ตบหน้า
ตบหน้า
ถ้วยชาสีเบญจมาศราคาแพงลอยละลิ่วไปกระแทกกับเสาเรือนจนเศษแตกกระจายไปทั่วพื้น เสียงกรีดร้องของเยี่ยซินหยีดังลอดออกมาจากเรือนแม้เวลาจะล่วงเข้ายามค่ำ
“ข้าไม่แต่ง! ข้าไม่แต่งเด็ดขาด! เหตุใดข้าต้องแต่งงานกับใต้เท้าเฉวียนด้วย!”
ใบหน้าหมดจดที่มักปั้นแต่งกิริยาอ่อนหวานเสมอมา ยามอยู่ลำพังกับสาวใช้ในเรือนกลับไม่เคยสงวนไว้ บัดนี้มันแดงฉานด้วยความโกรธ เช่นเดียวกับมือซึ่งสีก่ำช้ำเพราะทุบโต๊ะระบายอารมณ์อยู่หลายที
กระนั้นเยี่ยซินหยีก็ยังคงแค้นเคืองและอัปยศ จนในอกจุกแน่น
หน้าตา ชาติตระกูล และตำแหน่งหน้าที่การงานซึ่งนางเคยมองว่าดีของเฉวียนเค่อยังจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อทุกอย่างที่ว่ามามันเทียบสามีของเยี่ยวั่งซีไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!
ดีกว่าแค่อย่างเดียวคือความหนุ่มแน่น แต่ฉินอ๋องก็หาได้ดูชราวัย ยังองอาจสง่างาม กลิ่นกายที่ขนาดหมอบคำนับอยู่ห่างๆ ยังทราบว่ารมด้วยกำยานสูงมูลค่า ช่างต่างจากกลิ่นสุราจางๆ ที่มักลอยอวลอยู่รอบตัวเฉวียนเค่อฟ้ากับเหว!!
แล้วจะให้นางไปแต่งกับบุรุษเลวๆ พรรค์นั้นทั้งที่คนอย่างวั่งซีได้เสวยสุข และพรั่งพร้อมไปเสียทุกอย่างได้อย่างไร
“ไม่ยอม ไม่ยอม! ข้าไม่ยอม!!”
กรีดร้องออกมาอีกหน ยามนึกถึงเรื่องชวนหงุดหงิด และไม่ได้ดั่งใจมากมายที่เกิดขึ้น
ตั้งแต่สัญญาวิวาห์บ้าบอที่ฉินอ๋องเป็นผู้เอ่ยปากประทานทั้งที่ไม่ได้ขอ ทว่ายามนางและครอบครัวพยายามจะขอเข้าพบเพื่ออ้อนวอน ต่อรอง คนของวังอ๋องกลับเอาแต่ปฏิเสธอ้างว่าพระองค์ไม่สบาย ยังขวางกั้นกันไว้ราวกับนางเป็นเพียงสิ่งปฏิกูล
ส่งจดหมายไปก็ตอบกลับมาอย่างล่าช้า ซ้ำยังคงยืนกรานว่าตัดสินใจทุกอย่างโดยถ้วนถี่แล้ว
หนำซ้ำอีกที่พึ่งอย่างท่านพ่อซึ่งรับปากว่าจะพยายามหาทางช่วย แต่เพียงได้รับหนังสือแสดงความยินดีจากโอรสสวรรค์ ทั้งคำพูดทั้งความมุ่งมั่นพลันมลายหายไปแทบในบันดล
ที่น่าหงุดหงิดใจเป็นที่สุดคือ ถ้อยคำในจดหมายที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องการแสดงความยินดีในฐานะที่น้องสาวของฉินหวางเฟยได้วิวาห์
มิใช่เพราะตัวนางมีความประพฤติดีงาม หรือน่าชื่นชม หรือแม้แต่มีเศษเสี้ยวแห่งความเอ็นดูมอบให้ แต่ทำไปแค่เพราะนางเป็นน้องสาวของสตรีน่าชังผู้นั้น!
และบทสรุปสำคัญคือ ด้วยพระเมตตาของโอรสสวรรค์ ท่านพ่อก็เลยมาเอ่ยปาก ว่าต่อให้ตนเองมีร้อยหัว ก็มิอาจหาทางเลิกล้มงานแต่งได้อีกต่อไปแล้ว
เหตุใดต้องให้นางเกิดมาเป็นลูกของสามัญชนที่ต่ำต้อยไม่พอ ยังโง่เง่าเบาปัญญา ขี้ขลาดตาขาวเสียไม่มีเช่นนี้อีกด้วย!
เพราะมีบิดามารดาเช่นนี้ชีวิตนางจึงไม่อาจไปได้ไกล
ประเดี๋ยวก่อน...แล้วไฉนนางวั่งซีกลับได้ดิบได้ดี ชูคอมีความสุขเสียอย่างนั้น มันถูกต้องแล้วหรือ
“สวรรค์ไม่ยุติธรรม! ทำไม!!”
นางกรีดร้องด้วยความอัดอั้น คว้าเอาของใกล้มือปาอัดพื้นไปด้วย
“ซินเอ๋อร์! หยุดอาละวาดเสียที”
เสียงเข้มงวดของมารดาแว่วดัง พร้อมกับร่างในชุดสีสดที่ก้าวเข้ามาในห้อง
นางเยี่ยกู้ซื่อปรายตามองเศษแก้วเศษถ้วยบนพื้นด้วยความเอือมระอา บอกเด็กรับใช้ของบุตรีให้ออกไปก่อน
“ท่านแม่! ท่านแม่ต้องช่วยข้านะเจ้าคะ!” เยี่ยซินหยีตัดสินใจโผกอดเอวมารดา น้ำตานองหน้า
แม้ช่วงหลังมานี้ท่านคล้ายจะแปรพักตร์ไปทางวั่งซี แต่สถานการณ์ตอนนี้ ต่อให้เชือกที่หย่อนลงมาตรงหน้าจะรุ่งริ่งปริ่มขาด นางก็จะขอลองไขว่คว้า เผื่อว่ามันอาจช่วยพาขึ้นจากหลุมบ่อแห่งความสิ้นหวังนี้ได้จริงๆ
“เหตุใดท่านพี่ถึงกับได้ครองคู่กับฉินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่เสียกว่าโอรสสวรรค์ ขณะที่ข้ากลับต้องทนแต่งให้ขุนนางธรรมด---”
“หยุดพูดจาเพ้อเจ้อได้แล้ว”
มารดาแทรกเสียงเฉียบขาด ยังติดเย็นชาอย่างรู้สึกได้
“เจ้าจงปลงใจเสียเถิด ใต้เท้าเฉวียนก็ใช่จะต่ำต้อยเสีย ชาติตระกูลหรือก็ดี รูปลักษณ์ก็สะอาดสะอ้าน ตำแหน่งการงานแม้ตอนนี้จะยังไม่สูงส่งทว่าก็มีแต่ความก้าวหน้า วันข้างหน้าย่อมมีอนาคตสดใส เขาเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าในยามนี้แล้ว”
“แต่เคหาสกุลเฉวียนเทียบมิได้กับวังอ๋อง ยิ่งห่างไกลกับตำแหน่งหวางเฟยของท่านพี่ จนทำให้ตัวผู้ข้านี้ยิ่งดูแสนต่ำต้อย”
“แล้วเจ้าจะไปเทียบทำไม นั่นมันวาสนาของนาง” มารดาจ้องหน้าลูกสาวด้วยสายตาแข็งกร้าวขึ้น ย้ำเตือนความเป็นจริง
“ฝ่าบาทถึงกับส่งหนังสือแสดงความยินดีมาให้ หากยังกล้าสร้างเรื่องเพราะความเอาแต่ใจที่ชักจะมากเกินไปแล้วของเจ้า... มิใช่แค่ตัวเจ้าผู้เดียวจะหมดอนาคต แต่คนทั้งตระกูลจะพลอยเดือดร้อนสถานหนักไปด้วย เจ้าเข้าใจหรือไม่”
ใครต่างก็รู้ดี โอรสสวรรค์เคารพรักเสด็จอาอย่างฉินอ๋องสุดพระทัย เพียงญาติสายรองของฮองเฮาแต่งสตรีสามัญชนคนหนึ่ง ทรงไม่จำเป็นถึงกับต้องส่งจดหมายแสดงความยินดีมาให้แบบนี้มาเลย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฉินอ๋องต้องอยู่เบื้องหลัง
และยิ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า...ฉินอ๋องประสงค์ส่งเสริมการวิวาห์ครั้งนี้อย่างแรงกล้าเพียงไร
นางเยี่ยกู้ซื่อจึงขยับเข้าไปใกล้ จ้องตาบุตรีอย่างยามสอนสั่งหรือออกคำสั่ง
หากครั้งนี้ระคนกดดันเข้มข้น
“แม่ขอเตือนเจ้าไว้ตรงนี้...จงเข้าพิธีวิวาห์อย่างว่าง่ายไปเสีย หากเจ้ายังรั้นจะกระทำสิ่งไร้หัวคิด ทั้งตัวแม่แลท่านพ่อเจ้าจะไม่ช่วยรับผิดชอบ เพราะคงไม่มีปัญญาหรือจะหาหน้าไหนไปช่วยได้ เข้าใจหรือไม่”
“เหอะ...ไหนเลยข้าจะไม่เข้าใจ ว่าท่านพ่อท่านแม่นั้นต้อยต่ำไร้อำนาจขนาดไห---”
เพียะ!
เป็นอีกคราที่นางมิทันได้พูดจบ หากเป็นคราแรกที่ถูกมารดาตบหน้า
ซ้ำยังรุนแรงเสียจนใบหน้าหันไปอีกทาง
หากผู้ที่เผยสีหน้าเจ็บปวดยิ่งกว่ากลับเป็นนางเยี่ยกู้ซื่อ
“ข้าผิดเอง ที่เลี้ยงเจ้าให้กลายมาเป็นแบบนี้”
“ใครจะไปดีเลิศเท่านางวั่งซีของท่านเล่า! พอเห็นมันมีวาสนาสูงเข้าหน่อยก็ถึงกับตบข้าแล้ว นี่คงกำลังคิดหาทางประจบประแจงเลียแข้งขามันใช่หรือไม่ จึงไม่มีหัวเหลือมาไว้ให้ใช้คิดหาทางช่วยข้า!!”
“อย่างน้อยเจ้าก็ยังมีเรื่องที่เข้าใจถูกอยู่บ้าง นั่นคือเรื่องที่ว่าวั่งซีดีเลิศกว่าเจ้า”
น้ำคำราบเรียบของมารดา กลับตบหน้าเยี่ยซินหยีได้รุนแรงกว่าฝ่ามือเมื่อครู่ หญิงสาวถึงกับอึ้งงัน หาถ้อยคำมาโต้เถียงกับมารดาต่อไม่ถูก
รสชาติแปร่งปร่าในปากเพราะเลือด มิอาจเทียบวาจาเฉือดเฉือน ซึ่งกระอักกระอ่วนชวนคลื่นเหียนกว่ามากนัก
***
E-Book เล่มเดียวจบ วางแผงแล้วนะคะ พร้อมแล้วทั้งที่ Meb , Dek-D เลือกตามช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ