LNCrawler

ข้อตกลงเรื่องวิวาห์

ชาตินี้ยกสามีให้บัวขาว ข้าจึงถึงคราวสุขสบาย [E-Bookเล่มเดียวจบ] — novel.dek d.com · All chapters

ข้อตกลงเรื่องวิวาห์

      “หมายความว่า...ท่านพ่อคิดว่าตนเองจะจัดการเรื่องนี้ได้ดีกว่าท่านอ๋องหรือ”

     พร้อมกับที่บิดาเผยสีหน้างุนงงอย่างชัดเจน เยี่ยวั่งซีก็ขยายความ

     “ที่ข้าใช้คำว่าจะ ‘ช่วย’ จัดการเรื่องวิวาห์ให้ซินเอ๋อร์ เพราะความจริงแล้วสวามีข้าคือผู้ส่งเสริมหลักอย่างไรเล่า”

     บุรุษซึ่งถูกอ้างว่าเป็นผู้ส่งเสริมหลักเองก็กำลังงุนงง กระนั้นเขาก็ควบคุมสีหน้าได้ดีว่าจะเลือกแสดงออกหรือไม่อย่างไร จนทุกคนที่เหลือบมองมาอย่างระมัดระวังเห็นเพียงความเรียบนิ่ง

     หยางเว่ยไหลจึงนึกย้อนไปถึงเมื่อตอนพวกเราคิดวางแผนการมาเยี่ยมบ้านนางด้วยกันอย่างสนุกสนาน ตอนนั้นชายาของเขาก็เผยยิ้มซุกซนแล้วถาม 

    ‘ขอบข่ายที่พระองค์จะช่วยหม่อมฉันได้มีเรื่องใดบ้าง’

     เขาจำได้ดีว่าตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว 

    ‘ทุกอย่างที่เจ้าปรารถนา’

     อาจดูเหมือนหยอกเย้า เหมือนมิได้ผ่านกระบวนการคิดตัดสินใจซึ่งใช่ เพราะเขาแน่ใจว่าจะทำได้ทุกอย่างที่นางร้องขอ

     ความจริงตอนนั้นก็คันปากจนเกือบถามออกไปแล้วว่าคนที่เอาแต่ยิ้มซุกซนทำหน้าอมภูมิคิดทำสิ่งใด แต่ยามลองตรองดูพบว่ารอลุ้นน่าจะสนุกกว่า และตื่นเต้นกว่ามหาศาล เขาจึงอดทนจนมาถึงวันนี้

     แล้วก็พบว่าช่างคุ้มค่าการรอคอย!

     “ใช่ ข้าคิดให้น้องสาวของชายารักได้แต่งเข้าตระกูลเฉวียน”

     ยามฟังนางเล่าเรื่องความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวพบว่าช่างน่าประหลาด น้องสาวแบบใดผูกใจรักใคร่ว่าที่พี่เขย ถึงกับไปร้องขอบิดามารดาให้ได้วิวาห์แทน แต่แน่นอนเขาไม่คิดว่านางจะปั้นแต่งเรื่องราว เพียงไม่เข้าใจหัวคิดของคนประเภทนี้เลย

     เมื่อครู่นี้จึงลอบแตะตัวบิดาของนางอีกครา มองอนาคตไปให้ไกลอีกสักนิด ก็ได้เห็นเรื่องราวยามสตรีผู้เป็นน้องสาวของชายา คร่ำครวญกับบิดาว่าได้โปรดอย่าส่งนางไปวิวาห์กับตระกูลเฉวียน เพราะตนได้สิ้นรักในตัวเฉวียนเค่อไปแล้ว เขาก็เข้าใจทันที

     สตรีผู้นี้แค่ต้องการแย่งชิงวาสนาของพี่สาวด้วยความริษยาชิงชังเท่านั้นเอง

     แบบนี้เขายิ่งสมควรผลักดัน!

     “หากใครมีปัญหากับวิจารณญาณของข้า ก็ลองให้เหตุผลมา”

     บรรดาคนของวังฉินอ๋องต่างแปลความหมายแท้จริงของประโยคนี้ได้ทันที ‘หากใครกล้าโต้แย้งก็ลองดู’ 

     ทว่าผู้นำสกุลเยี่ยไม่อาจเข้าถึงขนาดนั้น แม้สัมผัสได้จากเส้นเสียงแข็งๆ ของฉินอ๋องว่าไม่ควรโต้แย้ง แต่ความไม่อยากเกี่ยวดองกับตระกูลเฉวียน ไม่อยากส่งลูกสาวผู้เป็นที่รักให้เข้าไปอยู่กับคนใจแคบพวกนั้น ก็ทำให้เขากล้าพยายาม

     “เป็นพระกรุณาที่ท่านอ๋องห่วงใยซินเอ๋อร์ แต่กระหม่อมไม่บังอาจรบกวนดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ เพราะกระหม่อมอยากจัดการเรื่องนี้ให้ลูกสาวด้วยตนเอง ในฐานะพ่อคนหนึ่ง”

     “หมายความว่า...ท่านพ่อตาจะยังคงยืนกรานว่า ตนเองสามารถจัดการเรื่องนี้ได้ดีกว่าข้า?” 

     สุรเสียงของหยางเว่ยไหลยิ่งทวีความเย็นชาหนาวเยือก จนวาณิชสกุลเยี่ยต้องรีบค้อมศีรษะปลกๆ 

     “กระหม่อมมิกล้า...กระหม่อมมิกล้า และหาได้หมายความเช่นนั้นเลยพ่ะย่ะค่ะ ขอท่านอ๋องโปรดเห็นใจ”

     “ข้าย่อมเห็นใจจึงจะช่วยจัดการให้นี่อย่างไร แต่ข้าไม่เข้าใจ...เหตุใดท่านยังต้องดื้อด้าน ในเมื่อท่านก็เคยจัดการเรื่องวิวาห์ให้ลูกสาวไปแล้วตอนคราวซีเอ๋อร์ของข้า แม้สุดท้ายจะไม่สำเร็จเพราะข้ามาชิงตัวนางไปก่อนก็ตาม แต่ก็ถือว่าท่านได้ทำแล้วมิใช่หรือ” 

     ยามนั้นทุกคนคิดตรงกัน...ว่าผู้ที่รู้ตนดีว่ากระทำความผิด แต่นอกจากแลไม่สำนึกแม้สักส่วน ยังกล้ากล่าวออกมาอย่างภูมิอกภูมิใจ คงมีแค่ฉินอ๋องเพียงผู้เดียวจริงๆ

     “ดังนั้นข้าจึงอยากชดเชย ทั้งสำหรับสกุลเฉวียนที่ต้องวุ่นวายเพราะการสอดมือมาของข้า รวมทั้งชดเชยให้ท่านพ่อตาซึ่ง ‘เกือบ’ ต้องเสียโอกาสได้เกี่ยวดองกับตระกูลที่หมายตาไว้ ยังได้ช่วยสานปรารถนาชายารัก ส่งเสริมการวิวาห์ให้น้องสาวนาง ได้ประโยชน์ทั้งหมดทุกฝ่ายขนาดนี้ ยังมีสิ่งใดให้น่าขัดข้องอีกกัน”

     เยี่ยวั่งซีเห็นโอกาสได้ส่งเสริม จึงเอ่ยขึ้น

     “ยามแรกข้าเพียงตั้งใจให้ซินเอ๋อร์ได้หมั้นหมายกับบุรุษที่ฐานะทัดเทียมกันเท่านั้นเอง แต่ยามปรึกษาเรื่องนี้กับท่านอ๋อง ด้วยพระทัยอันเมตตา...พระบารมีอันกว้างขวาง จึงทรงจะจัดการให้ซินเอ๋อร์ได้ตบแต่งกับตระกูลเฉวียนซึ่งพร้อมทั้งฐานะชาติตระกูล…”

     ก่อนนางจะหันไปกล่าวกับสวามี ด้วยน้ำเสียงเจือความซาบซึ้ง 

     “ทรงใส่พระทัยสกุลเยี่ยเหลือเกินเพคะ จนหม่อมฉันมิทราบจะต้องตอบแทนพระคุณอย่างไรดี...”

     “เพราะเคยเป็นครอบครัวของชายารัก สวามีผู้นี้ย่อมต้องใส่ใจ เป็นเรื่องปกติทั่วไปอย่างมาก เจ้าไม่จำเป็นต้องนึกขอบอกขอบใจอะไรเลย”

     ก่อนน้ำเสียงนุ่มทุ้ม นัยน์เนตรซึ่งมองชายาด้วยความเอ็นดู จะแปรเปลี่ยนไปเป็นคนละขั้วยามหันไปทางบิดานาง

     “ก็อย่างที่ข้าได้ว่าไปทั้งหมด หากท่านพ่อตายังไม่ยินดี ย่อมหมายถึงที่แท้ท่านไม่ชอบใจในตัวข้าผู้นี้แน่แล้ว”

     ปิดทุกโอกาสปฏิเสธ ยังแทบจะกดหัวให้ยอมรับ แน่นอนว่าแม้ผู้นำสกุลเยี่ยจะคิดขัดใจแค่ไหน แม้จะมองยังลูกสาวที่เพียงส่ายหน้าไม่กล้าออกเสียงแล้วปวดใจเพียงไร แต่เขาจะยังมีทางใดให้ดิ้นรนได้อีกัน

     ไหนจะสิ่งที่เยี่ยวั่งซีกล่าวเรื่องบุรุษฐานะทัดเทียมกับซินเอ๋อร์อะไรนั่น มันย่อมคือคำขู่ว่าถ้าไม่ต้องการตระกูลเฉวียน ก็จะเจอกับชาวบ้านสามัญชน!

     แบบนั้นยิ่งแย่เข้าไปใหญ่!!

     “ท่านอ๋องอุตส่าห์คิดการณ์รอบคอบถึงเพียงนี้ กระหม่อมจะยังมีหน้าไหนไปปฏิเสธได้อีกเล่าพ่ะย่ะค่ะ”

***

ดิ้นรนไปก็ไม่รอดอยู่ดี รับไปเลย ลูกเขยที่เคยอยากได้

E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ

Meb : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTQwMjk4NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ3MjA2NyI7fQ

Dek-D https://novel.dek-d.com/ebook/49751/