ยอดขายพุ่งกระฉูด
ยอดขายพุ่งกระฉูด
เมื่อครบหนึ่งเดือนซูหว่านหนิงจ่ายเงินเดือนให้กับสองสาว เธอทำบัญชีรายรับรายจ่ายด้วยตัวเอง เดือนแรกของการเปิดตัวสินค้ากำไรสุทธิอยู่ที่ 120,000 หยวน เงินจำนวนนี้หักค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบริษัทหมดแล้ว
“ฉันจะประกาศรับสมัครงาน เราจะรับตำแหน่งแม่บ้าน 1 คน พนักงานแพคสินค้า 2 คน รายได้คนละ 8,000 หยวน มีข้าวกลางวันฟรี 1 มื้อ”
“เอาตามนั้นเลย” หรันฮวาตอบ
สวีว่านชิงมองดูเงินเดือนที่เข้าในบัญชีธนาคาร จำนวนเงิน 22,000 หยวน เงินเดือน 15,000 หยวน และค่าคอมมิชชั่นอีก 7,000 หยวน ส่วนของหรันฮวานั้นได้ทั้งหมด 18,000 หยวน เป็นค่าแพคสินค้า 3,000 หยวน ซูหว่านหนิงเองก็ให้เงินเดือนกับตัวเองเช่นกัน เธอได้รับเงินเดือน 20,000 หยวน และยังมีค่าแพคของอีก 3,000 หยวน
เสียงข้อความในวีแชทดังขึ้น ซูหว่านหนิงกดเปิดอ่านข้อความที่ถูกส่งมาจากเน็ตไอดอลที่เธอจ้างรีวิว
[ฉันให้แมวของฉันกินอาหารครบหนึ่งเดือนแล้วค่ะ วันนี้ฉันจะเริ่มรีวิวคลิปแรกให้นะคะ ฉันขออนุญาตปักตะกร้าของบริษัทด้วยได้ไหมคะ]
[ปักตะกร้าได้เลยค่ะ ถ้าคุณขายได้ทางบริษัทของเราจะมีส่วนแบ่งสำหรับนายหน้าให้ด้วยค่ะ]
[ฉันลงคลิปเสร็จแล้วจะส่งข้อความไปบอกอีกครั้งนะคะ ขอบคุณสำหรับการจ้างงาน]
ซูหว่านหนิงอ่านข้อความเสร็จเธอรีบเปิดดูสต๊อกสินค้าว่ามียอดคงเหลือเท่าไหร่ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์โทรหาลู่อี้เฉินอีกครั้ง
“สวัสดีครับ” ปลายสายกดรับ
“สวัสดีค่ะรองประธานลู่ ฉันจะสั่งผลิตสินค้าเพิ่มค่ะ” ซูหว่านหนิงตอบกลับไป
“คุณเพิ่งสั่งไปเมื่อสัปดาห์ก่อน แสดงความสินค้าของคุณขายดีมากเลยใช่ไหมครับ”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่อยากได้สต๊อกสินค้าเพิ่มเท่านั้นเอง” ซูหว่านหนิงตอบ
“คุณสะดวกเข้ามาพูดคุยที่บริษัทไหมครับ หรือจะให้ผมไปหาคุณที่บริษัท”
“ฉันจะไปหาคุณเองค่ะ” ซูหว่านหนิงตอบ ก่อนจะกดวางสาย
“พี่ชิงชิง หรันฮวา ฉันต้องไปคุยเรื่องสต๊อกสินค้า ฝากทางนี้ด้วยนะ” ซูหว่านหนิงบอกก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายเดินออกไป
โชคดีที่ขับรถยนต์มาจึงสะดวกในการเดินทางไปยังโรงงานของตระกูลลู่ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่ของตระกูลลู่จะอยู่ด้านในสุดเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในเขตอุตสาหกรรมแห่งนี้
“คุณกินข้าวเที่ยงมาหรือยัง” ลู่อี้เฉินมองนาฬิกาข้อมือที่ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยง
“ยังค่ะ” ซูหว่านหนิงตอบ
“อยากลองไปกินอาหารที่โรงงานผมไหม หรือจะสั่งอาหารจากข้างนอกมากิน” ลู่อี้เฉินเอ่ยชวน
“ปกติแล้วรองประธานลู่กินแบบไหนคะ” ซูหว่านหนิงถามกลับ
“ผมกินง่าย ๆ ครับ ส่วนมากแล้วก็เดินไปกินที่โรงอาหาร ยกเว้นวันที่มีประชุมใหญ่จะสั่งอาหารจากด้านนอกมากิน” ลู่อี้เฉินตอบ
“งั้นไปกินที่โรงอาหารกันค่ะ” ซูหว่านหนิงตอบ
ทั้งสองเดินไปที่โรงอาหารของโรงงาน ซูหว่านหนิงมองสำรวจโดยรอบ โรงอาหารแห่งนี้มีขนาดเล็กกว่าศูนย์อาหารที่เธอไปใช้บริการเป็นประจำ ส่วนอาหารที่ขายนั้นราคาย่อมเยากว่าศูนย์อาหาร
มื้อนี้ลู่อี้เฉินอาสาเป็นเจ้ามือทั้งสองนั่งกินข้าวด้วยกัน ท่ามกลางสายตาของพนักงานที่มองมา
“ไม่เคยเห็นรองประธานลู่พาสาวมากินข้าวเลย หรือว่านี่จะเป็นคนรักของท่านกันนะ”
“ไม่น่าจะใช่นะ สาวน้อยคนนั้นท่าทางอายุยังน้อยอยู่เลย”
“แล้วรองประธานของเราอายุเยอะที่ไหนกัน ปีนี้ยังไม่ถึง 30 ปีเลยนะ”
“จะว่าไปผู้หญิงคนนั้นก็หน้าตาดีนะ เหมาะสมกันดี”
เสียงพูดของพนักงานดังเข้าหูของซูหว่านหนิงและลู่อี้เฉิน ทั้งสองมองสบตากันก่อนจะก้มหน้ากินข้าวของตัวเอง
“ผมขอโทษด้วยครับ ที่พนักงานพูดมากไปหน่อย” ลู่อี้เฉินเอ่ยคำขอโทษ
“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ฉันไม่ได้คิดมากอะไร” ซูหว่านหนิงตอบ
กินข้าวเสร็จลู่อี้เฉินและซูหว่านหนิงกลับไปที่ห้องทำงานอีกครั้ง เพื่อเซ็นสัญญาซื้อขายที่มีมูลค่าสูงมากกว่าทุกครั้ง
“ผมสั่งเครื่องจักรที่ผลิตเกี่ยวกับพวกแชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ คุณสนใจจะมาเป็นลูกค้ารายแรกไหมครับ” ลู่อี้เฉินถาม เพราะตอนนี้เขาได้สั่งเครื่องจักรชุดใหม่เข้ามา อยู่ระหว่างการติดตั้ง
“สนใจสิคะ ตอนที่ไลฟ์สดมีลูกค้าทักถามเข้ามาเยอะว่านอกจากอาหารสัตว์แล้วยังมีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดขายไหม ตอนนี้ฉันตอบไปว่ากำลังคิดค้นสูตร” ซูหว่านหนิงตอบ
“คุณไปคิดค้นสูตรมาได้เลยไม่เกินหนึ่งเดือนโรงงานผมพร้อมผลิตให้คุณเป็นเจ้าแรก”
“ได้ค่ะ ฉันจะรีบกลับไปจัดการ” ซูหว่านหนิงรีบตอบ
ลู่อี้เฉินเดินไปส่งหญิงสาวที่ลานจอดรถ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องทำงาน ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดโทรออก
“เปิดรับสมัครนักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มอีกสองคน เอาคนที่เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ถ้าได้คนแล้วมารายงานผมด้วย” พูดจบก็วางสายไป ส่วนปลายสายที่โทรไปนั้นคือผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่ทำหน้าที่รับสมัครงาน
ซูหว่านหนิงกลับถึงออฟฟิศสิ่งแรกที่ทำก็คือเปิดหาข้อมูลเกี่ยวกับแชมพูและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสัตว์เลี้ยง
“หว่านหนิงฉันทำประกาศรับสมัครงานเสร็จแล้วนะ เธอจะให้ส่งข้อมูลได้เลยไหม” หรันฮวาหันกลับมาถาม
“จัดการได้เลย เพิ่มตำแหน่งพนักงานโกดังอีก 1 คน เอาคนที่มีประสบการณ์ ฉันจะสัมภาษณ์งานพวกเขาด้วยตัวเอง”
“ได้เลย” หรันฮวาตอบก่อนจะหันกลับไปทำงานตรงหน้า
ที่ซูหว่านหนิงต้องการสัมภาษณ์งานด้วยตัวเองก็เพราะเธอมีเนตรทองคำที่จะช่วยคัดแยกคนได้ หากใครที่มาสมัครงานมีสีดำปนเปื้อนนั่นหมายความว่าจิตใจคนนั้นไม่บริสุทธิ์
[ฉันลงคลิปแรกแล้วนะคะ มียอดผู้เข้าชม 125,000 คน]
ซูหว่านหนิงอ่านข้อความที่เน็ตไอดอลส่งมาให้ ยังไม่ทันได้วางโทรศัพท์ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของสวีว่านชิง
“หว่านหนิงแย่แล้ว มาดูออเดอร์นี่สิ ทำไมมันเยอะขนาดนี้”
หรันฮวารีบวิ่งไปดูก่อนจะเห็นเครื่องทยอยปริ้นออเดอร์ออกมาไม่ขาดสาย
“หว่านหนิง เรารวยแล้ว” หรันฮวาหันไปบอกเพื่อนสาว
ยอดออเดอร์ในวันนี้นับดูแล้วทั้งหมดเกือบหนึ่งพันบ้าน ซูหว่านหนิงถึงกับถอนหายใจเพราะพวกเธอจะต้องแพคของส่งกันทั้งวันทั้งคืน
“หรือว่าเราจะนอนค้างที่ออฟฟิศ” สวีว่านชิงเสนอ
“เอาไว้พรุ่งนี้ดีไหมคะ วันนี้แยกย้ายกันกลับบ้านก่อน พรุ่งนี้ค่อยเอาเสื้อผ้ามา ฉันจะสั่งโซฟาแบบปรับนอนได้ให้เขามาส่ง”
“ก็ดีนะ เอาตามนี้เลย” หรันฮวาตอบ
และเช้าวันต่อมาก่อนออกจากบ้านซูหว่านหนิงได้บอกเทพเสวี๋ยไป๋เรื่องที่เธอจะไปนอนค้างที่บริษัท
“เจ้าไปเถอะ ไม่ต้องห่วงข้าหรอก”
“ท่านไม่อยากไปกับฉันหรือคะ” ซูหว่านหนิงถาม
“เจ้ามนุษย์คนนี้ ข้าจะอยากไปกับเจ้าทำไมกัน ว่าแต่ที่นั่นมีของอร่อยกินบ้างไหม”
“มีเยอะมากเลยค่ะ หากท่านอยากกินอะไรฉันสามารถสั่งให้เขามาส่งได้นะ” ซูหว่านหนิงรีบหลอกล่อ
“เอาเถอะ ถือเสียว่าข้าไปดูบริษัทของเจ้าก็แล้วกัน” เมื่อเทพเสวี๋ยไป๋พูดจบซูหว่านหนิงก็รีบอุ้มท่านขึ้นมาก่อนจะรีบพาออกจากบ้าน
“นังเด็กนี่จะรีบไปไหนกัน”
“ฉันกลัวท่านเปลี่ยนใจค่ะ” ซูหว่านหนิงตอบ
และแล้วเทพเสวี๋ยไป๋ก็ได้ไปเยือนที่บริษัท ท่านมองสำรวจพื้นที่โดยรอบ
“ฮวงจุ้ยไม่ดีนักแต่ไม่ต้องกังวล ข้าจัดการให้เอง ต่อจากนี้ไปบริษัทแห่งนี้จะขายดิบขายดี” เทพเสวี๋ยไป๋กระโดดลงจากรถก่อนจะใช้อุ้งเท้าตบไปที่พื้นสามครั้ง
ซูหว่านหนิงมองเห็นแสงสีเงินโอบล้อมรอบบริเวณก่อนที่มันจะค่อย ๆ จางหายไป
“หว่านหนิงเธอเลี้ยงแมวด้วยหรือ” หรันฮวาเดินมาพร้อมกับสวีว่านชิง
“เลี้ยงไว้นานแล้วล่ะ ชื่อว่าเทพเสวี๋ยไป๋” ซูหว่านหนิงตอบ
สองสาวมองแมวสีขาวที่มีขนปุกปุย หรันฮวาอยากเดินเข้าไปอุ้มแต่โดนแมวสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งหายไป
“แมวของฉันไม่ค่อยคุ้นเคยกับคน ปกติแล้วเลี้ยงอยู่แต่ในห้อง มันค่อนข้างถือตัวไม่ชอบให้ใครจับ”
“เทพเสวี๋ยไป๋ของเธอน่ารักดีนะ ตัวผู้หรือตัวเมียล่ะ” หรันฮวาถามต่อ
“เพศผู้จ๊ะ” ซูหว่านหนิงตอบ
“พอดีเลยหยวนเป่าของฉันเป็นตัวเมีย เธอสนใจจะเกี่ยวดองกับฉันไหม” หรันฮวาพูดติดตลก แต่คนที่ไม่ตลกด้วยก็คือเทพเสวี๋ยไป๋ที่ได้ยินคำพูดนี้เข้า
“นังมนุษย์หน้าโง่คนนี้ เอาสมองส่วนไหนคิดจะให้ข้าไปผสมพันธุ์กับสัตว์เหล่านั้น”
ซูหว่านหนิงได้ยินเสียงของเทพเสวี๋ยไป๋ เธอได้แต่ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะพูดกับหรันฮวาว่า
“คงจะเกี่ยวดองกันไม่ได้หรอก เพราะเทพเสวี๋ยไป๋ของฉันทำหมันแล้ว”
พูดจบก็ได้ยินเสียงก่นด่าจากเทพเสวี๋ยไป๋ชุดใหญ่ ซูหว่านหนิงทำเป็นเมินก่อนจะเดินขึ้นไปที่สำนักงาน
เมื่อเปิดประตูห้องทำงานสิ่งแรกที่เห็นก็คือกระดาษออเดอร์ที่ออกมาจากเครื่องพิมพ์ออเดอร์
“ตายแล้วจะทำทันไหมล่ะเนี่ย” หรันฮวารีบพุ่งตัวเข้าไปจัดเก็บออเดอร์
“หว่านหนิงออเดอร์ในมือของฉันมีทั้งหมด 1,520 บ้าน เธอดูนี่สิเครื่องยังพิมพ์ออเดอร์ออกมาเรื่อย ๆ เลย”