LNCrawler

อาภรณ์ที่ทรงสวมไว้

ชาตินี้ยกสามีให้บัวขาว ข้าจึงถึงคราวสุขสบาย [E-Bookเล่มเดียวจบ] — novel.dek d.com · All chapters

อาภรณ์ที่ทรงสวมไว้

-4-

อาภรณ์ที่ทรงสวมไว้

 

     

     ก่อนผู้ยิ่งใหญ่ที่ทำใครต่อใครใจคอไม่ดี จะหันมองยังสตรีตัวเอกของพิธีวันนี้

     แล้วสั่งสาวใช้ซึ่งพามาด้วยเสียงเข้ม

     “พานางออกไป”

     พร้อมกับที่สาวใช้ฉินอ๋องตอบรับ ‘เพคะ’ เยี่ยวั่งซีก็เกิดคำถามมากมายในหัว

     บุรุษผู้นี้คิดทำสิ่งใด ในสัญญาตกลงกันไว้ว่าท่านอ๋องจะทรงช่วยสะบั้นพันธะ แลกเปลี่ยนกับการให้นางไปเป็นคู่หมั้นของพระองค์แทน เพราะคร้านจะรำคาญพวกขุนนางที่เอาแต่พูดเรื่องให้ทรงหาชายา หรืออย่างน้อยมีคู่หมายได้เสียทีก็ยังดี

     แต่กลับให้ว่าที่คู่หมายอย่างนางออกไปก่อนงั้นหรือ คิดจะทำสิ่งใดกันแน่

     หรือมันจะเกี่ยวกับ ชุดสีแดงขลิบทองอย่างกับเจ้าบ่าวที่ทรงสวมไว้!

     แต่คุยกันไว้ว่าแค่คู่หมั้น จะลามไปยันวิวาห์ได้อย่างไร

     ที่สำคัญฉินอ๋องหยางเว่ยไหลซึ่งจักรพรรดิรักใคร่นักหนา จะแต่งงานกับสตรีที่ไหนก็ได้เลยด้วยหรือ

     แน่นอนว่าแม้เยี่ยวั่งซีจะเต็มด้วยความสงสัย ยังส่งสายตายิงคำถาม หากบุรุษสูงศักดิ์ก็ตอบกลับด้วยการลอบขยิบตาส่งกลับมา นางจึงทำอะไรมิได้นอกจากยอมตามสาวใช้ของพระองค์ไป 

     จนมาถึงระเบียงด้านข้าง ห่างจากสายตาคนในโถงพอประมาณ ตัวแทนสาวใช้นางหนึ่งก็บอกแก่เยี่ยวั่งซี

     “ช่วยนำทางพวกข้าไปยังห้องแต่งตัวของท่านด้วยเจ้าค่ะ”

     “ไปที่นั่น? อย่าบอกนะว่าเพื่อช่วยแต่งตัวข้าใหม่ในชุดเจ้าสาว?”

     “ว่าที่พระชายาเข้าใจถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ”

     คำยืนยันช่วยให้ความกระจ่างแจ้ง แต่กลับผลักนางตกสู่ทะเลหมอก

     ตามธรรมเนียมของต้าหยาง การที่เชื้อพระวงศ์อย่างท่านอ๋องต้องจัดพิธีวิวาห์ หมายความว่าสตรีที่จะรับเข้ามาคือหวางเฟย?

     ทรงเอาจริงหรือ!? กับนางที่เป็นแค่สามัญชน!!

     ทว่าเรื่องน่าปวดหัวนี้ไม่ทันจบ เสียงฝีเท้าเบาแต่เร่งรีบซึ่งตามมาทัน ก็มาพร้อมเรื่องใหม่ที่น่าปวดหัวกว่า

     “วั่งซี…”

    “ท่านแม่?” นางตอบรับพร้อมสบกับแววตาฉายความกังวลของมารดา 

     ดูคล้ายว่าจะเป็นห่วง แต่ก็คล้ายว่ากำลังชั่งใจ

     “ฟังแม่ก่อน” นางเยี่ยกู้ซื่อเหลือบไปทางสาวใช้ฉินอ๋องซึ่งยืนรออยู่ห่างออกไป แล้วก้มลงไปกระซิบใกล้ลูกสาวให้ได้ยินกันแค่สองคน 

     “เจ้าจะวิวาห์กับฉินอ๋องมิได้”

     คำกล่าวของมารดา นอกจากชี้ว่าทุกคนมองชุดแดงขลิบทองนั่นเป็นอาภรณ์เจ้าบ่าวดุจเดียวกัน ยังมองเห็นเจตนาของพระองค์ชัดเจน

     “ข้าขอทราบเหตุผล” แม้ไม่คิดจะรับปากอยู่แล้ว แต่นางก็อยากรู้ว่ามารดาต้องการสิ่งใด

     “ไม่ได้ก็คือไม่ได้”

     “นั่นหาใช่เรื่องที่ข้าหรือท่านจะตัดสินใจ” นางเตรียมจะผละจาก ทว่ามารดากับรั้งแขนเอาไว้

     “หากเจ้าแต่งงานกับฉินอ๋อง เจ้าจะเป็นบุตรอกตัญญู”

     “แล้วเหตุใดข้าจะอกตัญญู ในเมื่อความฝันสูงสุดของท่านแม่คือให้ข้าได้แต่งเข้าตระกูลที่ดี ท่านอ๋องคือพระปิตุลาของฝ่าบาท ในแผ่นดินต้าหยางยังจะหาตระกูลใดดีกว่านี้ได้อีกกัน”

     “ข้าบอกแล้วอย่างไรว่ามิได้ หากเจ้าไปทูลพระองค์เสียตอนนี้ ฉินอ๋องอาจยอมรับฟัง”

     ปกติมารดาของนางเป็นคนมีเหตุผล ทว่าการพูดจาไม่รู้ความเช่นนี้ โดยมากมักจะเป็นเพียงเรื่องเดียว สถานการณ์เดียว

     “อย่าบอกเชียวว่า...เพราะท่านหมายให้เป็นซินหยีแทนตัวข้า”

     มารดาชะงักไปชั่วแล่น 

     ก่อนจะเผยสีหน้าและเจตนาที่นางคุ้นเคย

     “เจ้ารู้แล้วก็ดี งั้นข้าจะเลิกอ้อมค้อม”

     เยี่ยวั่งซีเพียงฟังโดยไม่แสดงสีหน้า

     “ฉินอ๋องเป็นบุรุษที่ยิ่งใหญ่นัก หากซินเอ๋อร์ได้รับวาสนานางก็จะสุขสบาย ตระกูลเราก็จะได้รุ่งเรือง” 

     ผู้เป็นมารดาจับแขนลูกสาวคนโตเบาๆ น้ำเสียงนุ่มนวลราวกับบอกเล่าเรื่องธรรมดา

     “เจ้าช่วยข้าช่วยน้องสาวเจ้าได้ ไปบอกท่านอ๋องว่าเจ้าไม่พร้อม ขอให้รับน้องเจ้าไปแทน ซินเอ๋อร์ไม่เพียงอ่อนหวานกว่าเจ้า ยังรู้จักออดอ้อนวางตัวกับบุรุษได้ดีกว่า กับผู้ที่สูงศักดิ์ขนาดนั้นน่ะ...สตรีที่ฉลาดเกินไปนอกจากไม่ช่วยอะไรยังไม่น่าเอ็นดู มิสู้ให้เป็นน้องเจ้าไปแทน ทุกอย่างก็จะเหมาะสม”

     “ท่านแม่ สาวใช้ของท่านอ๋องรออยู่ ข้าคงเสียเวลานานกว่านี้มิได้”

     “หากเจ้าไม่รับปากก็อย่ามาเรียกข้าว่าแม่อีก”

     “งั้นเอาตาม ‘เถ้าแก่เนี้ยเยี่ย’ ว่า ข้าขอตัว” นางไม่เพียงกล่าวเสียงแข็งขึ้น ยังสะบัดแขนจากการเกาะกุม

      “ขออภัยที่ทำให้ต้องรอ ข้าจะนำทางไปยังห้องแต่งตัวเดี๋ยวนี้”     

     ภาพสุดท้ายที่หางตานางแลเห็นท่านเถ้าแก่เนี้ย คือสีหน้าอึดอัดสะกดกลั้นจนปากสั่นเทา

     เยี่ยวั่งซีรู้สึกจากส่วนลึกในใจ ว่าการตกลงทำสัญญากับท่านอ๋องเรื่องนี้ ช่างเป็นสิ่งที่ตัดสินใจได้ถูกต้อง

     รสชาติของความรู้สึกติดขัดในใจแต่ก็ทำอะไรมิได้ นางอยากให้ครอบครัวได้ลองลิ้มรสเสียบ้าง

     และหากไม่ยอมเลิกรา ก็จะต้องได้กินมันอีกครา ครั้งแล้วครั้งเล่า...จนรับมิไหว

***

แม่คะ ช่างแม่ค่ะ (น้องไม่ได้กล่าวไว้ ไรต์กล่าวเอง)