เผยธาตุแท้
เผยธาตุแท้
“ดี! เป็นอันว่าตกลง ชายารักมีสิ่งใดจะเสริมอีกหรือไม่”
“ขอบพระทัยเพคะท่านอ๋อง”
กล่าวกับสวามีแล้วนางก็หันไปหาบิดา และมารดาซึ่งตั้งแต่ท่านอ๋องมาถึงก็ไม่ยอมพูดยอมจา เอาแต่ยืนค้อมศีรษะ ก้มหน้านิ่งงันดั่งรูปปั้น
“ช่วงนี้มีวันฤกษ์ดีซึ่งเหมาะกับซินเอ๋อร์และใต้เท้าเฉวียนอยู่มาก ไม่ช้าคงได้มีการหมั้นหมาย แลเพื่อมิให้ท่านพ่อท่านแม่ต้องวุ่นวายเพราะความเร่งด่วนนี้มากเกินไป ข้ากับท่านอ๋องจึงจะขอรับหน้าที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวเอง”
เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น รวดเร็ว และไม่มีทางเลิกล้ม
ข้อสรุปนั้นทำให้เยี่ยวั่งซีแย้มยิ้มงดงาม พลางกดสายตามองน้องสาวซึ่งยังคงนั่งทำตนให้ดูตัวเล็กที่สุด น่าสงสารที่สุดอยู่แทบเท้าบิดา
“พี่สาวผู้นี้มิเพียงได้เป็นสักขีพยานในวันดีๆ ของเจ้า ยังได้เป็นถึงผู้ส่งเสริมสำคัญ ทำเอาข้าแทบสะกดกลั้นความปลาบปลื้มไว้มิไหว”
เยี่ยซินหยีต้องพยายามควบคุมสีหน้ามิให้บิดเบี้ยวกรุ่นโกรธ และงับริมฝีปากไม่ให้ผรุสวาทตามปรารถนา แต่มันก็ช่างยากเย็น จึงต้องก้มลงซ่อนสีหน้า กำยอดหญ้าสะกดกลั้นจนสั่นไปถึงไหล่
หยางเว่ยไหลซึ่งสนุกได้ที่ก็รีบสำทับรับ
“ได้เห็นชายารักมีความสุขเช่นนี้ ตัวข้าเองก็ปลาบปลื้มยินดียิ่ง แต่น่าเสียดายที่วันนี้ข้ากับชายารักคงต้องขอตัวแล้ว หากท่านพ่อตาแม่ยายต้องการเจรจาเกี่ยวกับการวิวาห์นี้เพิ่มเติม ก็มาไปขอพบข้าที่ตำหนักก็แล้วกัน”
นัยน์เนตรเต้นระริกปรายมองพ่อตาซึ่งยืนสำรวมกิริยาวาจา
ฉีกยิ้มกว้างขึ้นแม้คนยืนก้มหน้าคงจะมองไม่เห็น
“หรือท่านพ่อตาจะแค่อยากมาขอเล่นกำถั่วแก้มือกับข้าก็ได้ ข้ายินดีต้อนรับเสมอ”
เอ่ยจบก็หัวร่อร่วน แต่สำหรับฝ่ายเสียพนันจนหมดตัว เสียงสรวลของฉินอ๋องนั้นเปรียบเหมือนสายฟ้าสาดใส่ร่างเขาซ้ำๆ มันเจ็บปวดจนกระอัก จนแทบอยากตายหนีไปเสียให้จบสิ้น
ทั้งเคหา ทั้งที่ดิน ทั้งกิจการค้าขายของเขา ได้เสียพนันให้มันผู้นี้ไปหมดแล้ว...
แต่เยี่ยเต๋อก็จำต้องอดทน ไม่อาจกระทั่งกำมือกำหมัดแน่น ก่อนตามไปน้อมส่งเสด็จอย่างเรียบร้อยโดยดี
ยามกลับเข้าเคหา ค่อยเผยสีหน้าถมึงทึงแผดเสียงลั่น
“บัดซบเสียจริง! นางหญิงชั่วชายโฉดคู่นี้!!”
“ท่านพ่อ...ข้าไม่อยากวิวาห์กับใต้เท้าเฉวียน ข้าสิ้นรักในตัวเขาไปแล้วเจ้าค่ะ” เยี่ยซินหยีตรงเข้าไปเกาะแขนบิดา ออดอ้อนเหมือนทุกที
ทว่าครานี้บิดาซึ่งกำลังหงุดหงิดเพราะไม่มีสิ่งใดได้ดั่งใจแม้สักอย่าง ซ้ำยังเสียไปหมดแทบทุกอย่าง ก็ตอบกลับฉุนเฉียว
“แล้วคิดว่าข้าอยากให้เจ้าไปนักรึไง!” สะบัดแขนออกตามอารมณ์
“แต่ระหว่างทั้งลำบากทั้งไม่เป็นที่เชิดหน้าชูตาในบ้านสามัญชน กับการไปทนชูคอลำบากลำบนอยู่ในตระกูลเฉวียน อย่างน้อยข้อหลังมันก็ยังดีกับเจ้ามากกว่า”
ก่อนผละจากไปอีกทาง ทิ้งให้ลูกสาวซึ่งถูกตามใจมาตลอดยืนตัวแข็งคับแค้นอยู่กับที่
“ทำไม! เพราะเหตุใดข้าจะต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้ด้วย!” หลังนางแผดเสียงด้วยความขัดใจ มารดาผู้เอาแต่เงียบจนหลงนึกว่าเป็นใบ้ก็เอ่ยขึ้น
“ถึงบิดาเจ้าจะว่าเช่นนั้น แต่ก็น่าจะกำลังคิดหาทางอย่างเต็มที่ ทว่าข้าก็อยากให้เจ้าเผื่อใจไว้บ้าง บัญชาฉินอ๋องต่อให้เป็นโอรสสวรรค์ยังลำบากพระทัยจะบ่ายเบี่ยง เจ้าเองหากเลี่ยงการแต่งเข้าสกุลเฉวียนมิได้ ก็คงไม่แย่สักเท่าไรกระมัง”
“เหอะ...ข้าเพิ่งรู้เลยว่าคนเราจะเปลี่ยนกันไวถึงเพียงนี้ เพียงท่านพี่ได้สามีทรงอำนาจ ท่านก็เปลี่ยนไปเข้าข้างนาง คงเพราะทั้งหวังเกาะแข้งขา ทั้งกลัวสามีนางจนเอาแต่ก้มหดหัวตัวสั่น”
“ก็เหมือนกับเจ้า ที่พอเห็นว่าแม่คนนี้ไม่อาจปกป้องก็เลิกพยายามเสแสร้ง แล้วเผยโฉมที่หน้าแท้จริงออกมาอยู่นี่อย่างไร”
ความจริงนางก็รู้ดี...เยี่ยซินหยีลูกสาวนางผู้นี้เป็นพวกสองหน้าสามคม[1] แต่นางก็เห็นควรเพราะเป็นสตรีต้องมีมารยา ยิ่งซินเอ๋อร์ไม่ค่อยเฉลียวฉลาดสักเท่าไร จึงต้องอาศัยใบหน้าท่าทางน่าเอ็นดูพวกนั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์
ทว่ายามเห็นแม่คนนี้คล้ายจะหมดประโยชน์ ก็ถึงกับกล่าวโทษกัน มันใช้มิได้
“แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าไม่ควรมาต่อว่ามารดาเช่นนี้ ถึงจะไม่พอใจ ถึงจะเผลอเผยธาตุแท้ไปบ้างแล้ว ก็ยังควรพยายามสงวนท่าทีไว้บ้าง”
“ทำไมข้าจะต่อว่าท่านมิได้ ในเมื่อท่านแม่เอาแต่ยืนก้มหน้าต่ำนิ่งงันเสียจนกลมกลืนไปกับพวกสาวใช้ แค่การลงทัณฑ์เพียงคราเดียวกลับทำท่านหดหัวไปชั่วชีวิต จนไม่คิดกระทั่งจะช่วยลูกสาวของตัวเอง มันใช้ได้หรือ”
***
เป็นแม่ลูกกัน ทำไมต้องยอมกัน ตีกันเลยจ้า
E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ
Dek-D https://novel.dek-d.com/ebook/49751/
[1]两面三刀แปลตรงตัวสองหน้าสามคม ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง , ตีสองหน้า , ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ