LNCrawler

เที่ยวทะเลครั้งแรก 2

ซูหว่านหนิงพลิกชะตาชีวิตด้วยเนตรทองคำ — novel.dek d.com · All chapters

เที่ยวทะเลครั้งแรก 2

 

            เสียงโทรศัพท์ของโจวจิ่งเสียนดังขึ้นเมื่อชายหนุ่มกดรับสาย ซูหว่านหนิงรู้ได้ทันทีว่าปลายสายคือใคร

           “เจอกันแล้วครับ อาเล็กจะคุยไหม” พูดจบก็ยื่นโทรศัพท์ให้กับหญิงสาวข้างกาย

           ซูหว่านหนิงรับโทรศัพท์มาก่อนจะพูดคุยกับปลายสายเป็นคุณนายเมิ่งภรรยาของเมิ่งจื่อหยวนที่โทรมาถามข่าวคราว คุยกันสองสามประโยคซูหว่านหนิงส่งโทรศัพท์คืนให้เจ้าของ

           “วางสายแล้วค่ะ” ซูหว่านหนิงพูดขึ้น

           โจวจิ่งเสียนรับโทรศัพท์กลับคืนมาก่อนจะยื่นมือไปที่กระเป๋าเดินทาง

           “ผมช่วยครับ” 

           ซูหว่านหนิงปล่อยให้ชายหนุ่มช่วยเหลือ ทั้งสองเดินออกไปที่ลานจอดรถ ก่อนที่โจวจิ่งเสียนจะเปิดท้ายรถเอากระเป๋าใส่เข้าไป แล้วเดินมาเปิดประตูรถให้ซูหว่านหนิง

           หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปโจวจิ่งเสียนถามถึงเรื่องที่พัก ซึ่งที่พักที่ซูหว่านหนิงจองเอาไว้ เป็นโรงแรมที่โจวจิ่งเสียนดูแลอยู่

           “ขอบคุณที่มาส่งค่ะ” ซูหว่านหนิงลงจากรถไม่ลืมที่จะเอ่ยขอบคุณ

           “ไม่เป็นไรครับ ถ้ามีอะไรให้ช่วยติดต่อมาได้เลย” 

 

           หลังจากเช็คอินเข้าที่พักซูหว่านหนิงเปิดผ้าม่านในห้อง เมื่อมองออกไปจากหน้าต่างจะเห็นทะเลสีคราม มีเรือลอยอยู่กลางทะเล 

           “ท่านเทพตอนเย็นท่านจะไปเดินเล่นชายหาดกับฉันไหมคะ” ซูหว่านหนิงหันไปถามแมวเทพข้างกาย

           “ข้าไม่อยากเดินเล่น ข้าอยากกินกุ้งเผาตัวใหญ่ เอาตัวใหญ่เลยนะไม่ใช่กุ้งแดงเหมือนกับที่เจ้าเคยซื้อมา”

           “ได้ค่ะ ฉันจะซื้อกุ้งตัวใหญ่ให้ท่านกินให้จุใจไปเลย” 

           ช่วงเย็นซูหว่านหนิงเดินออกจากโรงแรมข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามที่เป็นชายหาดสีขาว เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดถ่ายภาพบันทึกเอาไว้เป็นความทรงจำ

           “สวยมากเลย” ซูหว่านหนิงมองท้องทะเลที่กว้างใหญ่ เธอเดินไปตามชายหาดเรื่อย ๆ จนกระทั่งเจอร้านอาหารแห่งหนึ่ง

           “สอบถามหน่อยค่ะ สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้ามานั่งกินในร้านได้ไหมคะ” ซูหว่านหนิงเดินเข้าไปถามพนักงาน

           “ที่นั่งด้านนอกนำสัตว์เลี้ยงมาได้ค่ะ แต่ด้านในไม่อนุญาต” พนักงานตอบ

 

           ซูหว่านหนิงจองโต๊ะด้านนอกที่ดินกับชายหาด ก่อนจะส่งกระแสจิตหาเทพเสวี๋ยไป๋

           “ท่านจะสั่งอาหารอะไรบ้าง ฉันจะสั่งให้” ซูหว่านหนิงส่งกระแสจิตถาม

           แมวสีขาวขนปุกปุยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ตอบกลับมาว่า 

           “กุ้งมังกรนึ่งกระเทียม ปลาเก๋าเพลิงทอดซอสเปรี้ยวหวาน หมึกย่าง ปูเหอเล่อผัดพริกหยวก หอยเชลล์อบชีส”

           เสียงรายการสั่งอาหารร่ายยาวเป็นหางว่าว ซูหว่านหนิงได้แต่พยักหน้าสั่งอาหารตามที่ท่านเทพต้องการ พนักงานที่มารับออเดอร์ถึงกับถามย้ำเรื่องรายการอาหาร

           “ไม่ต้องกลัวค่ะ ฉันกินหมดอีกอย่างแมวของฉันก็กินจุมาก” 

           พนักงานรับออเดอร์ก่อนจะเดินเข้าครัวเพื่อสั่งอาหาร เมื่ออาหารจานแรกมาถึงซูหว่านหนิงจัดการแกะเปลือกกุ้งและวางใส่ชามให้ท่านเทพ

           “ฉันไม่เคยกินกุ้งมังกรมาก่อน เนื้อของมันหวานอร่อยมาก” ซูหว่านหนิงแกะเนื้อกุ้งเข้าปาก 

 

           เมื่ออาหารทยอยมาเสิร์ฟหนึ่งคนหนึ่งแมวนั่งกินอาหารที่สั่งมาจนหมด พนักงานที่มาเก็บเงินถึงกับมองซูหว่านหนิงและแมวสีขาวด้วยความแปลกใจ

           “แมวของฉันชอบกินอาหารคนค่ะ ไม่ชอบกินอาหารแมว” ซูหว่านหนิงพูดเพื่อคลายความสงสัยของพนักงาน

           “กินอาหารคนแล้วไม่เป็นอันตรายกับแมวหรือคะ” พนักงานถามเพราะที่บ้านของเธอก็เลี้ยงแมวเช่นเดียวกัน

           “ถ้าเป็นแมวตัวอื่นอาจจะเป็นอันตราย แต่สำหรับแมวของฉันไม่เป็นค่ะ ฉันไม่แนะนำให้คุณทำตามไม่อย่างนั้นแมวของคุณอาจจะไม่สบายเอาได้” จ่ายเงินเสร็จซูหว่านหนิงก็เดินย่อยตามริมชายหาด เธอย่อตัวลงก่อนจะใช้นิ้วจิ้มน้ำทะลแล้วเอาเข้าปาก

           “แหวะ เค็มจริงด้วย” ซูหว่านหนิงรีบบ้วนน้ำลายทิ้ง

           วันต่อมาซูหว่านหนิงจองทัวร์กับทางโรงแรมเพื่อนั่งเรือไปเที่ยวเกาะหวู่จื่อโจว ที่ได้รับสมยานามว่า มัลดีฟส์เมืองจีน โปรแกรมท่องเที่ยวในวันนี้มีการดำน้ำเพื่อดูปะการังและขับเจ็ทสกีรอบเกาะ

 

           วันถัดไปซูหว่านหนิงจองทัวร์ไปเที่ยวที่เกาะซีต่าวที่อยู่ฝั่งตะวันตก สัมผัสชีวิตของชาวประมงท้องถิ่น มีคาเฟ่เปิดบริการสำหรับนักท่องเที่ยว

           เมื่อซูหว่านหนิงกลับถึงห้องพักก็รีบเล่าเรื่องที่ไปเที่ยวในวันนี้ให้ท่านเทพฟัง

           “ท่านเทพ ฉันชอบชีวิตที่นี่มากเลย”

           “ชอบแล้วทำไมไม่หาซื้อบ้านเก็บไว้สักหลัง” ท่านเทพเสนอแนะ

           “มันจะคุ้มกันหรือคะ นาน ๆ มาสักครั้ง” ซูหว่านหนิงถามกลับ

           “ซื้อบ้านไม่มีคำว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม ราคาบ้านพุ่งขึ้นสูงทุกปี หากเจ้าไม่อยากมาอยู่แล้วก็ขายเอากำไรไปเสีย”

           ซูหว่านหนิงครุ่นคิดพรุ่งนี้เธอจะต้องเดินทางกลับปักกิ่งแล้ว หากจะซื้อบ้านที่ซานย่าต้องหาคนพื้นที่ที่สามารถแนะนำเธอได้

 

           มือบางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาก่อนจะกดข้อความส่งวีแชทหาโจวจิ่งเสียน

           [สวัสดีค่ะ ฉันรบกวนคุณไหมคะ]

           ไม่ถึงหนึ่งนาทีข้อความถูกส่งกลับมาว่า

           [ไม่รบกวนครับ]

           [คือว่าฉันอยากสอบถามคุณ ว่าคุณพอจะรู้จักนายหน้าขายบ้านที่ซานย่าบ้างไหม ฉันชอบบรรยากาศที่นี่มากเลย อยากจะซื้อบ้านเก็บไว้สักหลัง]

           ปลายทางเงียบไปสักพักก่อนจะตอบกลับมาว่า

           [ผมมีคอนโดมิเนียมที่กำลังก่อสร้าง จะแล้วเสร็จในอีกประมาณสองเดือน คุณสนใจไหมครับ สำหรับคุณผมให้ราคากันเอง]

           ซูหว่านหนิงยิ้มดีใจก่อนจะตอบไปว่า [สนใจค่ะ แต่พรุ่งนี้ฉันต้องกลับแล้ว คุณพอจะมีรูปให้ดูก่อนไหมคะ]

           โจวจิ่งเสียนมองดูนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงเย็นอีกหนึ่งชั่วโมงถึงจะเลิกงาน

           [ผมสามารถพาคุณไปดูที่ก่อสร้างได้ครับ ตอนนี้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วกำลังเก็บรายละเอียดอีกเล็กน้อย คุณอยากไปดูไหม อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่พัก ขับรถไม่ถึงสิบนาที]

           [สนใจค่ะ] 

           [อีก 10 นาทีเจอกันที่ล็อบบี้ครับ]

           [ได้ค่ะ]

 

           ซูหว่านหนิงพิมพ์ข้อความเสร็จเธอหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมา ก่อนจะถามท่านเทพอีกครั้งว่าอยากจะไปด้วยไหม

           “หากเจ้าพาข้าไป เจ้าไม่กลัวว่าเจ้าหนุ่มนั่นจะสงสัยหรือว่าเจ้าเอาแมวมาจากไหน” 

           “ถ้าท่านไม่ไปด้วยแล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าต้องจองบ้านชั้นไหนและห้องไหน”

           “เจ้าโง่ ข้าสามารถส่งกระแสจิตหาเจ้าได้ ขอเพียงเจ้าไปถึงที่หมายข้าก็จะมองเห็นสถานที่นั้น”

           ซูหว่านหนิงลงไปที่ล็อบบี้โรงแรม โจวจิ่งเสียนยืนรอก่อนแล้ว ทั้งสองเดินออกจากโรงแรมก่อนจะนั่งรถไปที่คอนโดมิเนียมในเครือตระกูลโจว

           “คอนโดมิเนียมที่กำลังก่อสร้างมีทั้งหมด 30 ชั้น คุณอยากได้ห้องพักขนาดกี่ตารางเมตรบอกผมได้เลยครับ” โจวจิ่งเสียนขับรถจอดที่ลานจอดรถ

 

           ซูหว่านหนิงเปิดประตูลงจากรถก่อนจะเงยหน้ามองคอนโดมิเนียมตรงหน้า ความสูงของมันพอ ๆ กับบ้านที่ปักกิ่งของเธอ

           “ท่านเห็นไหมคะ” ซูหว่านหนิงส่งกระแสจิตถาม

           “จองชั้นเดิมชั้นที่ 28 ส่วนห้องพักขอเป็นห้องที่มองเห็นวิวทะเล” เทพเสวี๋ยไป๋ส่งกระแสจิตกลับมา

           เมื่อได้รับคำตอบจากท่านเทพซูหว่านหนิงหันไปพูดกับชายหนุ่มที่เดินอยู่ด้านข้าง

           “ฉันอยากได้ห้องพักที่ชั้น 28 ค่ะ ขอห้องที่มองเห็นวิวทะเลชัดที่สุด” ซูหว่านหนิงบอกความต้องการออกไป

           โจวจิ่งเสียนเปิดข้อมูลในโทรศัพท์เพื่อดูรายละเอียด ห้องพักชั้น 28 แต่ละห้องมีขนาด 160 ตารางเมตร มีทั้งแบบ 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ส่วนราคาขายนั้นอยู่ที่ตารางเมตรละ 35,000 หยวน ราคานี้รวมตกแต่งภายในเรียบร้อยแล้ว

           “ราคาขายห้องชุดบนชั้น 28 อยู่ที่ 5,600,000 หยวน ผมจะคิดราคาพิเศษให้คุณลดพิเศษ 300,000 หยวน ราคานี้รวมตกแต่งภายใน คุณสามารถเลือกแบบตกแต่งได้ครับ”

           ซูหว่านหนิงฟังราคาตอนแรกเธอคิดว่าราคาคงจะแพงกว่านี้ เมื่อฟังราคาหญิงสาวตอบตกลงทันที

           “คุณไปเลือกห้องก่อนดีไหม ชอบห้องไหนผมจะเขียนใบจองให้” โจวจิ่งเสียนถาม

           “ได้ค่ะ” ซูหว่านหนิงตอบตกลง

           เมื่อขึ้นไปถึงชั้น 28 ท่านเทพก็ส่งกระแสจิตกลับมาเพื่อบอกซูหว่านหนิงให้เลือกห้องพักหมายเลข 2808 ซึ่งเลขแปดเป็นเลขมงคลเรียกโชคลาภ ทรัพย์สิน เงินทอง

           “ฉันจองห้องพัก 2808 ค่ะ” ซูหว่านหนิงบอกกับชายหนุ่ม

           “พรุ่งนี้ช่วงเช้าผมจะแวะเอาเอกสารใบจองไปให้คุณเซ็นนะครับ”

           “ได้ค่ะ”

           โจวจิ่งเสียนไปส่งหญิงสาวที่โรงแรม เขาขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารมื้อเย็น แต่ซูหว่านหนิงปฏิเสธ เธอไม่อยากรบกวนชายหนุ่มมากเกินไป

           วันต่อมาซูหว่านหนิงนั่งอยู่ในห้องทำงานของโจวจิ่งเสียน เบื้องหน้าของเธอคือเอกสารการจองห้องชุดหมายเลข 2808 

           “ฉันเซ็นตรงนี้ใช่ไหมคะ” ซูหว่านหนิงชี้นิ้วไปตรงช่องว่าง

           “ใช่ครับ” โจวจิ่งเสียนตอบ

           ซูหว่านหนิงเซ็นชื่อลงไปก่อนจะเลื่อนเอกสารกลับคืนให้ชายหนุ่ม ก่อนจะกดโอนเงินมัดจำให้กับทางบริษัท 

           “ส่วนเรื่องการตกแต่งฉันขอเป็นโทนสีขาวดำค่ะ” ซูหว่านหนิงบอกความต้องการ

           “ได้ครับ ก่อนจะเลือกแบบผมจะส่งข้อความหาคุณอีกครั้ง” โจวจิ่งเสียนตอบ

           ช่วงสายโจวจิ่งเสียนให้เลขาขับรถไปส่งซูหว่านหนิงที่สนามบิน วันนี้เขาติดประชุมไม่สามารถไปส่งเองได้ ซูหว่านหนิงบอกลาก่อนจะขึ้นรถเพื่อเดินทางไปสนามบิน 

           เมื่อมาถึงปักกิ่งเสียงข้อความในโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากโจวจิ่งเสียนที่ทักมาถาม

           [ฉันถึงบ้านแล้วค่ะ]

           ซูหว่านหนิงตอบข้อความกลับไป

           [ผมไม่กวนคุณแล้ว เอาไว้ค่อยเจอกันใหม่นะครับ]

           [คุณมาปักกิ่งเมื่อไหร่ ฉันขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อนะคะ]

           [ได้เลยครับ]