ข้อตกลงเรื่องวิวาห์
ข้อตกลงเรื่องวิวาห์
“หมายความว่า...ท่านพ่อคิดว่าตนเองจะจัดการเรื่องนี้ได้ดีกว่าท่านอ๋องหรือ”
พร้อมกับที่บิดาเผยสีหน้างุนงงอย่างชัดเจน เยี่ยวั่งซีก็ขยายความ
“ที่ข้าใช้คำว่าจะ ‘ช่วย’ จัดการเรื่องวิวาห์ให้ซินเอ๋อร์ เพราะความจริงแล้วสวามีข้าคือผู้ส่งเสริมหลักอย่างไรเล่า”
บุรุษซึ่งถูกอ้างว่าเป็นผู้ส่งเสริมหลักเองก็กำลังงุนงง กระนั้นเขาก็ควบคุมสีหน้าได้ดีว่าจะเลือกแสดงออกหรือไม่อย่างไร จนทุกคนที่เหลือบมองมาอย่างระมัดระวังเห็นเพียงความเรียบนิ่ง
หยางเว่ยไหลจึงนึกย้อนไปถึงเมื่อตอนพวกเราคิดวางแผนการมาเยี่ยมบ้านนางด้วยกันอย่างสนุกสนาน ตอนนั้นชายาของเขาก็เผยยิ้มซุกซนแล้วถาม
‘ขอบข่ายที่พระองค์จะช่วยหม่อมฉันได้มีเรื่องใดบ้าง’
เขาจำได้ดีว่าตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
‘ทุกอย่างที่เจ้าปรารถนา’
อาจดูเหมือนหยอกเย้า เหมือนมิได้ผ่านกระบวนการคิดตัดสินใจซึ่งใช่ เพราะเขาแน่ใจว่าจะทำได้ทุกอย่างที่นางร้องขอ
ความจริงตอนนั้นก็คันปากจนเกือบถามออกไปแล้วว่าคนที่เอาแต่ยิ้มซุกซนทำหน้าอมภูมิคิดทำสิ่งใด แต่ยามลองตรองดูพบว่ารอลุ้นน่าจะสนุกกว่า และตื่นเต้นกว่ามหาศาล เขาจึงอดทนจนมาถึงวันนี้
แล้วก็พบว่าช่างคุ้มค่าการรอคอย!
“ใช่ ข้าคิดให้น้องสาวของชายารักได้แต่งเข้าตระกูลเฉวียน”
ยามฟังนางเล่าเรื่องความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวพบว่าช่างน่าประหลาด น้องสาวแบบใดผูกใจรักใคร่ว่าที่พี่เขย ถึงกับไปร้องขอบิดามารดาให้ได้วิวาห์แทน แต่แน่นอนเขาไม่คิดว่านางจะปั้นแต่งเรื่องราว เพียงไม่เข้าใจหัวคิดของคนประเภทนี้เลย
เมื่อครู่นี้จึงลอบแตะตัวบิดาของนางอีกครา มองอนาคตไปให้ไกลอีกสักนิด ก็ได้เห็นเรื่องราวยามสตรีผู้เป็นน้องสาวของชายา คร่ำครวญกับบิดาว่าได้โปรดอย่าส่งนางไปวิวาห์กับตระกูลเฉวียน เพราะตนได้สิ้นรักในตัวเฉวียนเค่อไปแล้ว เขาก็เข้าใจทันที
สตรีผู้นี้แค่ต้องการแย่งชิงวาสนาของพี่สาวด้วยความริษยาชิงชังเท่านั้นเอง
แบบนี้เขายิ่งสมควรผลักดัน!
“หากใครมีปัญหากับวิจารณญาณของข้า ก็ลองให้เหตุผลมา”
บรรดาคนของวังฉินอ๋องต่างแปลความหมายแท้จริงของประโยคนี้ได้ทันที ‘หากใครกล้าโต้แย้งก็ลองดู’
ทว่าผู้นำสกุลเยี่ยไม่อาจเข้าถึงขนาดนั้น แม้สัมผัสได้จากเส้นเสียงแข็งๆ ของฉินอ๋องว่าไม่ควรโต้แย้ง แต่ความไม่อยากเกี่ยวดองกับตระกูลเฉวียน ไม่อยากส่งลูกสาวผู้เป็นที่รักให้เข้าไปอยู่กับคนใจแคบพวกนั้น ก็ทำให้เขากล้าพยายาม
“เป็นพระกรุณาที่ท่านอ๋องห่วงใยซินเอ๋อร์ แต่กระหม่อมไม่บังอาจรบกวนดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ เพราะกระหม่อมอยากจัดการเรื่องนี้ให้ลูกสาวด้วยตนเอง ในฐานะพ่อคนหนึ่ง”
“หมายความว่า...ท่านพ่อตาจะยังคงยืนกรานว่า ตนเองสามารถจัดการเรื่องนี้ได้ดีกว่าข้า?”
สุรเสียงของหยางเว่ยไหลยิ่งทวีความเย็นชาหนาวเยือก จนวาณิชสกุลเยี่ยต้องรีบค้อมศีรษะปลกๆ
“กระหม่อมมิกล้า...กระหม่อมมิกล้า และหาได้หมายความเช่นนั้นเลยพ่ะย่ะค่ะ ขอท่านอ๋องโปรดเห็นใจ”
“ข้าย่อมเห็นใจจึงจะช่วยจัดการให้นี่อย่างไร แต่ข้าไม่เข้าใจ...เหตุใดท่านยังต้องดื้อด้าน ในเมื่อท่านก็เคยจัดการเรื่องวิวาห์ให้ลูกสาวไปแล้วตอนคราวซีเอ๋อร์ของข้า แม้สุดท้ายจะไม่สำเร็จเพราะข้ามาชิงตัวนางไปก่อนก็ตาม แต่ก็ถือว่าท่านได้ทำแล้วมิใช่หรือ”
ยามนั้นทุกคนคิดตรงกัน...ว่าผู้ที่รู้ตนดีว่ากระทำความผิด แต่นอกจากแลไม่สำนึกแม้สักส่วน ยังกล้ากล่าวออกมาอย่างภูมิอกภูมิใจ คงมีแค่ฉินอ๋องเพียงผู้เดียวจริงๆ
“ดังนั้นข้าจึงอยากชดเชย ทั้งสำหรับสกุลเฉวียนที่ต้องวุ่นวายเพราะการสอดมือมาของข้า รวมทั้งชดเชยให้ท่านพ่อตาซึ่ง ‘เกือบ’ ต้องเสียโอกาสได้เกี่ยวดองกับตระกูลที่หมายตาไว้ ยังได้ช่วยสานปรารถนาชายารัก ส่งเสริมการวิวาห์ให้น้องสาวนาง ได้ประโยชน์ทั้งหมดทุกฝ่ายขนาดนี้ ยังมีสิ่งใดให้น่าขัดข้องอีกกัน”
เยี่ยวั่งซีเห็นโอกาสได้ส่งเสริม จึงเอ่ยขึ้น
“ยามแรกข้าเพียงตั้งใจให้ซินเอ๋อร์ได้หมั้นหมายกับบุรุษที่ฐานะทัดเทียมกันเท่านั้นเอง แต่ยามปรึกษาเรื่องนี้กับท่านอ๋อง ด้วยพระทัยอันเมตตา...พระบารมีอันกว้างขวาง จึงทรงจะจัดการให้ซินเอ๋อร์ได้ตบแต่งกับตระกูลเฉวียนซึ่งพร้อมทั้งฐานะชาติตระกูล…”
ก่อนนางจะหันไปกล่าวกับสวามี ด้วยน้ำเสียงเจือความซาบซึ้ง
“ทรงใส่พระทัยสกุลเยี่ยเหลือเกินเพคะ จนหม่อมฉันมิทราบจะต้องตอบแทนพระคุณอย่างไรดี...”
“เพราะเคยเป็นครอบครัวของชายารัก สวามีผู้นี้ย่อมต้องใส่ใจ เป็นเรื่องปกติทั่วไปอย่างมาก เจ้าไม่จำเป็นต้องนึกขอบอกขอบใจอะไรเลย”
ก่อนน้ำเสียงนุ่มทุ้ม นัยน์เนตรซึ่งมองชายาด้วยความเอ็นดู จะแปรเปลี่ยนไปเป็นคนละขั้วยามหันไปทางบิดานาง
“ก็อย่างที่ข้าได้ว่าไปทั้งหมด หากท่านพ่อตายังไม่ยินดี ย่อมหมายถึงที่แท้ท่านไม่ชอบใจในตัวข้าผู้นี้แน่แล้ว”
ปิดทุกโอกาสปฏิเสธ ยังแทบจะกดหัวให้ยอมรับ แน่นอนว่าแม้ผู้นำสกุลเยี่ยจะคิดขัดใจแค่ไหน แม้จะมองยังลูกสาวที่เพียงส่ายหน้าไม่กล้าออกเสียงแล้วปวดใจเพียงไร แต่เขาจะยังมีทางใดให้ดิ้นรนได้อีกัน
ไหนจะสิ่งที่เยี่ยวั่งซีกล่าวเรื่องบุรุษฐานะทัดเทียมกับซินเอ๋อร์อะไรนั่น มันย่อมคือคำขู่ว่าถ้าไม่ต้องการตระกูลเฉวียน ก็จะเจอกับชาวบ้านสามัญชน!
แบบนั้นยิ่งแย่เข้าไปใหญ่!!
“ท่านอ๋องอุตส่าห์คิดการณ์รอบคอบถึงเพียงนี้ กระหม่อมจะยังมีหน้าไหนไปปฏิเสธได้อีกเล่าพ่ะย่ะค่ะ”
***
ดิ้นรนไปก็ไม่รอดอยู่ดี รับไปเลย ลูกเขยที่เคยอยากได้
E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ