ละทิ้งชีวิตเก่า
ละทิ้งชีวิตเก่า
-1-
ละทิ้งชีวิตเก่า
“ท่านแม่เจ้าคะ...ข้าไม่อยากหมั้นกับใต้เท้าเฉวียน”
“เพราะเหตุใด”
มารดาขมวดคิ้ว นึกไม่ออกว่าเหตุใด ‘เยี่ยวั่งซี’ บุตรสาวที่ว่าง่ายตลอดมา อยู่ๆ ก็เดินเข้ามาบอกกล่าวอย่างซื่อตรงจนหุนหันถึงเพียงนี้
จึงลองสันนิษฐาน
“คงมิใช่เรื่องเพ้อเจ้ออย่าง เจ้าหาได้มีความรู้สึกใดต่อใต้เท้าเฉวียน หรือการที่เจ้ามีบุรุษอื่นใดอยู่ในใจ”
“ข้ามิได้มีบุรุษใดในใจ และข้าก็หาได้ไม่รู้สึกอะไรต่อใต้เท้าเฉวียน เพราะข้ารู้สึกไม่ชอบเขา...”
ไม่อยากกล่าวถึงขนาดว่า ไม่ชอบจากส่วนลึกในจิตใจ และเพียงบุรุษรูปงามผู้นี้เข้าใกล้ นางก็ถึงกับขนลุก
ยิ่งไม่อาจกล่าวเล่า...เหล่าเรื่องราวที่นางได้ประสบมาในชีวิตก่อน ว่าหลังวิวาห์กับบุรุษผู้นี้ มีนรกแบบใดรอคอยอยู่
“แล้วก็...อย่างที่ท่านแม่ก็ทราบดี ว่าน้องสาวที่รักของข้าชมชอบใต้เท้าเฉวียนยิ่งนัก ข้าจึงอยากให้นางได้สมใจ”
นางหมายถึง ‘เยี่ยซินหยี’ ลูกสาวคนเล็กผู้เป็นยอดดวงใจตัวจริงของครอบครัว เผื่อจะทำให้มารดายอมโอนอ่อนคล้อยตามได้ง่ายขึ้น
เพราะตลอดมาไม่ว่าเยี่ยซินหยีจะต้องการสิ่งใด แม้เป็นของของนาง บิดามารดาก็พร้อมสานปรารถนา มาพูดจาบีบบังคับ ไม่ก็หว่านล้อมให้นางต้องจำยอมยกให้
แล้วก็ไม่ทราบเป็นอย่างไร...ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ ของของนางมักถูกตาต้องใจเยี่ยซินหยีอยู่เสมอ
โดยเฉพาะกับว่าที่คู่หมายผู้นี้ น้องสาวผู้เป็นที่รักของพ่อแม่ชอบพอเขายิ่งนัก
เพราะในชีวิตที่แล้ว...หลังนางวิวาห์ไปได้ไม่นาน เยี่ยซินหยีก็มาลักลอบเป็นชู้กับสามีนางไม่พอ สุดท้ายก็ตั้งครรภ์และได้เข้ามาอยู่ร่วมจวนสกุลเฉวียนด้วยกันในฐานะภรรยารอง
พี่น้องมีสามีคนเดียวกัน น้องสาวผู้มาที่หลังแต่ดันตั้งครรภ์ก่อน เรื่องนี้กระฉ่อนไปทั่ว น่าอับอายสำหรับนาง ทว่าน่าขันสำหรับชาวบ้านชาวเมือง
หากบิดามารดากลับโกรธเคือง กล่าวโทษว่าเพราะนางมัดใจสามีไว้ได้ไม่ดีพอ...
พ่อแม่สามียิ่งเลวร้าย ไม่เพียงดูถูกเหยียดหยาม ยังให้นางทำงานรับใช้ไม่ต่างจากบ่าวผู้หนึ่ง ส่วนสามีตัวดีไม่เพียงไม่ปกป้อง ยังใช้ข้ออ้างว่าเยี่ยซินหยีตั้งครรภ์ ภรรยาเอกก็มัวประจบประแจงพ่อแม่จนละเลยสามี สบโอกาสออกไปท่องราตรีตามประสาคนเจ้าสำราญ
เมื่อถึงเวลาเยี่ยซินหยีสามารถคลอดบุตรชาย พ่อแม่สามียินดีปรีดา ถึงกับเตรียมจัดฉลองพิธีครบขวบเดือนอย่างยิ่งใหญ่ น้องสาวผู้แสร้งวางตนแสนดีก็จงใจ อ้างกับพ่อแม่สามีว่าพี่สาวเย็บปักได้เก่งกาจอย่างหาตัวจับได้ยาก จึงอยากให้นางมาช่วยเย็บอาภรณ์และผ้าห่อทารกเป็นของขวัญแก่หลาน ยังจะได้ใช้วางแสดงไว้ในกองของขวัญด้วย
พ่อแม่สามีเห็นดีเห็นงาม สั่งนางเย็บผ้าห่อทารกร้อยผืน อาภรณ์ทารกอีกร้อยชุด เพื่อจะได้วางให้ดูเป็นกองสูงตระการตา และจะต้องปักลวดลายมงคลให้งดงามพร้อม
แม้นางจะบอกว่าเป็นไปมิได้ด้วยระยะเวลาอันกระชั้นชิด แต่ก็ไม่มีผู้ใดสนใจ
พ่อแม่สามียังสั่งบ่าวคนอื่นให้คอยผลัดเวรเฝ้าดูนาง ยังจำกัดอาหาร จนหลังๆ ถึงขั้นสั่งงดเพื่อเป็นบทลงโทษที่นางทำได้ล่าช้า
ทั้งเพื่อกระตุ้นให้งานได้เสร็จออกมาไว ทั้งได้กลั่นแกล้งสะใภ้ที่พวกตนแสนชังไปด้วย
ลงท้าย...ในค่ำคืนอันเหน็บหนาว หิวโหย และอ่อนล้าสะสมมานาน นางก็ฟุบหลับไปอย่างสงบเงียบกับกองผ้า และไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย
แต่วิญญาณของนางยังได้เห็นเหตุการณ์ต่อจากนั้น พบว่าพ่อแม่สามีโกรธมากที่นางตายไปทั้งยังทับทบผ้าจำนวนหนึ่งซึ่งต้องใช้ในพิธีการเอาไว้
ส่วนเยี่ยซินหยีแสร้งทำเสียใจเป็นพิธี ทว่าสุดท้ายก็ไปเริงร่าในงานฉลอง รับของขวัญชื่นมื่น ไม่เป็นธุระแจ้งบิดามารดา ไม่เคยมาเหลียวแลศพพี่สาวที่ถูกปล่อยทิ้งไว้
ยังสั่งบ่าวว่าห้ามเฉียดกรายเข้าใกล้เรือนของนาง เกรงกลิ่นศพ บรรยากาศของความตายจะติดกาย แล้วจะมาระคายลูกน้อยของนาง หรือมาสร้างความไม่เป็นสิริมงคล
หากพวกบ่าวไพร่ชราวัยกลับทนเวทนาไม่ไหว ช่วยแจ้งข่าวไปที่ตระกูลเยี่ย ทว่าบิดานางกลับตอบกลับมาอย่างไร้ใจ
‘บุตรสาวที่แต่งออกไปแล้วย่อมเป็นคนสกุลสามี ยกให้ทางนั้นจัดการ ถ้าไม่อยากยุ่งยากจะเอาไปโยนทิ้งกลบฝังอย่างไรก็ตามแต่ใจ’
ลงท้ายเยี่ยซินหยีก็ทำทีโศกเศร้า สงสารพี่สาวมากมาย ทว่านางก็แทบไร้ซึ่งทรัพย์สินส่วนตนด้วยเอาไปปรนเปรอ ซื้อข้าวของแก่ลูกน้อยจนหมดสิ้น จึงขอความเมตตาจากพ่อแม่สามี อย่างน้อยก็ช่วยเอาศพพี่สาวของนางใส่ลงไปในอะไรบางอย่างที่แค่คล้ายโลงก็ยังดี เพื่อที่จะได้เคลื่อนย้ายไปกลบฝัง
นายท่านเฉวียนซึ่งเป็นพ่อสามี จึงสั่งให้บ่าวยัดร่างนางลงในรางหญ้าสำหรับให้อาหารสัตว์ ของซึ่งคล้ายโลงเพียงอย่างเดียวที่เคหาสกุลเฉวียนมี จากนั้นก็ให้ใครก็ได้นำอดีตสะใภ้ใหญ่ผู้นี้แบกไปฝังเป็นศพไร้ญาติ ไม่ต้องประกอบพิธีกรรมใดๆ ให้เสียเวลาเงินตรา
นางจึงตายไปทั้งไม่มีใครเห็นคุณค่า ไม่มีผู้ใดโศกเศร้าโศกาให้ทั้งสิ้น
กระทั่งตัวนางเองก็ยังหาได้เสียใจ เพราะทราบดีอยู่แล้วว่าไม่มีใครรักใคร่ตนเองทั้งนั้น เหมือนที่ตัวนางก็หาได้มีความผูกพันต่อใครเป็นพิเศษแม้บิดามารดา ครอบครัวของตนเอง
นางจึงมีเพียงความเวทนาในชีวิตตนเองอย่างเบาบาง และความยินดีอย่างแรงกล้าที่มันได้จบลงเสียที
แต่...ทั้งที่เป็นเช่นนั้น นางกลับได้ตื่นขึ้นมาอีกครา ตอนก่อนจะต้องรับหมั้นกับสวะตระกูลเฉวียน ในอีกเกือบยี่สิบวันข้างหน้า!
น่าแปลกดี...ทั้งที่เพิ่งคิดไปว่าช่างน่ายินดีที่ชีวิตได้จบลง แต่ตอนทราบว่าได้ฟื้นตื่นขึ้นมาทันก่อนเรื่องเลวร้ายทุกอย่างจะเริ่มต้น ไฟในการอยากใช้ชีวิตใหม่กลับถูกจุดขึ้น และลุกโหม
นางจะไม่มีวันยอมให้เรื่องบัดซบทุกอย่างนั่นเกิดขึ้นอีกแล้ว!!
เพื่อหาทางยกเลิก หยุดยั้งมิให้มีการหมั้น นางจึงได้จัดการสะสางไปหลายอย่าง ซึ่งยามนี้ดูเหมือนจะมิใช่เวลามานึกลงรายละเอียด แต่เอาเป็นว่าใช้เวลาไปหลายวัน กว่าจะถึงขั้นที่ได้มาพูดคุยกับมารดา ณ ปัจจุบัน
นางจึงเอ่ยออกไปอย่างเด็ดเดี่ยว
“ในเมื่อซินเอ๋อร์ของพวกท่านชมชอบใต้เท้าเฉวียนขนาดนั้น ข้าก็พร้อมเสียสละให้นางอย่างทุกที”
“เจ้าถึงกับกล้าประชดประชันเช่นนี้งั้นรึ! พูดออกมาได้อย่างไรว่าตนเองเสียสละ ที่ผ่านมาตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ ข้ามักสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดมาให้เจ้าก่อนเสมอ เป็นซินเอ๋อร์มากกว่าหรือไม่ที่ควรน้อยอกน้อยใจ!”
“แล้วอย่างไร...สุดท้ายซินเอ๋อร์ของท่านก็ได้มันไปครองในที่สุดทุกคราอยู่ดีมิใช่หรือ”
เยี่ยวั่งซีย้อนสุ้มเสียงเรียบ สีหน้าสงบร่มเย็น ราวกับถ้อยคำทิ่มแทงของมารดาเป็นเพียงเสียงฟ้าฝน
มิใช่เพิ่งเคยเจอความลำเอียงจนไร้เหตุผลพรรค์นี้เสียเมื่อไหร่ นางเจอมาตลอดจนชินชา จนหมดใจจะรู้สึกรู้สาไปตั้งเนิ่นนานแล้ว
“และข้าก็มิได้ประชดประชัน แต่ข้าเอาจริง หากท่านติดขัดเรื่องที่พี่สาวต้องวิวาห์ก่อน ข้ายินดีออกจากตระกูล เพียงเท่านี้ซินเอ๋อร์ของท่านก็จะเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว และจะได้แต่งเข้าตระกูลที่ดี ทั้งท่านและนางต่างสมปรารถนา...”
***
ฝากเอ็นดูนิยายเรื่องใหม่ของไรต์ด้วยนะคะ
E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ