LNCrawler

เที่ยวทะเลครั้งแรก

ซูหว่านหนิงพลิกชะตาชีวิตด้วยเนตรทองคำ — novel.dek d.com · All chapters

เที่ยวทะเลครั้งแรก

            ช่วงสายวันต่อมาเสียงโทรศัพท์มือถือของซูหว่านหนิงดังขึ้น เมื่อเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเบอร์ที่โชว์หน้าจอเป็นเบอร์ของเมิ่งจื่อหยวน ซูหว่านหนิงไม่รอช้ากดรับสายทันที

           “อาโอนเงินให้แล้วนะ ตรวจสอบดูหรือยัง”

           “ยังเลยค่ะ ฉันมัวแต่ทำงานบ้านยังไม่ได้จับโทรศัพท์เลย” ซูหว่านหนิงตอบ วันนี้ตั้งแต่เช้าเธอมัวยุ่งอยู่กับการซักผ้าและทำความสะอาดบ้าน ส่วนเทพเจ้าแมวเหมียวของเธอนั้นตอนนี้ยังคงไม่กลับมา ไม่รู้ว่าไปสังสรรค์กับเพื่อนถึงไหนกัน

           “เดี๋ยวอาจะส่งแบบเครื่องประดับไปให้ อยากได้แบบไหนเลือกได้เลย ถ้าทำเสร็จแล้วอาจะเอาไปให้” 

           “ขอบคุณค่ะ” 

           หลังจากวางสายเมิ่งจื่อหยวนส่งแบบเครื่องประดับมาเป็นจำนวนมาก ซูหว่านหนิงเลือกแบบเครื่องประดับก่อนจะส่งกลับไป ไม่นานข้อความตอบกลับก็ดังขึ้น

           [เสร็จแล้วอาจะติดต่อกลับไป]

 

           ซูหว่านหนิงวางโทรศัพท์ลงที่เดิมก่อนจะเดินไปดูเครื่องอบผ้าที่เธออบแห้งเอาไว้ เมื่อครบกำหนดเวลาซูหว่านหนิงเปิดฝาเครื่องอบผ้าก่อนจะเอาผ้าที่ซักไปจัดเก็บในตู้เสื้อผ้า

           “วันนี้ว่างไปเดินซื้อเสื้อผ้าใหม่ดีกว่า” ซูหว่านหนิงรีบอาบน้ำก่อนจะออกจากบ้านเพื่อไปที่ห้างสรรพสินค้า

           อีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าสู่ฤดูหนาวที่ปักกิ่งอากาศหนาวเย็นมาก บางวันก็มีหิมะตก ซูหว่านหนิงจึงเลือกซื้อเสื้อสำหรับสวมใส่ในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง

           เธอซื้อเสื้อ กางเกง ถุงเท้า รองเท้าผ้าใบ และยังเลือกซื้อผ้าพันคอผืนเล็กสำหรับให้เทพเจ้าที่บ้าน หลังจากออกจากห้างสรรพสินค้าซูหว่านหนิงแวะซื้ออาหารกลับไปทำกินที่บ้าน

           “ทำไมยังไม่กลับมาอีกนะ” ซูหว่านหนิงเปิดประตูบ้านแต่ไม่เจอแม้แต่เงาของแมวเทพ

 

           ฝ่ายเทพเสวี๋ยไป๋ตอนนี้กำลังนอนอาบแดดอยู่ริมทะเล หาดแห่งนี้เป็นหาดส่วนตัวไม่มีผู้คนพลุกพล่าน

           “เสวี๋ยไป๋เหตุใดเจ้าจึงเลือกที่จะช่วยเหลือสตรีผู้นั้นเล่า” สหายขององค์เทพเอ่ยถาม            

           “นางช่วยข้าจากอุบัติเหตุ ข้าจึงอยากตอบแทนน้ำใจของนาง” เทพเสวี๋ยไป๋ตอบ เมื่อพูดถึงซูหว่านหนิงเทพเสวี๋ยไป๋รีบบอกลาสหายแล้วรีบกลับบ้าน

           “กลับมาแล้วหรือ” ซูหว่านหนิงมองแมวสีขาวที่จู่ ๆ ก็โผล่ออกมานั่งบนโซฟา

           “เจ้าก็เห็นแล้วนี่นา” เทพเสวี๋ยไป๋ตอบก่อนจะอ้าปากหาว

           “เมื่อคืนไม่ได้นอนหรือคะ” ซูหว่านหนิงถามต่อ

           “นาน ๆ ได้เจอสหายสนิทก็ย่อมต้องพูดคุยกันเยอะสักหน่อย ข้าจะเข้าไปนอนก่อน ถึงเวลาอาหารเย็นปลุกข้าด้วย” พูดจบก็กระโดดลงจากโซฟาเดินเข้าห้องพัก

           ซูหว่านหนิงหันมาสนใจโน้ตบุ๊คตรงหน้าตอนนี้เธอกำลังศึกษาเรื่องการซื้อหุ้น เนตรทองคำสามารถใช้ดูกราฟหุ้นได้หากหุ้นตัวไหนมีราคาหุ้นตัวนั้นก็จะเป็นสีทอง 

           “แบบนี้ก็ง่ายเลยสิ” ซูหว่านหนิงทำการสมัครสมาชิกก่อนจะเลือกซื้อหุ้นที่เป็นสีทอง เธอจะทำการซื้อขายแบบซื้อมาขายไปไม่เก็บสะสมหุ้นเอาไว้

           ตลาดหุ้นจะเปิดทำการเฉพาะวันจันทร์ -  ศุกร์ และมีเวลาซื้อขายบอกอย่างชัดเจน ซูหว่านหนิงเลือกลงทุนซื้อหุ้นทั้งของจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง

 

           วันแรกเธอทำการซื้อหุ้นและขายออกได้กำไร 1,000 หยวน เงินจำนวนนี้แม้จะดูน้อยนิดสำหรับนักเทรดหุ้น แต่สำหรับเธอแล้วมันมีค่ามากนัก 

           ช่วงเย็นหลังจากที่ทำกับข้าวเสร็จแล้วซูหว่านหนิงเคาะประตูห้องนอนเพื่อปลุกท่านเทพให้มากินข้าวเย็น เสียงตอบรับจากในห้องนอนดังขึ้น ซูหว่าหนิงเดินกลับไปที่โต๊ะกินข้าวเพื่อจัดเตรียมอาหาร

           “ข้าไปเที่ยวทะเลมา ที่นั่นเป็นเกาะส่วนตัวสวยมากเลยล่ะ” เทพเสวี๋ยไป๋เล่าให้ซูหว่านหนิงฟัง

           “ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยไปเที่ยวทะเลเลยค่ะ” ซูหว่านหนิงเองก็อยากไปเช่นกัน

           “เงินก็มีแล้วอย่าลืมหาเวลาไปเที่ยวพักผ่อนบ้าง ตายไปอย่าลืมว่าเงินที่มีอยู่มันเอาไปด้วยไม่ได้”

           ซูหว่านหนิงนิ่งเงียบช่วงนี้เธอมัวแต่คิดหาเงิน จนลืมไปว่าตอนนี้เธอเป็นเศรษฐีร้อยล้านหยวนแล้ว เมื่อกินข้าวเสร็จซูหว่านหนิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองดูปฏิทิน

           เหลือเวลาอีก 20 วันก่อนที่มหาวิทยาลัยจะเปิดภาคเรียน ซูหว่านหนิงจัดการเปิดโน๊ตบุ๊คเพื่อจองตั๋วไปเที่ยวซานย่า เมืองท่องเที่ยวที่โด่งดังที่สุด ตั้งอยู่บนเกาะไห่หนานทางตอนใต้ของประเทศ

           “ท่านเทพฉันจะไปเที่ยวซานย่า ท่านจะไปด้วยไหมคะ” ที่ซูหว่านหนิงถามก็เพราะจะได้จองห้องพัก

           “ไปสิ เรื่องอะไรจะอยู่บ้านเพียงลำพัง” เทพเสวี๋ยไป๋ตอบกลับมา

           ซูหว่านหนิงทำจมูกย่นก่อนจะบ่นในใจ “ตัวเองยังไปเที่ยวให้ฉันอยู่บ้านคนเดียวได้เลย”

           ทางด้านเทพเสวี๋ยไป๋ตอนนี้ในหัวมีแต่ภาพกุ้งตัวใหญ่ หมึกย่างส่งกลิ่นหอมยั่วยวน หอยนางรมสดตัวเท่าฝ่ามือมนุษย์ ปลานึ่งใหม่จากเตา ยิ่งคิดก็ยิ่งน้ำลายสอ

           ซูหว่านหนิงได้ยินเสียงสูดน้ำลายจากแมวเทพ เธอหันไปมองพบว่าตรงปากล่างมีน้ำลายเหนียว ๆ ติดอยู่

           “ท่านกำลังคิดถึงอาหารทะเลอยู่ใช่ไหมคะ” เมื่อซูหว่านหนิงถามจบแมวเทพก็สะบัดหางฟาดใส่หลังมือของเธอ

           “สู่รู้ ข้าไปนอนแล้ว” พูดจบก็กระโดดลงเดินกลับเข้าห้องนอน

           ซูหว่านหนิงได้แต่ส่ายหน้าไปมา “คนอื่นได้เทพเจ้าแบบไหนไม่รู้ แต่ฉันได้เทพเจ้าที่ชอบกินมากที่สุด”

 

           วันต่อมาซูหว่านหนิงเดินทางไปที่ห้างสรรพสินค้าอีกครั้ง เพื่อซื้อเสื้อผ้าสำหรับไปเที่ยวทะเล เธอเลือกซื้อเสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบหมวกและแว่นกันแดด ไม่ลืมที่จะซื้อครีมกันแดดติดตัวไปด้วย

           “ยังขาดอะไรอีกนะ” ซูหว่านหนิงทบทวนรายการ

           “ชุดว่ายน้ำต้องซื้อด้วยไหมนะ ไม่ดีกว่า ยังไงฉันก็ไม่กล้าใส่อยู่แล้ว” ซูหว่านหนิงคิดเองตอบเอง เมื่อซื้อของเสร็จก็เดินทางกลับบ้านเพื่อเก็บกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางในวันพรุ่งนี้

           ช่วงเย็นของวันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นเบอร์ของเมิ่งจื่อหยวน ซูหว่านหนิงรีบกดรับสายทันที

           “อาสะใภ้ของเธออยากจะชวนเธอมากินข้าวเย็นด้วยกัน”

           “พรุ่งนี้ฉันจะเดินทางไปซานย่าค่ะ คงไม่ได้ไปเอาไว้โอกาสหน้านะคะ”

           “เธอจะไปซานย่าหรือ มีที่พักหรือยัง” เมิ่งจื่อหยวนรีบถาม

           “ฉันจองโรงแรมไว้แล้วค่ะ” ซูหว่านหนิงตอบ

           “ไปเที่ยวกับเพื่อนหรือว่าไปคนเดียว” เมิ่งจื่อหยวนถามต่อ

           “ไปคนเดียวค่ะ” ซูหว่านหนิงตอบ

           “เป็นผู้หญิงเดินทางคนเดียวมันอันตราย เอาอย่างนี้อาสะใภ้ของเธอมีหลานชายทำธุรกิจอยู่ทางนั้น อาจะโทรถามให้ว่าช่วงนี้เขาอยู่ที่ไหน ถ้าเขาอยู่ที่ซานย่าอาจะขอช่วยให้เขาช่วยดูแล”         

           แม้ซูหว่านหนิงอยากจะปฏิเสธแต่เธอรู้ว่าเมิ่งจื่อหยวนเป็นห่วงเธอด้วยใจจริง ที่ทำได้ตอนนี้คือตอบตกลง

           หลังจากวางสายไปไม่นานเมิ่งจื่อหยวนโทรศัพท์กลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้เป็นภรรยาของเมิ่งจื่อหยวนที่โทรมา

           “สวัสดีค่ะ” ซูหว่านหนิงกรอกเสียงไปตามสาย

           “หว่านหนิงใช่ไหม นี่อาสะใภ้เองนะ อาติดต่อหลานชายให้แล้วเขาชื่อว่าโจวจิ่งเสียน เธอสะดวกให้เบอร์โทรศัพท์หรือว่าวีแชทกับเขาไหม จะได้เอาไว้ติดต่อกัน” 

           “สะดวกให้ทั้งสองอย่างค่ะ” ซูหว่านหนิงตอบกลับ

           “เที่ยวให้สนุกนะ กลับมาเอาไว้ค่อยมากินข้าวด้วยกันนะ อาขอบคุณมากที่เธอขายหยกให้กับคุณอาเมิ่งของเธอ” 

           “เรื่องขายหยกฉันเต็มใจค่ะ อย่างน้อยคุณอาเมิ่งก็ช่วยเหลือฉันและให้ความรู้เรื่องหยกกับฉัน เอาไว้กลับมาฉันค่อยไปกินข้าวกับคุณอานะคะ” 

 

           หลังจากวางสายไม่นานโปรแกรมวีแชทก็มีข้อความขอเพิ่มเพื่อน ซูหว่านหนิงอ่านชื่อก่อนจะกดตอบรับ

           [สวัสดีครับ ผม โจวจิ่งเสียน]

           [สวัสดีค่ะ ฉัน ซูหว่านหนิง] 

           [ผมขอไฟล์บินของคุณได้ไหมครับ]

           ซูหว่านหนิงแจ้งไฟล์บินให้กับทางโจวจิ่งเสียน

           [พรุ่งนี้ผมจะไปรับคุณที่สนามบิน คุณลงเครื่องแล้วช่วยทักหาผมด้วยนะครับ]

           [ที่จริงแล้วฉันไปเองได้ค่ะ คุณไม่ต้องมารับเลย]

           [ผมยินดีและเต็มใจครับ]

           [ขอบคุณนะคะ พรุ่งนี้ฉันจะติดต่อหาคุณ]

           [ครับ]

           เมื่อปลายสายสิ้นสุดการสนทนา ซูหว่านหนิงจึงเก็บโทรศัพท์ไว้ที่เดิมก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงนอนหนานุ่ม “ไม่มีที่นอนไหนหลับสบายเท่าบ้านอีกแล้ว”

 

           ตอนนี้ซูหว่านหนิงกำลังนั่งอยู่บนเครื่องบินการเดินทางจากปักกิ่งไปซานย่าใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง จะไปถึงซานย่าประมาณบ่ายสอง

           เมื่อเครื่องลงจอดซูหว่านหนิงล้วงโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความออกไป

           [ฉันถึงแล้วค่ะ]

           [ผมรออยู่ที่ประตูทางออกหมายเลข 3 ใส่สูทสีดำ]

           ซูหว่านหนิงเดินไปรอกระเป๋าเดินทางเมื่อได้กระเป๋าเธอเดินออกไปที่ทางออกหมายเลข 3 สายตากวาดมองหาคนใส่สูทสีดำที่มารอรับเธอ

 

           ร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ตรงปากทางออก ชายหนุ่มคนนั้นก้มหน้าพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์เพื่อสั่งงานลูกน้อง และเมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับหญิงสาวยืนอยู่ตรงหน้า

           “คุณโจวจิ่งเสียนใช่ไหมคะ” ซูหว่านหนิงเอ่ยถาม

           “ใช่ครับ คุณคือ คุณซูหว่านหนิง” 

           “ใช่ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” 

           “เช่นกันครับ” โจวจิ่งเสียนตอบ ก่อนจะมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง ผู้หญิงคนนี้รูปร่างเล็กสูงประมาณไหล่ของเขาเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องรูปร่างหน้าตานั้นซูหว่านหนิงไม่ใช่คนสวยแต่เป็นคนน่ารักมองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ

           ซูหว่านหนิงก็มองสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าเช่นเดียวกัน เธอสูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผู้ชายตรงหน้าน่าจะสูงประมาณ 185 – 190 เซนติเมตร เมื่อยืนเทียบกับเขาเธอดูเป็นเด็กน้อยขึ้นมาในทันที ส่วนเรื่องรูปร่างหน้าตานั้น ซูหว่านหนิงยอมรับเลยว่าชายหนุ่มตรงหน้าหล่อระดับพระเอกละครที่ท่านเทพเจ้าแมวเหมียวชื่นชอบ