LNCrawler

จังหวะสวรรค์สาปส่ง

ชาตินี้ยกสามีให้บัวขาว ข้าจึงถึงคราวสุขสบาย [E-Bookเล่มเดียวจบ] — novel.dek d.com · All chapters

จังหวะสวรรค์สาปส่ง

     “พระชายา เกิดอะไรขึ้นหรือไม่เจ้าคะ”

     เพราะห้องของเยี่ยวั่งซีกว้างมาก ยังใช้ไม้อย่างดีปลูกสร้าง สาวใช้หน้าห้องจึงไม่แน่ใจว่าเมื่อครู่พระชายาได้ส่งเสียงหรือไม่

     และเพราะหยางเว่ยไหลส่ายหน้าพร้อมลดมือลง หญิงสาวจึงตอบออกไป

     “ไม่มีอะไร ข้าเพียงฝันร้ายเท่านั้น” แท้จริงลวงว่าเป็นตะคริวอาจเหมาะกว่า ทว่าก็เกรงคนด้านนอกจะเข้ามาช่วยบีบนวด

     “ข้าจะนอนต่อแล้ว หากต้องการอะไรต่อไปจะส่งเสียงบอกให้ชัด”

     ฟังเสียงสาวใช้ตอบรับ ‘เจ้าค่ะ’ เจ้านายทั้งสองก็คิดโล่งใจ ดังนั้นจึงถึงเวลาสอบสวนบุรุษสูงศักดิ์ซึ่งกระทำตนเยี่ยงโจรร้ายตรงหน้า!

     “ท่านอ๋อง...เหตุใดจึงต้องทำเช่นนี้ด้วยเล่าเพคะ” 

     อยากจะทำเสียงให้กราดเกรี้ยวเอาเรื่องกว่านี้ แต่สถานการณ์ช่างไม่เอื้อเอาเสียเลย

     “หากข้ามาดีๆ คงไม่มีทางได้มาถึงนี่เป็นแน่...” 

     ด้วยเหตุนั้นเขาจึงแสร้งวางตนเรียบร้อยตั้งแต่หลังฟังคำท่านหมอ ลวงให้ทุกคนตายใจ ตกค่ำก็บอกพวกบ่าวว่าจะออกมาเดินเล่นรับลมชมดาวไม่ต้องติดตาม แสร้งเดินมุ่งไปยังคนละทิศละทางกับเรือนของชายาให้ทุกคนเห็น 

     สบโอกาสก็วิ่งตัวปลิวสลับลอบลัดเลาะจนมาถึงนี่!

     แน่นอนว่าเข้ามาทางปกติก็คงไม่อาจรอดสายตาเหล่าสาวใช้ จึงอาศัยร่างกายที่เคยผ่านการฝึกปรือมาดุจเดียวกับเหล่านายทหาร ปีนผ่านรั้วกำแพงชั้นแล้วชั้นเล่า และปีนผนังเรือนผ่านหน้าต่างเข้ามายังห้องของนาง

     “………”

     ฟังแล้วเยี่ยวั่งซีก็ไม่ทราบว่าควรจะต้องตอบบุรุษผู้นี้อย่างไร จะชมเชยก็รู้สึกว่าไม่ควรและไม่อยากทำ จะดุด่าก็ไม่สามารถ

     “พระองค์ทำถึงขนาดนี้ก็แค่เพื่อจะมาค้างที่นี่หรือเพคะ” นางรู้ดี...เป็นคำถามที่โง่เง่า หากสิ่งที่เขาทำมันยิ่งกว่า “ทั้งที่หม่อมฉันยังไม่หายสนิทดี?”

     “ใช่ แต่เจ้าก็ใกล้จะหายดีเต็มทีแล้ว ความเจ็บป่วยในตัวย่อมอ่อนกำลังลงจนน่าจะแพร่มาสู่ข้ามิไหว ยังจะมีสิ่งใดให้ต้องกังวล” 

     เป็นอีกครั้งที่นางไม่อาจหาคำมาโต้แย้ง บุรุษผู้นี้ไม่เพียงกระทำตนดั่งโจรร้าย ยังไม่วายอวดฉลาดกว่าหมอเสียอีกด้วย

     จากที่เคยคิดว่าท่านอ๋องก็คงเพียงแสร้งแกล้งทำให้สมบทบาทคู่แต่งงานใหม่ แต่ความพยายามถึงขนาดหลบซ่อนสายตาข้ารับใช้ดั้นด้นมา ไม่กลัวกระทั่งติดโรคภัย ชัดเจนทีเดียวว่ามิใช่การแสดงอะไรทั้งนั้น

     แต่ก็ไม่ทราบควรจะถามกลับไปอย่างไรมิให้อาการร้อนวาบบนใบหน้าแผ่ขยายลุกลาม หญิงสาวจึงเพียงกลับขึ้นเตียงหลังกว้าง บอกพึมพำงึมงำ

     “เช่นนั้นหม่อมฉันจะพักผ่อนต่อแล้วเพคะ ท่านอ๋องไม่กลัวติดโรคก็ตามแต่พระทัย”

     และแทบในทันใดที่สีข้างนางสัมผัสกับฟูก มันก็ยุบตัวลงเพราะมีคนตัวโตกว่ามานอนเบียดเสียดอยู่ด้านหลัง 

     แต่เพราะนางยังวางสีหน้าไม่ถูก จึงเลือกไม่พลิกตัวหันไปมอง

     “ข้าไม่กลัวหรอกเพราะข้าฝึกฝนร่างกายมาอย่างดี สมัยข้ายังเด็กเคยมีคำกล่าวว่าโรคร้ายไม่แพร่งพรายสู่คนแข็งแรงกับคนบ้า ตลอดมาข้าจึงไม่เคยเจ็บป่วยแม้สักครา”

     “นี่ทรงยอมรับออกมาเอง ว่าเป็นคนบ้า?”

     “เปล่าเสียหน่อย...” การประท้วงเสียงขุ่นของคนมานอนเบียดอยู่ข้างหลัง ทำเอานางที่ตั้งใจแกล้งหวังกิริยาเช่นนี้ต้องกลั้นหัวเราะอย่างยากลำบาก

     ทว่า...

     “ข้าไม่ใช่เพียงคนบ้า เพราะข้ายังเป็นคนที่แข็งแรงอย่างมากอีกด้วย ดังนั้นไม่มีทางติดโรคเด็ดขาด”

     แสดงหลักฐานด้วยการนำแขนหนักๆ มากอดรัดนางจนแน่น

     “ท่านอ๋อง...หม่อมฉันอึดอัดเพคะ”

     “ข้าก็อึดอัดเหมือนกัน เนิ่นนานมาหลายราตรี” ถึงจะเอ่ยเช่นนั้น แต่หยางเว่ยไหลก็ยอมลดความกระชับแน่นของอ้อมแขน เพื่อให้สตรีตัวอุ่นจัดรู้สึกสบายขึ้น

     “ดังนั้นถึงคราวเจ้าเป็นฝ่ายอดทนเพื่อข้าบ้าง”

     เยี่ยวั่งซีหน้ามุ่ยในความมืด เห็นทีคนผู้นี้จะมิใช่ทำตนเป็นเพียงโจรร้ายธรรมดาสามัญ แต่เป็นระดับโจรราคะ ทว่านางก็คร้านจะต่อล้อต่อเถียง เพราะรู้ว่าอย่างไรท่านอ๋องก็จะเพียงทำตามใจตนอยู่ดี

     อีกอย่างนางก็หาได้รังเกียจรังงอนหรือสึกหรออะไรที่ตรงไหน เพราะตั้งแต่ก่อนหน้านี้พระองค์ก็ลักลอบโอบกอดกันจนหลับไปทั้งอย่างนั้นแทบทุกราตรีอยู่แล้ว

     เพียงแต่...อาการนึกชังจนคันที่ในใจซึ่งสั่นระรัว กับอาการร้อนบนใบหน้า ทำให้นางมิอาจข่มตานอน

     หยางเว่ยไหลเองก็เช่นกัน แม้จะรู้สึกดีกับร่างนุ่มนิ่มกรุ่นกลิ่นหอม ทว่าความอยากถนอมช่วงเวลาแสนพิเศษนี้เอาไว้จึงไม่อยากรีบหลับ กอปรกับยังเจ็บจี๊ดๆ ที่กลางหน้าผากซึ่งเหลี่ยมป้ายหยกเจาะเข้าให้อย่างแม่นยำ 

     กระนั้นก็คิดว่าคุ้มค่าแล้ว

     ขณะบุรุษสูงศักดิ์กำลังพึงพอใจ แต่หญิงสาวผู้อยู่ใต้อาณัติกลับต้องการหาสิ่งมาดึงความสนใจ มิให้จดจ่อกับสัมผัสซึ่งโอบล้อมร่างของตนเกินไป นางจึงตัดสินใจชวนเจรจา

     “ทรงทำอย่างไรจึงชนะการเล่นกำถั่วได้ทุกรอบหรือเพคะ”

     เป็นเรื่องที่นางแสนสงสัยค้างคา เพราะหากว่าใช้ถั่วของตนหรือคนของตนเป็นผู้ช่วย ก็พอจะชวนให้คิดว่ามีการเล่นเล่ห์เพทุบาย

     แต่ทั้งหมดนั่นล้วนเป็นของฝ่ายท่านพ่อนาง

     และท่านอ๋องก็เอาแต่เงียบอยู่ครู่ใหญ่จนหลงนึกว่าจะมิได้คำตอบ

     “บางทีข้าอาจใช้วิธีเดียวกับที่เจ้าใช้แทงฉลากเพี่ยวฉ่ายถูกหมดทั้งสิบหลักกระมัง” การเอ่ยเย้าเคล้าหัวร่อของเขาหาได้ช่วยทำให้รู้สึกขบขันตาม ตรงกันข้ามยังคล้ายผลักนางให้หันไปมองเส้นทางซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน

     หรือท่านอ๋องจะย้อนเวลามาเหมือนกัน?

     ไม่สิ...ชาติก่อนของนางมีเหตุการณ์ที่ท่านอ๋องกับท่านพ่อเล่นกำถั่วด้วยกันเสียเมื่อไหร่ แบบนั้นจะทรงรู้ผลได้อย่างไรว่ามันจะออกมาแบบใดบ้าง

     แต่จะว่าแค่ดวงดียิ่งไม่มีทางใช่ เพราะยามพระองค์รับปากเรื่องจะริบสินสอดกลับคืนมาทั้งหมดให้ได้ด้วยการพนันชนิดนี้ ก็มีท่าทางมั่นอกมั่นใจเกินกว่าจะคิดพึ่งพาโชคลางดวงชะตา

     แล้วก็ทรงทำได้สำเร็จจริงเสียด้วย

     “ข้าขอถามอะไรเจ้าบ้างได้หรือไม่”

     “ย่อมได้เพคะ” แม้จะตอบไปเช่นนั้นทว่าก็นึกระทึก เกรงจะทรงเค้นถามเรื่องการแทงเพี่ยวฉ่าย

     ช่วงเวลาที่รอคอยคำถาม ยาวนานราวกับเป็นนิรันดร์

     “เหตุใดเจ้าจึงอยากให้น้องสาวแต่งกับตระกูลเฉวียนหรือ เพราะหากอยากกลั่นแกล้งนาง มิสู้ให้วิวาห์กับสามัญชนด้วยกันจะดีกว่า?”

     มิใช่เรื่องที่กังวล นางจึงตอบอย่างโล่งใจ 

     “นิสัยอย่างน้องสาวหม่อมฉัน บ้านสามัญชนคนทั่วไปเอาไม่อยู่หรอกเพคะ นางจะต้องยกอ้างเรื่องที่พี่สาวเป็นพระชายาไปกดข่มทุกคนแน่นอน และหากนางควบคุมทุกอย่างในครอบครัวได้ ก็จะมีเวลาเหลือเฟือไว้คิดเรื่องวอแววุ่นวายกับหม่อมฉัน”

     อย่างซินหยีต้องเจอกับตระกูลเฉวียนจึงจะเหมาะสม

     “การเป็นสะใภ้นายท่านเฉวียนกับฮูหยินไม่ง่ายหรอกเพคะ นางไม่น่าจะได้มีเวลาคิดเรื่องอื่นเลยด้วยซ้ำ”

     เพราะแม้ชาติก่อนเยี่ยซินหยีจะดูเข้าพวกกับพ่อแม่สามีได้ดี ทว่านั่นเป็นในตอนที่ทุกคนมีเป้าหมายอย่างนางไว้ให้ใช้เล่นงานอยู่ก่อน และมิใช่ตอนที่ทั้งสองตระกูลมีความหมางใจ

     ด้วยนิสัยของสองผู้เฒ่าตระกูลเฉวียน ไม่มีทางพอใจสะใภ้จากตระกูลต่ำต้อยกว่าอยู่แล้ว ไม่ว่าจะนางในชาติก่อนหรือเยี่ยซินหยี สองคนนี้ก็ไม่มีทางปฏิบัติดีด้วยเสียหรอก

     “หึ...ก็จริงของเจ้า” ท่านอ๋องสรวลทุ้มลึก “ดูเหมือนเด็กน้อยของข้าจะมีพรสวรรค์ด้านคิดการณ์กลั่นแกล้งผู้อื่นอยู่ไม่น้อย”

     นางกำลังจะตอบขอบพระทัยด้วยใบหน้าชื่นบาน ทว่าถ้อยวรรคต่อไปกลับทำแทบสำลักลม

     “ขนาดกับข้ายังถึงกับขว้างปาป้ายหยกพระราชทานใส่”

     “ประเดี๋ยวก่อนนะเพคะป้ายหยก หรือจะทรงหมายถึง…”

     ของเย็นๆ แข็งๆ ที่คว้าได้เมื่อครู่ที่แท้คือป้ายหยกที่ฝ่าบาทประทานให้หรอกหรือนี่!

     แล้วนางก็นึกขึ้นมาได้...ว่าเมื่อครู่ตอนก่อนเข้านอนได้นำมันออกมาพินิจพิเคราะห์เล่นฆ่าเวลา ไม่ทันเก็บเข้ากล่องอย่างเดิมดีก็ง่วงงุนเสียก่อน แล้วท่านอ๋องก็โผล่มา

     ช่างจังหวะสวรรค์สาปส่งอะไรเช่นนี้!

***

E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ

Meb : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTQwMjk4NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ3MjA2NyI7fQ

Dek-D https://novel.dek-d.com/ebook/49751/