อาการหนักกว่า
อาการหนักกว่า
ในขณะที่เยี่ยวั่งซีใช้ชีวิตอย่างสุขสงบในเรือนของตน อาการก็ค่อยๆ ดีขึ้นทุกค่ำเช้า ไม่ไกลออกไปเท่าไร...ยังที่พำนักของฉินอ๋อง บรรยากาศยิ่งวุ่นวาย เลวร้ายลงทุกวัน
โดยเฉพาะวันต่อมานี้...ที่หยางเว่ยไหลตัดสินใจใช้กลยุทธ์ใหม่
“ลองไปถามพระชายาดูว่าขาดแคลนสิ่งใดหรือไม่”
หัวหน้าสาวใช้กราบทูลแทบในทันที
“แต่ท่านอ๋อง...เมื่อเช้าก็เพิ่งส่งคนไปถามนี่เพคะ”
“ก็ใช่ เช้าไม่ขาดแต่สายป่านนี้แล้วชายารักอาจรู้สึกอยากได้อะไรขึ้นมาแล้ว”
“เข้าใจแล้วเพคะ” รับคำอย่างจนใจ หัวหน้าสาวใช้ก็สั่งการคนของตนไปทันที
ยามนี้ยังไม่มีผู้ใดเข้าใจหรือคาดเดาได้ว่าฉินอ๋องต้องการสิ่งใดกันแน่
เยี่ยวั่งซีเองก็เช่นกัน นางจึงตอบกลับมาตามตรงว่าไม่ประสงค์สิ่งใด
แต่เมื่อถึงยามตะวันตรงศีรษะ ท่านอ๋องก็ส่งคนมาถามด้วยเรื่องเดิมๆ อีกครา นางกับเหล่าสาวใช้ก็ตระหนักได้พร้อมกันในใจ ลักษณะนี้คงต้องเรียกร้องอะไรไปบ้างสักอย่างแล้ว
และเมื่อสาวใช้ผู้นำเอาคำตอบจากพระชายามาเตรียมกราบทูล ทันทีที่ยื่นหน้ามาถึง บุรุษผู้นั่งรอบนที่นั่งประจำซึ่งตกแต่งอย่างหรูหราก็โพล่งถาม
“เป็นอย่างไร พระชายาอยากได้อะไรขึ้นมาบ้างแล้วหรือไม่”
คำตอบที่เขาคาดหวังคือ พระชายาจะเรียกร้องให้สวามีผู้นี้ไปเยี่ยมด้วยความคะนึงหา
ใช่...ในเมื่อเขาจะไปหานางทีไรก็ถูกห้ามทัพไว้ทุกที หากเปลี่ยนเป็นนางซึ่งไม่เคยเรียกร้องอะไรเลยเอ่ยขอออกมาคงจะต้องได้สมหวัง แล้วสาวใช้บ่าวไพร่ทุกคนก็ต่างรักใคร่นางเสียเหลือเกินจนสับสนว่าที่แท้ใครเป็นเจ้าของที่นี่กัน ดังนั้นก็จะไม่มีใครขัดขวางแน่นอน!
ช่างชาญฉลาดอะไรเช่นนี้!!
คิดชมตนเองพลางคิดว่าจะได้สมหวังไปด้วย หยางเว่ยไหลก็อมยิ้มกริ่ม กางหูรอฟังอย่างตั้งใจ สาวใช้ผู้เดินไปเดินมาวันนี้แล้วหลายรอบ ก็รีบกราบทูลด้วยหวังให้ความวุ่นวายจบลงเสียที
“พระชายาบอกว่าอยากได้สมุนไพรไว้ดมเพคะ”
“ฮะ?”
คล้ายว่าท่านอ๋องจะไม่เข้าใจคำง่ายๆ นั้น หรือเพราะสมุนไพรสำหรับดมให้จมูกโล่งมันเป็นของพื้นๆ ที่สามัญชนใช้ บุรุษผู้มั่งคั่งจึงไม่รู้จักมัน
สาวใช้คนเดิมจึงพยายามอธิบาย
“สมุนไพรสำหรับดม คือสมุนไพรต่างๆ ที่มีกลิ่นหอมแล้วนำไปใส่กระปุกเพื่อ---”
“ข้าย่อมรู้จักอยู่แล้วของแค่นั้น! จะสาธยายเพื่อการใด”
จากน้ำเสียงฉุนเฉียว และการตอบกลับอย่างคาดไม่ถึงทำเอาหลายคนงุนงง ทั้งที่รู้จักอยู่แล้วแต่เหตุใดท่านอ๋องต้องทำหน้าทำสุรเสียงเสียโง่งมไม่สมองค์ด้วย
“แล้วพระชายายังต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่”
เริ่มคิดขึ้นมาได้ นางเป็นคนขี้เกรงใจอาจไม่กล้าเรียกร้องออกมาตามตรง
“หรือนางมีคำพูดใดฝากถึงข้าไหม นางมีท่าทางอึกอัก กังวล ดูลังเลบ้างหรือไม่”
สาวใช้ผู้นั้นครุ่นคิดอยู่ชั่วแล่น “มีเพคะ”
หยางเว่ยไหลฉีกยิ้ม
“พระชายาบอกว่าขอท่านอ๋องไม่ต้องกังวล และไม่จำเป็นต้องวุ่นวายเพราะเรื่องของตนเลยเพคะ ตนอยู่ได้สบายดีอย่างมาก”
หยางเว่ยไหลหุบยิ้ม
“เช่นนั้นก็ไปหาสมุนไพรหอมๆ ให้นาง เอาทุกชนิดที่หอมที่สุดมารวมกัน ต้องดีกับอาการจมูกตันของนางที่สุดด้วย หีบห่อก็ต้องงดงามเป็นที่สุดเช่นกัน เข้าใจหรือไม่”
เป็นคำสั่งแบบปกติของผู้นิยมกินใช้ของซึ่งเป็นที่สุดอยู่เสมอ
ขณะเหล่าสาวใช้ต่างกำลังคิดโล่งใจที่คงจบเรื่องวุ่นวายในวันนี้ลงได้เสียที ฉินอ๋องที่เหมือนรับสั่งเสร็จสิ้นแล้ว กลับเอ่ยออกมาอีก
“อ้อ...แล้วเดี๋ยวอีกสักชั่วยามค่อยส่งคนไปถามพระชายาใหม่ว่านางยังต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่”
“…………”
ทว่า...แม้พูดออกไปแล้วหยางเว่ยไหลก็ยังรู้สึกกังวล หากนางยังไม่เลิกเกรงใจ ไม่ยอมรับใจตนเอง หรือที่น่ากลัวกว่าคือไม่รู้ตัวว่าตนเองก็คะนึงหาเขาอย่างมากล้นเช่นกัน จะทำอย่างไรดี
แต่หากถามถึงความเป็นไปได้ที่นางจะไม่ได้คิดเช่นนั้นน่ะหรือ…
ไม่มีทางเสียหรอก!
ไม่ได้เจอกันมาสี่วันกับอีกสามราตรี ขนาดตัวเขาผู้มีความอดทนสูงล้ำยังกระสับกระส่ายแทบตาย เด็กน้อยที่คงเผลอติดใจใช้เขาเป็นที่พึ่งหาไออุ่นยามค่ำคืนไปแล้ว จะไม่เพรียกหากันบ้างเลยได้อย่างไร
ไม่มีทาง! เป็นไปไม่ได้แน่นอนเรื่องแบบนั้น!!
“งั้น...ข้าฝากคำถามเพิ่มไปถึงพระชายาด้วยแล้วกัน”
และสิ่งที่เจ้าเหนือหัวเอ่ย ก็ทำเอาเหล่าบ่าวไพร่ที่ได้ฟังเริ่มเห็นพระประสงค์ขึ้นมารางๆ
ต่างจากหัวหน้าสาวใช้ซึ่งมองแตกฉานกระจ่างแจ้ง
***
เป็นบ่าวจวนนี้เหนื่อยด้วย หัวต้องไวด้วย เพราะเจ้านายบ้า
E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ