ชะตาของเยี่ยซินหยี
ชะตาของเยี่ยซินหยี
“แต่ข้าไม่ถือสาหรอกเจ้าค่ะ แต่ไหนแต่ไรมาข้ายอมให้ท่านพี่ได้หมดทุกอย่างอยู่แล้ว”
“แต่ข้าถือสา” เยี่ยวั่งซีกล่าวสีหน้าขึงขัง “เจ้าไม่ควรว่าร้ายองครักษ์ของท่านอ๋องเช่นนี้ทั้งที่นางเพียงทำตามหน้าที่”
นางกล่าวเด็ดขาด ต้องการปกป้ององครักษ์สาวอย่างเต็มที่
แม้ดูแล้วคงไม่จำเป็น เพราะอย่างเยี่ยซินหยีทำอะไรคนของท่านอ๋องมิได้แน่นอน
ก่อนองครักษ์สาวผู้นั้นจะเอ่ยด้วยสีหน้าขรึมเข้ม พลางย้ายตนมายืนกำบังอยู่ด้านหน้าเยี่ยวั่งซี
“ข้าก็ถือสาเจ้าค่ะ...อย่างมากเสียด้วย เพราะตั้งแต่ตัวท่านมาถึง ก็ใช้วาจาจาบจ้วงพระชายาครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วท่าทางก็ช่างต่างกับยามนี้เสียเหลือเกิน”
เป็นคำกล่าวอ้างตามความรู้สึกขององครักษ์ผู้เฝ้าปกปักพิทักษ์อยู่ไม่ไกล นางจะออกมาตั้งแต่ตอนสตรีผู้นี้พูดจาไม่เคารพพระชายาคราวแรกแล้ว ทว่าเจ้านายสาวกลับทำมือให้สัญญาณว่ารอก่อน
จึงต้องอดทนมาจนถึงเมื่อครู่
ส่วนเยี่ยซินหยีได้ฟังคำนั้นถึงกับประหม่าหนัก ด้วยไม่ทราบว่าจะมีใครยืนเฝ้าสังเกตอยู่ สายตาจึงปรายมองไปทางมารดา ตัดสินใจหาคนช่วย
“ฮือ...ท่านแม่ ข้าก็แค่เล่นกับท่านพี่อย่างทุกทีเท่านั้นนี่เจ้าคะ ท่านช่วยอธิบายให้องครักษ์ผู้นี้เข้าใจที”
ทว่า...มารดากลับหาได้ตอบรับตามคาด
“พอได้แล้วซินเอ๋อร์ ขออภัยพระชายาและท่านองครักษ์เสีย”
เยี่ยซินหยีถึงกับไปไม่ถูก ได้แต่อ้าปากค้างไว้เช่นนั้น
องครักษ์สาวจึงได้ช่องตักเตือนอีก
“เช่นที่มารดาของท่านว่า และเช่นเดียวกับที่นางเรียกขานพระชายาอย่างยกย่อง ท่านควรรับฟังและเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แต่อย่างไรก็ตามเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ข้าจะรายงานให้ท่านอ๋องทราบทั้งหมดตามหน้าที่”
แทบในทันทีหลังจากนั้น เสียงของผู้ถูกอ้างถึงก็ดังมาก่อนตัว
“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกัน”
เพียงชั่วพริบตาต่อมาหยางเว่ยไหลก็มาถึงพร้อมบิดาของหญิงสาวทั้งสอง
เพราะตอนที่การกระทบกระทั่งกันเกิดขึ้น สาวใช้ของเยี่ยซินหยีก็รีบไปรายงานนายท่านอย่างที่มักกระทำเสมอมาทันที
และเมื่อเห็นบิดา เยี่ยซินหยีก็เหมือนเห็นทางรอดใหม่ ทำเป็นคลานไปเกาะขาของท่าน
ทว่า...ก่อนจะได้ใส่ความเยี่ยวั่งซีอย่างที่มักกระทำ ดวงตาซึ่งกำลังพยายามเรียกหยาดน้ำให้มาคลอหน่วย ก็เหลือบมองเจ้าของนัยน์เนตรคมกริบ ที่ราวกับสามารถกรีดแทง จนทะลุลงมาถึงก้นบึ้งของใจนาง
จากที่คิดป้ายสีพี่สาว จึงแค่เพียงเอ่ยเสียงสั่น พยายามทำให้ตนเองดูน่าสงสาร
“ท่านพ่อ ฮือ...ข้าเจ็บเหลือเกินเจ้าค่ะ”
ส่วนเยี่ยวั่งซีกำลังรอคอยเวลาซึ่งทุกคนจะมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา จึงแย้มยิ้มแล้วแสร้งเอ่ยด้วยสุ้มเสียงเคลือบความยินดีระคนเอ็นดู
“แหม...ซินเอ๋อร์คงตกใจมากจนถึงกับแข้งขาอ่อนแรง เพราะทราบข่าวดีว่าพี่สาวผู้นี้จะช่วยจัดการเรื่องวิวาห์ให้”
“อะไรกัน วิวาห์?” เยี่ยเต๋อมองบุตรสาวคนโตที มองบุตรีผู้เป็นดุจดวงใจซึ่งยังคงกอดตนอยู่ที ใบหน้าของเขาดูงุนงงจนโง่งม
เยี่ยวั่งซีจึงช่วยให้ความกระจ่าง
“เจ้าค่ะ ก็ตัวข้าในฐานะพี่สาวได้มีคู่ครองที่ดีแล้ว จึงอยากช่วยจัดการเรื่องสำคัญยิ่งนี้แก่ซินเอ๋อร์ด้วย แล้วก็...อย่างที่ท่านพ่อท่านแม่ก็ทราบดี ว่าซินเอ๋อร์ผูกใจในตัวอดีตว่าที่คู่หมายของข้า อ่า...ข้าหมายถึงใต้เท้าเฉวียนอย่างลึกล้ำ ข้าจึงอยากช่วยส่งเสริมให้น้องได้สมหวัง”
ขณะเยี่ยซินหยีแหงนมองบิดาพลางส่ายศีรษะ พ่อของนางก็กำลังทำหน้าเคร่งเครียด
เพราะกับตระกูลเฉวียน...ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เกี่ยวดองกันเป็นทางการตอนวั่งซี ก็มักพูดจากดข่ม ดูถูก พิธีรีตองมากมาย ทั้งที่ตนเองก็เป็นเพียงตระกูลสายรองของฮองเฮา...เป็นแค่ญาติห่างๆ แท้ๆ
แต่ที่ยอมอดทนด้วยเห็นแก่ผลประโยชน์ ด้วยเห็นว่าผู้ที่ต้องเข้าไปรับความยุ่งยากทุกข์เข็ญเป็นวั่งซี หาใช่ซินเอ๋อร์ลูกรักของเขา
หลังเกิดเรื่องสะบั้นพันธะ แม้จะเพราะคนบ้าอย่างฉินอ๋องก็ตาม ทว่าสองตระกูลก็มองหน้ากันไม่ติดไปโดยปริยาย
แล้วจะให้ส่งลูกสาวผู้เป็นเสมือนไข่มุกเสมือนหยกของเขา เข้าไปเกี่ยวดองกับพวกมันในสถานการณ์นี้น่ะหรือ!
อยากจะตะโกนใส่หน้านางเด็กโง่ไร้หัวคิดที่กล้าพูดเรื่องนี้ออกมาเสียจริง!!
“เอ่อ...ข้าต้องขอขอบพระคุณพระชายาที่ห่วงใยน้องสาวอย่างซินเอ๋อร์ แต่ข้าคงไม่อาจรบกวนท่าน...ขอคิดจัดการเรื่องสำคัญยิ่งนี้แก่บุตรีที่เหลืออยู่ผู้เดียวด้วยตนเอง...”
แต่ก็ได้แค่คิด...ขืนเผลอพูดจาวางตัวจาบจ้วง มีหวังโดนบุรุษซึ่งเขม็งมองมาโดยที่บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มบางดูสยองขวัญ เล่นงานเอาอย่างแน่นอน
แค่เสียพนันให้ไปจนหมดเนื้อหมดตัวก็ว่าแย่แล้ว ยังจะต้องมาเสียลูกสาวสุดรักไปด้วยการส่งนางไปลงนรกทั้งเป็นเช่นนั้นอีกหรือ!
***
สรุปอิพ่อหมดจริงจ้า อิอ๋องกดหมดสต็อก
E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ