วยหรือเจ้าคะท่านพี่จึงกล้ากล่าวหากันเช่นนี้”

     เยี่ยซินหยีใช้ท่าทางการวางตัวอย่างที่ถนัด สองไหล่บอบบางของนางห่อเข้าหากัน ทำสั่นเทาให้ดูน่าสงสาร

     และที่กล้าปดออกมาหน้าด้านๆ เช่นนั้น เพราะรู้ดีว่าต่อให้พี่สาวพูดความจริงออกไป คนในบ้านนี้ก็ไม่มีใครเชื่อ

     ทว่าเยี่ยวั่งซีในตอนนี้สนใจหัวคิดคนที่นี่เสียเมื่อไหร่

     “หากเจ้าไม่คิดและไม่ทำตามที่ว่าก็ดีแล้ว เพราะความเป็นอยู่ของข้ายามนี้มันสุขสบายพรั่งพร้อมไปหมดเสียทุกสิ่ง ถ้าเจ้าไม่ควบคุมความคิดไว้ให้ดีจนเกิดอาการริษยาขึ้นมา มันจะสำลักอึดอัดตายเอาได้”

     ก่อนเยี่ยซินหยีซึ่งหน้าบึ้งตึงงอง้ำลงทุกทีจะผรุสวาทฟาดฟัน มารดาที่เงียบงันฟังมาแต่แรกก็เอ่ยขัด 

     “พวกเจ้าเลิกต่อล้อต่อเถียงกันเสียที”

     แม้จะเอ่ยว่า ‘พวกเจ้า’ หากสายตาห้ามปรามระคนตำหนิ ก็ยังคงสาดมาที่ลูกสาวคนโตอย่างที่คุ้นชิน

     ก่อนหันไปถามลูกอีกคนซึ่งตนจำมิได้ว่าเชิญมา

     “ซินเอ๋อร์ เจ้ามาทำสิ่งใด”

     จะว่ามาเยี่ยมก็คงไม่น่าใช่ เด็กคนนี้เคยสนใจเรื่องของบิดามารดาเสียที่ไหน

     มัวเอาแต่ใจซุกซนไปวันๆ ตามประสา

     “ก็ท่านพี่ส่งคนไปตามข้า บอกให้มาเยี่ยมท่านแม่”

     “เจ้าทำเช่นนั้นงั้นรึ” นางเยี่ยกู้ซื่อหันไปถามเยี่ยวั่งซี

     “เจ้าค่ะ”

     แน่นอนว่านางหาได้ทำไปด้วยอยากเป็นลูกกตัญญูไร้สาระ แต่เพราะมีความตั้งใจ...จะจัดการสะสางเรื่องเยี่ยซินหยีวันนี้ และกำลังรอแค่เวลาที่เหมาะสม

     ไม่ทันไร น้องสาวผู้น่าเอ็นดูก็เริ่มเป็นฝ่ายพาตนเองเข้าไปให้ใกล้ความตั้งใจของนางให้มากขึ้นอีกตามที่หวัง

     “ท่านพี่คงคิดว่าตนเองได้ดีอย่างมากจนทุกคนต้องริษยาท่านกันหมดสินะเจ้าคะ แต่...ข้าเพียงพูดด้วยความห่วงใย ว่าจริงๆ แล้วทั้งเฟิ่งกวาน สมบัติ ฐานะหวางเฟย แน่ใจได้ว่ามันจะอยู่กับท่านตลอดไปหรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ไม่คู่ควรเลยอย่างท่าน อ๊ะ...ข้ามิได้หมายถึงตัวตนของท่านหรอกนะเจ้าคะ เพียงหมายถึงฐานะ ชาติกำเนิดที่เกิดมาต้อยต่ำ ไม่เอาแล้วดีกว่า...เหตุใดยิ่งเอ่ยยิ่งฟังไม่ดีกับท่านเอาเสียเลย ข้าไม่กล้าแล้วเจ้าค่ะ” 

     เยี่ยซินหยีทำเสียงสร้อยเศร้าสั่นเครือ เบือนหน้าไปอีกทางราวรู้สึกผิดเต็มประดา

     “พูดมาขนาดนั้นแล้วเหตุใดยังบอกว่าไม่กล้าอีกเล่าน้องพี่...” เมื่อเห็นเยี่ยวั่งซียังยิ้มบางออกมาได้ ปากของเยี่ยซินหยีกก็กระตุก

     และเอ่ยไม่ทันพี่สาว

     “สิ่งที่เจ้าพูดมาไม่จำเป็นเลยเพราะข้าก็รู้ดีอยู่แล้ว ว่าด้วยฐานะสามัญชนอย่างพวกเราแม้กับตระกูลเฉวียนก็ยังไม่คู่ควร ส่วนทุกสิ่งที่ข้ามียามนี้ หากในกาลข้างหน้าจะต้องสูญเสียทั้งหมดไป แต่อย่างไรก็ยังได้ชื่อว่าครั้งหนึ่งเคยครอบครอง ทั้งการถูกเลือกจากตระกูลเฉวียนให้เป็นว่าที่คู่หมั้น ทั้งตำแหน่งฉินหวางเฟยนี้ กับบุตรีสามัญชนที่แสนต่ำต้อยอย่างพวกเรา จะหาใครเล่าวาสนาเทียบเท่าข้าได้อีก เท่านี้ก็นับเป็นเกียรติต่อชีวิตข้ายิ่งแล้ว”

    เยี่ยซินหยีก้มหน้าลง ซ่อนสีหน้าบิดเบี้ยว หากก้าวเข้าไปใกล้เยี่ยวั่งซีมากขึ้น

    เอ่ยสุ้มเสียงลอดไรฟัน

    “ท่านพี่คงลืมไปกระมังเจ้าคะ...ว่าข้ายังมิได้แต่งงาน เหตุใดจึงด่วนตัดสินเสียแล้ว”

    “ข้าไปด่วนตัดสินเรื่องใด?” 

    เยี่ยวั่งซีทำเป็นนึกออก 

    “อ้อ...หมายถึงเรื่องวาสนาของเจ้าน่ะหรือ อะไรกันซินเอ๋อร์จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร ก็ในเมื่อเจ้าเพิ่งเตือนพี่สาวผู้นี้ด้วยความหวังดีอยู่หยกๆ เรื่องความต่ำต้อย...ความไม่คู่ควร หากเจ้าเกิดคิดการอาจเอื้อมไม่ประมาณตนขึ้นมาเสียเอง เจ้าก็ไม่ต่างจากอีกาซึ่งหัวเราะเยาะหมูที่ตัวดำ[1] แหม...คนที่ทั้งอ่อนหวาน เจียมเนื้อเจียมตัว และฉลาดอย่างเจ้า จะทำตนโง่เง่าพรรค์นั้นได้อย่างไร”


***

E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ

Meb : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTQwMjk4NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ3MjA2NyI7fQ

Dek-D https://novel.dek-d.com/ebook/49751/


[1]乌鸦笑猪黑 แปลตรงตัว อีกาหัวเราะเยาะหมูตัวดำ ความหมายคล้ายๆ ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง