รับมือง่าย
รับมือง่าย
ยิ้มที่ฉีกแย้มของเยี่ยซินหยีเริ่มบิดเบี้ยวขึ้นทุกที มือซึ่งลอบกำไว้ใต้ชายเสื้อของนางก็สั่นเทา ถึงอย่างนั้นยังตอบโต้
“ท่านพี่เข้าใจถูกต้องแล้วเจ้าคะ ตัวข้าซึ่งไม่เคยนึกริษยาท่านเลยแม้แต่น้อย ย่อมไม่มีทางคิดเช่นนั้นไปได้”
เยี่ยวั่งซีทำเป็นนึกออกอีกครา ทว่าท่าทางนั้นกลับสร้างความหงุดหงิดแก่เยี่ยซินหยีจนยิ่งต้องพยายามระงับอารมณ์
“ไม่ได้การแล้ว...ที่ข้าเอ่ยคล้ายกล่าวหาเจ้าว่าริษยา คงต้องรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรมเสียหน่อย”
นางยิ้มกว้างขึ้นอีก เอ่ยสิ่งที่ตั้งใจไว้เต็มน้ำเสียง
“เจ้าเองก็ถึงวัยที่ควรต้องออกเรือน ข้าจึงจะจัดการเรื่องวิวาห์ให้เจ้าเอง และข้ารู้ว่าเจ้ากังวลเรื่องความเหมาะสมคู่ควรกันอย่างมาก ดังนั้นไม่ต้องห่วงไป รับรองว่าบุรุษผู้นั้นจะทัดเทียมกันดีกับเจ้าทุกประการ จนไม่มีใครบังอาจมากล้าต่อว่า หรือต้องคอยเป็นห่วงเรื่องที่เจ้าฐานะต้อยต่ำกว่าแน่นอน”
“เจ้า! อย่ามาแส่ไม่เข้---”
“พอได้แล้ว!!” ถ้อยคำซึ่งมิอาจสะกดกลั้นของเยี่ยซินหยีก็ถูกน้ำเสียงกราดเกรี้ยวของมารดากลบทับ
สายตาโกรธเคืองของนางเยี่ยกู้ซื่อยังสาดมาทิ่มแทงยังเยี่ยวั่งซีโดยตรง
หากคราวนี้ดวงตาคู่นั้น ได้ตวัดมองไปทางลูกสาวคนเล็กด้วยอารมณ์อย่างเดียวกันด้วย
“ข้าก็บอกไปแล้วว่าให้เลิกต่อล้อต่อเถียง แต่เจ้ากลับเป็นฝ่ายเริ่มมันขึ้นมาอีกครา”
“ท่านแม่!!” เยี่ยซินหยีเผลอแผดเสียง ไม่อยากจะเชื่อว่ามารดาจะเข้าข้างนางวั่งซี
นี่เป็นครั้งแรกนางจึงตกใจ แต่แล้วก็รีบกลับไปทำท่าทางน่าสงสารบอบบางอย่างเดิม
“ข้า...ข้ามิได้เริ่มต่อล้อต่อเถียงเลยนะเจ้าคะ ข้าเพียง...เป็นห่วงท่านพี่เท่านั้นเอง”
“นางเป็นถึงหวางเฟยยังจะมีสิ่งใดให้ต้องเป็นห่วงกัน”
นางเยี่ยกู้ซื่อพยายามเตือนให้ลูกสาวคนเล็กได้ตระหนักถึงสถานะของเยี่ยวั่งซียามนี้
“พวกเราต่างหากต่างต้องเป็นห่วงกันเอง และต่างคนต่างต้องห่วงเรื่องของตนเอง”
ดวงตาของเยี่ยซินหยีถึงกับผ่าวร้อน แน่นอนว่าเสียใจที่ถูกมารดาตำหนิ แต่ส่วนหลักย่อมเพราะเจ็บใจ
เพราะนางเยี่ยวั่งซีได้กลายเป็นพระชายา สถานการณ์ของนางจึงต้องกลายมาเป็นเช่นนี้!
แถมหากมันคิดสอดมือเข้ามายุ่งเรื่องวิวาห์ของนางด้วยจริงๆ จากสถานะของมันกับสวามี บิดามารดานางย่อมไม่อาจท้วงติงสิ่งใด
นางชั่วช้านี่! คงตั้งใจทำเช่นนี้มาแต่แรก!!
เยี่ยวั่งซีมองตอบดวงตาซึ่งฉาบแววเอาเรื่องอย่างปิดบังไว้ไม่อยู่อีกแล้วของเยี่ยซินหยี เห็นถึงความในใจทะลุปรุโปร่ง
และดูจากวิถีการมองสูงๆ ต่ำๆ เพราะสลับจ้องเฟิ่งกวานทีชุดสีเข้มสวยของนางที กับมือสองข้างซึ่งกำแน่นขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า...นอกจากเยี่ยซินหยีจะโกรธจนแทบบ้า ยังต้องกำลังคิดหาทางเล่นงานนางอยู่เป็นแน่
พร้อมกับที่นางคิดอยู่นั้น ริมฝีปากซึ่งเคยเม้มแน่นของเยี่ยซินหยีก็ค่อยคลายคลี่แย้ม
ก่อนร่างเล็กกว่าจะพุ่งตรงเข้ามา!
บัดนั้นเยี่ยซินหยีเต็มด้วยความตั้งใจจะทำให้กวานอันล้ำค่าและชุดราคาแพงของพี่สาวผู้น่าชังเปรอะเปื้อนเสียหาย
พระชายาที่มิอาจรักษาของสำคัญเอาไว้ อย่างไรก็ต้องถูกลงทัณฑ์!
ส่วนเยี่ยวั่งซีรู้อยู่แล้ว จึงตั้งท่าร่างรอตอบโต้อย่างใจเย็น ยังเดาได้ถึงขนาดว่าทางนั้นคงคิดผลัก ตบ ทุบตีให้นางล้มลุกคลุกคลานแล้วอ้างว่าอุบัติเหตุเป็นแน่
ที่มองขาดกระจ่างชัด หาใช่เพราะเจอมามากในชีวิตก่อนเพียงอย่างเดียว แต่เพราะยามเยี่ยซินหยีโกรธเกรี้ยว มิได้ดั่งใจจนสิ่งที่สะกดกลั้นไว้ปะทุออกมา นางก็มักแสดงออกโดยปล่อยสัญชาตญาณดิบชักนำราวสัตว์ป่า มีแค่เรี่ยวแรง ปิดการใช้หัวคิด
รับมือง่ายกว่าพวกลุ่มลึกมากนัก
ทว่า...นางไม่ทันจะจับแขนเยี่ยซินหยีแล้วเหวี่ยงออกไปให้ล้มคะมำอย่างใจคิด เงาร่างหนึ่งก็ปราดออกมา ปัดมือเยี่ยซินหยีที่กำลังบ้าคลั่ง ยังเตะตัดขาจนนางล้มลง
“พระชายาไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่เจ้าคะ” องครักษ์หญิงแกร่งมากฝีมือรีบถามเจ้านายสาวทันที
“ไม่เลย เป็นเพราะเจ้าแท้ๆ” เยี่ยวั่งซียกความดีให้องครักษ์สาวซึ่งทำหน้าที่ได้รวดเร็วว่องไว
ส่วนเยี่ยซินหยีก็ปะติดปะต่อได้ทันทีว่าคนผู้นี้เป็นใคร สติที่เตลิดไปชั่วขณะเพราะโกรธจัดก็ถูกดึงกลับมา รีบตีหน้าเศร้าเคล้าน้ำตาอย่างรวดเร็ว
“ข้ากับท่านพี่เพียงจะเล่นสนุกกันอย่างที่มักทำบ่อยๆ เท่านั้น เหตุใดท่านองครักษ์จึงต้องรุนแรงด้วย”
นางซึ่งตัวเปื้อนไปแล้วเลือกจะยังคงทรุดนั่งอยู่เช่นนั้น ช้อนดวงตาฉาบด้วยหยาดน้ำแวววาวมองคนทั้งสองที่ยืนอยู่
***
E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ