LNCrawler

แผนงานที่วางไว้

ซูหว่านหนิงพลิกชะตาชีวิตด้วยเนตรทองคำ — novel.dek d.com · All chapters

แผนงานที่วางไว้

เมื่อถึงวันนัดซูหว่านหนิงนั่งรถไฟฟ้าเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า ก่อนจะเดินไปหยุดรอที่หน้าร้านปิ้งย่างที่เป็นสถานที่นัดหมายในครั้งนี้

           สวีว่านชิงเดินมาหยุดที่หน้าร้านเมื่อเห็นซูหว่านหนิงก็รีบเดินเข้าไปจับมือทั้งสองข้างขึ้นมา

           “หว่านหนิงเป็นเธอจริง ๆ ด้วย เมื่อคืนฉันยังคิดว่าตัวเองฝันไปอยู่เลย”

           ซูหว่านหนิงอมยิ้มก่อนจะตอบไปว่า “ฉันตัวจริง ๆ เลยค่ะ ไม่ใช่ตัวปลอม”

           “เธอเนี่ยนะหายไปตั้งนานทำไมถึงเพิ่งติดต่อมาตอนนี้ รู้ไหมว่าฉันเฝ้ารอโทรศัพท์เธอทุกวัน ถึงขนาดไปที่ร้านเถ้าแก่หม่าสั่งเอาไว้ว่าถ้าเจอเธอให้ช่วยติดต่อหาฉันด่วน”

           “ตั้งแต่แยกทางกับพี่วันนั้นฉันยังไม่ได้ไปที่ร้านเถ้าแก่หม่าอีกเลย พี่เป็นยังไงบ้างสบายดีไหม”

           “สบายดี เรียนจบแล้วตอนนี้ทำงานเป็นรองผู้จัดการร้านที่ห้างแห่งนี้ แต่คิดว่าเดือนหน้าจะเปลี่ยนงานแล้วล่ะ งานหนักไม่ว่าแต่เพื่อนร่วมงานไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่” สวีว่านชิงบ่น

           สองสาวยืนคุยกันสักพักหรันฮวาก็พุ่งตรงมา “หว่านหนิง”

           เสียงเรียกของหรันฮวาทำให้ซูหว่านหนิงหมุนตัวกลับไป หรันฮวายิ้มหวานก่อนจะรีบเดินเข้ามา

           “ฉันขอแนะนำให้รู้จักกัน นี่หรันฮวาเพื่อนสนิทของฉัน ส่วนนี่คือพี่สวีว่านชิง เป็นพี่สาวที่เคยช่วยเหลือฉัน”

           สวีว่านชิงทำหน้าสงสัยว่าเธอไปช่วยซูหว่านหนิงตอนไหน มีแต่อีกฝ่ายช่วยเหลือเธอ แต่ยังไม่ทันได้ถามซูหว่านหนิงก็กระซิบข้างหู 

           “พี่ช่วยพาฉันไปที่ร้านเถ้าแก่หม่า นี่ถือว่าเป็นการช่วยเหลือแล้วค่ะ”

           “เราไปกินข้าวกันก่อน ฉันหิวข้าวแล้ว มื้อนี้ฉันเป็นเจ้ามือเอง” ซูหว่านหนิงควงแขนสองสาวเดินเข้าไปในร้านปิ้งย่าง 

           ในระหว่างกินข้าวทั้งสองผลัดกันเล่าเรื่องราวในที่ทำงานให้ฟัง หรันฮวาน่าสงสารเพราะต้องเจอกับเจ้านายเจ้าชู้ชอบลวนลาม ส่วนสวีว่านชิงก็เจอกับคนที่ชอบเอาเปรียบ 

           “แล้วเธอล่ะ ตอนนี้ทำงานอะไร” หรันฮวาถาม

           “ฉันกำลังจะเปิดบริษัท ที่นัดทั้งสองมาเจอกันวันนี้ก็เพื่อทาบทามให้ไปทำงานด้วยกัน” เมื่อซูหว่านหนิงพูดจบสองสาวก็ทำตาโต

           “ไม่ต้องทำหน้าตกใจแบบนั้น ฉันจ้างให้โรงงานผลิตสินค้าเป็นแบรนด์ของฉันเอง ไม่ได้ลงทุนสร้างโรงงานเองหรอก ส่วนบริษัทก็ตั้งอยู่ที่เขตอุตสาหกรรม เดินทางสะดวกเพราะมีรถไฟฟ้าผ่านหน้าเขตอุตสาหกรรม” 

           “ทำ ฉันทำ” หรันฮวารีบตอบ

           “ส่วนของฉันคงต้องรอยื่นใบลาออก อาจจะพร้อมทำต้นเดือนหน้า” สวีว่านชิงตอบ

           “พี่ไม่ต้องรีบค่ะ ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงสั่งผลิตสินค้า ส่วนออฟฟิศกำลังรีโนเวท แต่ไม่น่าจะเกินเดือนหน้าทุกอย่างคงพร้อม” 

           “ยังไงก็ตั้งใจจะลาออกอยู่แล้ว งั้นวันนี้ไปเขียนใบลาออกให้มันจบ ๆ” สวีว่านชิงพูดจริงทำจริง หลังจากกินข้าวเสร็จก็ขอตัวไปเขียนใบลาออกก่อนจะกลับมาหาซูหว่านหนิงและหรันฮวาที่ลานนั่งเล่น

           ตอนนี้บนโต๊ะมีแลปทอปของซูหว่านหนิงวางเอาไว้ เธอกำลังเปิดและอธิบายแผนงานให้กับทั้งสองคน

           “ฉันคิดว่าจะทำแบบสำรวจให้กับคนที่เลี้ยงหมาเลี้ยงแมว โดยจะแจกอาหารให้ฟรีสำหรับหนึ่งเดือน แล้วให้ทางเจ้าของเขียนความเปลี่ยนแปลงลงบนแบบสำรวจที่ให้ไป แต่ฉันไม่รู้ว่าจะไปหาคนพวกนั้นได้จากที่ไหน”

           “จะยากอะไรก็โพสต์ลงโซเซียลรับสมัครอาสาสมัครทดลอง เราแค่ขอรูปถ่ายสัตว์เลี้ยง ชื่อ อายุ เก็บเอาไว้ ส่วนผลิตภัณฑ์ที่จะให้สัตว์เลี้ยงก็ส่งทางไปรษณีย์แทน” สวีว่านชิงเสนอ

           “ความคิดพี่ชิงชิงยอดเยี่ยมมาก ฉันเห็นด้วยกับพี่ชิงชิง” หรันฮวาเห็นด้วย

           “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมาช่วยกันคิดแบบสำรวจว่าจะลงรายละเอียดอะไรลงไปยังไงบ้าง ส่วนจำนวนสัตว์เลี้ยงนั้นฉันอยากได้แมว 20 ตัวและหมาอีก 20 ตัว ทุกคนว่าเป็นยังไงหรือว่าเอาเพิ่มอีก” ซูหว่านหนิงถาม

           “พอแล้วล่ะ เริ่มจากที่ฉันเป็นคนแรก ที่บ้านของฉันเลี้ยงแมวหนึ่งตัว” สวีว่านชิงตอบ

           “ฉันก็เลี้ยงแมวเหมือนกัน หว่านหนิงฉันจะไปถามคนที่หอพักให้ดีไหม ที่นั่นพวกเขาเลี้ยงแมวกันหลายห้องเลย ใช่แล้ว ป้าเจ้าของหอพักที่บ้านของแกเลี้ยงหมาอย่างน้อย ๆ ประมาณ 5 ตัว” หรันฮวาพูดขึ้นมา

           “เอาล่ะ นับตั้งแต่วันนี้ไปพวกเธอสองคนเป็นพนักงานในบริษัทของฉัน งั้นเรามาพูดถึงเรื่องเงินเดือนเลยแล้วกัน” ซูหว่านหนิงเปิดหน้าจอระดับเงินเดือนขึ้นมา

           “หยุด อย่าเพิ่งพูดเรื่องเงินเดือน พวกเรายังไม่ได้ทำอะไรเลย เอาไว้ได้ทำงานเมื่อไหร่ค่อยมาพูดเรื่องนี้” หรันฮวารีบยกมือขึ้น

           “ไม่ได้ ยังไงก็ต้องพูดกันวันนี้เลย” ซูหว่านหนิงเองก็ไม่ยอมเช่นกัน

           “เอาล่ะ ในเมื่อเถียงเธอไม่ชนะ จะทำยังไงก็ทำ” สวีว่านชิงพูดขึ้น

           “เงินเดือนเริ่มต้นในช่วงที่บริษัทเปิดใหม่จะอยู่ที่ 15,000 หยวน เงินจำนวนนี้หักค่าภาษีหักค่าประกันที่ต้องจ่ายให้กับภาครัฐแล้ว พวกเธอเห็นด้วยกับเงินจำนวนนี้ไหม”

           “เงินเดือนนี้เยอะเกินไปฉันทำงานที่เดิมยังได้แค่ 8,000 หยวน เธอไม่ต้องให้เงินเดือนเยอะขนาดนี้หรอก เอาเท่าที่ฉันเคยได้ก็พอแล้ว” หรันฮวารีบบอก

           “เงินเดือนของฉันก็อยู่ที่ 8,000 หยวนเหมือนกัน” เงินเดือนเรทนี้เป็นเงินเดือนสำหรับนักศึกษาจบใหม่ ส่วนสายงานที่เงินเดือนสูงลิ่วก็คือสายงานพวก IT

           ซูหว่านหนิงยืนกรานที่จะให้เงินเดือนตามที่เธอตั้งเอาไว้ เมื่อจัดการเรื่องเงินเดือนเสร็จ สวีว่านชิงแนะนำให้ซูหว่านหนิงจ้างเน็ตไอดอลมาช่วยโปรโมทสินค้า

           “มันจะได้ผลหรือคะ” ซูหว่านหนิงถาม

           “ได้ผลมากเลยล่ะ เราต้องหาคนที่มีจำนวนผู้ติดตามมากและต้องมีความน่าเชื่อถือ ถ้าจะให้ดีต้องเป็นคนที่เลี้ยงสัตว์ด้วย ตอนนี้คนทั่วไปนิยมที่จะซื้อของตามพวกเน็ตไอดอลที่ออกมารีวิวสินค้า” 

           “ฉันตามเน็ตไอดอลอยู่คนหนึ่งผู้ติดตามหลายสิบล้าน ไม่ว่าเธอจะหยิบสินค้าอะไรมารีวิว ยอดขายสินค้านั้นถล่มทลาย ฉันจำได้ว่าเธอเลี้ยงแมวด้วย” หรันฮวาพูดจบก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดแอปโตวอิน ก่อนจะค้นหาเน็ตไอดอลคนนั้นและส่งให้ซูหว่านหนิงดู

           “รอให้ทางโรงงานส่งสินค้าชุดแรกมาก่อน ฉันจะติดต่อเน็ตไอดอลคนนี้ให้เอาสินค้าไปทดลองให้แมวของเธอกิน” 

           “หว่านหนิงเธอต้องติดต่อตั้งแต่เนิ่น ๆ ทางนั้นจะได้จัดเตรียมตารางเอาไว้ล่วงหน้า เน็ตไอดอลพวกนี้มีงานให้รีวิวทุกวัน ส่วนนี่คือช่องทางติดต่อ” หรันฮวาบันทึกภาพหน้าจอก่อนจะส่งช่องทางติดต่อให้กับซูหว่านหนิงทางวีแชท

           สามสาวนั่งวางแผนงานจนกระทั่งเย็น ก่อนกลับซูหว่านหนิงเลี้ยงบะหมี่อีกหนึ่งมื้อ

           “ออฟฟิศรีโนเวทเสร็จแล้วฉันจะโทรตามทุกคนนะ” ซูหว่านหนิงโลกมือลาก่อนจะนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินกลับบ้าน

 

           ธุรกิจของซูหว่านหนิงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ส่วนธุรกิจของตระกูลซูนั้นกำลังประสบปัญหาเพราะสินค้าที่ผลิตออกมาชุดแรกนั้นไม่ได้มาตราฐานตามที่รัฐกำหนด ทำให้ต้องทิ้งสินค้าทั้งหมดซึ่งความเสียหายหลักล้านหยวน

           ซูเฉียงปาเอกสารใส่หน้าลูกชาย เพราะเขาให้ซูเย่หมิงเป็นคนรับผิดชอบในการผลิตสินค้าชุดแรก ทางซูเย่หมิงต้องการกำไรที่มากขึ้นจึงได้ลดเกรดวัตถุดิบลง

           ซูเย่หมิงนั่งก้มหน้าไม่พูดจาแต่สองมือกำแน่น ชายหนุ่มไม่คิดว่างานที่ได้รับมอบหมายเป็นงานแรกจะผิดพลาดทำให้บริษัทขาดทุนหลักล้านหยวน

           “ต่อไปนี้แกไม่ต้องเข้าไปที่บริษัท งานในส่วนของแกฉันจะยกให้คนอื่นทำ ส่วนแกไปหางานทำข้างนอกเถอะ ฉันทนรับไม่ไหวที่จะต้องเสียเงินหลักล้าน”

           “พ่อครับผมขอโอกาสอีกครั้งได้ไหม รับรองว่าผมจะไม่ทำผิดพลาดอีกแล้ว” ซูเย่หมิงคุกเข่าอ้อนวอน

           “แกน่าจะรู้ดีว่าการเงินของบ้านเราเป็นยังไง นี่สินค้าชุดแรกก็ขาดทุนไปแล้วสามล้านหยวน แล้วถ้าสินค้าชุดที่สองต้องขาดทุนอีกแกรู้ใช่ไหมว่าครอบครัวของเราจะไม่เหลืออะไรแล้ว” ซูเฉียงนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับและท้ายทอย ตั้งแต่ที่โรงงานไฟไหม้ซูเฉียงมักมีอาการปวดหัว ปวดมากจนถึงขั้นต้องหายากิน

           “คุณคะ ใจเย็นลงสักหน่อย อย่าถึงขั้นไล่ลูกออกจากบริษัทเลยนะ ลองให้เจ้าใหญ่ทำงานเป็นพนักงานทั่วไปก่อนดีไหม รอให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนแล้วค่อยเลื่อนขั้น” หลี่ม่านจับมือสามีขึ้นมาลูบไล้เพื่อปลอบประโลม

           “เอาล่ะ ต่อไปแกไปทำงานในตำแหน่งรองผู้จัดการทั่วไป คอยดูแลเรื่องต่าง ๆ ในบริษัท ส่วนเงินเดือนนั้นอยู่ที่ 10,000 หยวน”

           ซูเย่หมิงหันไปมองหน้าแม่เงินเดือน 10,000 หยวนจะไปพอใช้อะไร เมื่อก่อนตอนที่เรียนต่างประเทศเขากับน้องสาวได้เงินรายเดือนใช้จ่ายคนละ 30,000 หยวน เงิน 10,000 หยวนยังไม่ถึงครึ่งเงินที่เคยได้รับเลย

           หลี่ม่านเข้าใจว่าลูกชายต้องการอะไร เธอได้แต่พยักหน้าให้ซูเย่หมิงยินยอมไปก่อน

           “ตกลงครับ” ซูเย่หมิงตอบก่อนจะเดินขึ้นห้องนอน

           

           ทางด้านซูหว่านหนิงหลังจากกลับบ้านเธอรีบติดต่อหาเน็ตไอดอลเพื่อจองตัวให้ช่วยรีวิวสินค้า ส่วนเรทการรับงานนั้นอยู่ที่รีวิวละ 30,000 หยวน 

           [ฉันจะจ้างคุณทั้งหมด 10 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 300,000 หยวน รอให้ฉันได้รับสินค้ามาก่อนแล้วจะส่งไปให้คุณ]

           [ยินดีที่ได้ร่วมงานค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะให้ผู้จัดการส่งเอกสารจ้างงานให้คุณทางอีเมลที่ให้ไว้]