LNCrawler

แผนเซอร์ไพร้ส์วันเกิด

ซูหว่านหนิงพลิกชะตาชีวิตด้วยเนตรทองคำ — novel.dek d.com · All chapters

แผนเซอร์ไพร้ส์วันเกิด

 

            คุณนายลู่เดินไปนั่งบนโซฟาฟังสามีโทรศัพท์คุยกับปลายสาย ซึ่งนางรู้ได้ทันทีว่าปลายสายนั้นคือเมิ่งจื่อหยวนเพื่อนรักของสามีและเป็นเพื่อนกับนางด้วยเช่นกัน

           “อาหยวนไม่ได้อยู่ปักกิ่งหรือคะ” คุณนายลู่ถามเมื่อสามีวางสาย

           “ไปเที่ยวซานย่า ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าไปเซอร์ไพร้ส์วันเกิดของหลานบุญธรรม คุณจำเด็กสาวที่ชื่อซูหว่านหนิงที่ผมเล่าให้ฟังได้ไหม” ประธานลู่ถามภรรยา

           คุณนายลู่พยักหน้านางจำได้ว่าสามีเคยพูดถึงเรื่องเด็กสาวคนนี้ให้ฟัง แต่ที่นางแปลกใจคือตอนนี้ลูกชายคนโตก็อยู่ที่ซานย่าเช่นกัน

           “บ้านของหนูนั่นอยู่ที่ซานย่าหรือคะ” คุณนายลู่ถามสามี

           ประธานลู่ส่ายหน้าก่อนจะตอบว่า “หว่านหนิงเป็นคนปักกิ่งแต่กำเนิด เด็กคนนี้น่าสงสารมากเลย” และแล้วประธานลู่ก็เล่าเรื่องราวของซูหว่านหนิงให้ภรรยาฟัง

           “น่าสงสารจังเลย ตระกูลซูนั่นก็เลวได้ใจจริง ๆ มีที่ไหนเชื่อคำพูดของซินแส เด็กดี ๆ คนหนึ่งต้องกลายเป็นตัวอัปมงคล ฉันไม่เชื่อหรอกค่ะว่าแม่หนูคนนั้นจะเป็นเหมือนที่ครอบครัวกล่าวหา” คุณนายลู่ได้ฟังก็โมโหคนตระกูลซูแทนหญิงสาวที่ไม่เคยได้พบหน้า

           “หว่านหนิงจะเป็นตัวอัปมงคลได้ยังไงกัน หยกที่ตระกูลเมิ่งเอามาขายในช่วงสองปีที่ผ่านมาก็เป็นหยกที่ซื้อมาจากหว่านหนิง รวมถึงสร้อยหยกสีน้ำเงินที่ผมทำเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณ ก็เป็นหว่านหนิงที่ขายให้กับตระกูลเมิ่ง ตั้งแต่ที่เหล่าหยวนได้รู้จักกับหว่านหนิง เหล่าหยวนสามารถหาเงินเข้าบริษัทได้มากกว่าพันล้านหยวน คุณจำเรื่องที่อาเหลียนไม่สบายหนักรอบก่อนได้ไหม” ประธานลู่ถามภรรยา

           “จำได้ค่ะ แต่ว่าเรื่องนี้อะไรกับแม่หนูคนนั้นคะ” คุณนายลู่ถามด้วยความสงสัย

           “ที่จริงเหล่าหยวนไม่อยากจะให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไป คนที่ช่วยอาเหลียนให้รอดพ้นจากความตายในครั้งนั้นก็คือหนูหว่านหนิงนี่แหละ เธอแนะนำให้เหล่าหยวนเอากำไลหยกวงนั้นไปถวายวัด ตั้งแต่นั้นมาอาเหลียนก็หายเป็นปลิดทิ้งส่วนคนที่ให้กำไลหยกก็เป็นบ้าและไม่นานก็ตาย”

 

           ขนแขนของคุณนายลู่ลุกชันเรื่องแบบนี้ใครไม่เจอกับตัวไม่รู้หรอก คุณไสยพวกนี้นางก็เคยเจอมาก่อนกว่าจะหาคนมารักษาได้เล่นเอาเกือบเสียชีวิต

           “ฉันอยากเจอแม่หนูหว่านหนิงสักครั้ง อยากจะรู้ว่าเธอหน้าตาและนิสัยเป็นยังไง” 

           “คุณได้เจอแน่เพราะเธอต้องมางานเลี้ยงของบริษัทในฐานะคู่ค้าของโรงงาน” ประธานลู่ตอบ

           จู่ ๆ คุณนายลู่ก็นึกถึงเรื่องที่ลูกชายบอกว่าตัวเองพักผ่อนอยู่ที่ซานย่า ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับแม่หนูหว่านหนิงนี้ด้วยหรือไม่ ในที่สุดคุณนายลู่ก็อดใจไม่ไหวถามสามีไปว่า

           “เจ้าใหญ่กับหนูหว่านหนิงรู้จักกันเป็นการส่วนตัวไหมคะ”

           “รู้จักสิเพราะผมให้เจ้าใหญ่เป็นคนดูแลออเดอร์จากบริษัทของหว่านหนิง คราวก่อนเจ้าใหญ่ยังให้ช่างไอทีของบริษัทไปติดตั้งโปรแกรมให้หว่านหนิงและยังสอนวิธีทำธุรกิจด้วยตัวเอง เจ้าใหญ่ถึงขนาดสั่งเครื่องจักรผลิตสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ และยังพาไปกินข้าวกันที่โรงอาหาร ยังมีคนแซวผมเลยว่าสงสัยเจ้าใหญ่ของเราจะเปิดใจมองหญิงแล้ว” ประธานลู่พูดจบก็หัวเราะ

           ในที่สุดคุณนายลู่ก็เข้าใจว่าทำไมลูกชายตัวดีถึงได้เดินทางไปซานย่า พรุ่งนี้จะเป็นวันเกิดของซูหว่านหนิงจะมีเรื่องบังเอิญแบบนี้ที่ไหนกัน นอกจากลูกชายของนางตั้งใจที่จะไปร่วมอวยพรวันเกิดให้สาวน้อยคนนั้น

           “สามีเราไปซานย่ากันเถอะ” จู่ ๆ คุณนายลู่ก็พูดขึ้น

           “จะไปทำไม หรือคุณอยากไปเที่ยวทะเล” ประธานลู่ถามภรรยา

           “ฉันจะไปดูตัวว่าที่ลูกสะใภ้” คุณนายลู่ตอบ

           “ว่าที่ลูกสะใภ้หรือว่า” ประธานลู่ยังพูดไม่ทันจบ คุณนายลู่ก็พยักหน้าก่อนจะพูดว่า

           “ตอนนี้เจ้าใหญ่อยู่ซานย่า คุณคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือว่าเจ้าใหญ่ตั้งใจที่จะที่นั่น” 

           ประธานลู่นิ่งเงียบไปลูกชายคนโตเขารู้จักนิสัยดี ลู่อี้เฉินไม่มีทางที่จะเดินทางไปพักผ่อนที่ซานย่าอย่างแน่นอน อย่าว่าแต่ซานย่าเลยแค่ให้หยุดอยู่บ้านโดยไม่ต้องทำงานก็ยากแล้ว

           “ผมว่าเราอย่าไปเลย หากว่าเราสองคนไปจะทำให้หนูหว่านหนิงตกใจแตกตื่นไปกันใหญ่ รอเจอตัวที่งานเลี้ยงดีกว่า” 

           คุณนายลู่แม้อยากจะไปแต่คำพูดของสามีก็เหตุผล นางจึงได้แต่พยักหน้ากับคำพูดของสามี

           “ฉันเชื่อคุณ ว่าแต่คุณมีรูปของแม่หนูหว่านหนิงบ้างไหม” 

           ประธานลู่หัวเราะกับความอยากรู้ของภรรยา ก่อนจะเปิดโทรศัพท์มือถือและเปิดวีแชทขึ้นมา ก่อนจะส่งให้กับภรรยา

 

           รูปในวีแชทเป็นรูปที่โจวเหลียนถ่ายให้ในวันที่ไปร่วมงานประมูล วันนั้นซูหว่านหนิงแต่งตัวสวยที่สุดตั้งแต่เกิดมา จึงตั้งใจจะเก็บรูปนี้เอาไว้เป็นความทรงจำที่สวยงาม

           คุณนายลู่มองดูภาพในโทรศัพท์สามี หญิงสาวในภาพเป็นคนสวยคนหนึ่ง เวลาที่เธอยิ้มจะเห็นลักยิ้มเล็ก ๆ ตรงมุมปากทั้งสองข้าง ยิ่งมองก็ยิ่งมีเสน่ห์ 

           “คุณบอกว่าหนูหว่านหนิงขายหยกให้กับเมิ่งกรุ๊ป หยกที่ขายออกไปนั้นราคาดีไหมคะ”

           “จากที่ฟังจากอาหยวนเล่ามาตอนนี้เงินในมือของหนูหว่านหนิงคงมีไม่ต่ำกว่า 600 ล้านหยวน ส่วนกิจการที่เปิดใหม่นั้นกำไรสุทธิสิ้นปีอยู่ที่ 8 ล้านกว่าหยวน เรื่องกำไรที่ผมรู้ก็เพราะเจ้าใหญ่เป็นคนพูดให้ฟัง” 

           คุณนายลู่ตาโตนางไม่คิดว่าเด็กสาวตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะมีทรัพย์สินมากมายขนาดนี้

           “ได้ยินเจ้าใหญ่บอกอีกว่าแต่ละเดือนหนูหว่านหนิงหาเงินจากการเล่นหุ้นได้มากกว่า 10 ล้านหยวน เธอมีบ้านที่ปักกิ่งและซานย่า มีบริษัทในนิคมอุตสาหกรรมที่เดียวกับโรงงานของเรา และยังมีรถยนต์ขับโดยไม่ได้เป็นหนี้ใครเลยสักหยวนเดียว ทุกอย่างเธอสร้างมันขึ้นมาด้วยสองมือเล็ก ๆ นั่น”

 

           ทางด้านเมิ่งจื่อหยวน โจวเหลียน เมิ่งจิ่งถิง หรันฮวาและสวีว่านชิง ทั้งห้าคนออกเดินทางจากปักกิ่งไปที่ซานย่า ก่อนหน้านี้โจวเหลียนได้ซื้อบ้านที่ซานย่าไว้เป็นโครงการเดียวกับของซูหว่านหนิง และบ้านที่ซื้อก็อยู่ชั้นที่ 28 เช่นกัน 

           เมื่อทั้งห้าคนเดินทางไปถึงซานย่าเมิ่งจื่อหยวนได้เรียกรถให้ไปส่งที่บ้าน

           “แม่คะ เราจะไปหาหว่านหนิงเลยไหม” เมิ่งจิ่งถิงถามแม่

           “ตอนนี้ก็ค่ำแล้วเราจะไม่ไปรบกวนหว่านหนิง และพรุ่งนี้เราจะตกแต่งห้องเพื่อใช้เป็นที่จัดงานวันเกิดให้เธอ พวกลูก ๆ ต้องตื่นแต่เช้ามาช่วยแม่ด้วยนะ” โจวเหลียนกำชับ

           “ได้ค่ะ” สามสาวตอบพร้อมกัน 

           บ้านของตระกูลเมิ่งก็มีสามห้องนอนเช่นเดียวกัน จึงแบ่งห้องนอนกันอย่างลงตัว 

           “หิวข้าวกันไหม ฉันจะสั่งข้าวมาให้” เมิ่งจิ่งถิงเคาะห้องพักของสองสาว

           “สั่งมาเลยเดี๋ยวฉันโอนเงินให้” หรันฮวาตอบ 

           เมิ่งจิ่งถิงไม่รอช้าสั่งอาหารมาให้ครอบครัวและเพื่อนสาว ส่วนทางด้านซูหว่านหนิงนั้นตอนนี้กำลังนั่งกินอาหารทะเลกับเทพเสวี๋ยไป๋

           “อาหารทะเลที่นี่เนื้อหวานมากเลย ฉันเริ่มชอบแล้วสิ” ซูหว่านหนิงแกะเนื้อปูก่อนจะจิ้มน้ำจิ้มรสชาติเผ็ดเปรี้ยว

           “ข้าบอกเจ้าแล้วว่ามีเงินก็ต้องหาซื้อความสุขให้ตัวเอง อย่ามัวแต่ทำงานหาเงินจนลืมใช้เงิน ตายไปก็เอาเงินเก็บไปด้วยไม่ได้หรอกนะ” 

           “ฉันรู้แล้วค่ะ ต่อไปฉันจะมาพักที่นี่ให้บ่อยขึ้น และจะหาซื้อบ้านตามสถานที่ท่องเที่ยวเอาไว้พักผ่อนจิตใจ”

           “เจ้าคิดได้ก็ดีแล้ว” เทพเสวี๋ยไป๋ตอบ ก่อนจะก้มหน้ากินกุ้งในจานจนหมด

           “วันหยุดหน้าฉันจะพาท่านไปเที่ยวซินเจียง ท่านอยากไปไหม ซินเจียงคือบ้านเกิดของจิ้งจอกน้อยเฟิ่งจิ่วเชียวนะ” ซูหว่านหนิงพูดถึงซีรี่ย์เรื่องล่าสุดที่ท่านเทพชอบดู

           “ไปสิ ข้าอยากไป” ท่านเทพตอบตกลงทันที

           

           ลู่อี้เฉินรับโทรศัพท์จากเมิ่งจื่อหยวนที่รู้มาจากเพื่อนสนิทว่าหลานชายพักอยู่ที่ซานย่า

           “ผมมาถึงเมื่อเช้าครับ คุณอาเพิ่งมาถึงหรือครับ” ลู่อี้เฉินถาม

           “ใช่แล้ว พรุ่งนี้หลานว่างไหมอาจะชวนมาช่วยจัดงานวันเกิดให้หว่านหนิง” เมิ่งจื่อหยวนเอ่ยชวน มีหรือที่ลู่อี้เฉินจะปฏิเสธ ชายหนุ่มรีบตอบตกลงทันที

           จากเดิมที่คิดว่าจะหาข้ออ้างอะไรบอกกับอีกฝ่ายที่จะชวนไปเลี้ยงฉลองวันเกิด ตอนนี้ไม่ต้องคิดให้ปวดสมองอีกแล้ว แต่ลู่อี้เฉินสงสัยว่าอาเมิ่งรู้ได้ยังไงว่าเขาอยู่ที่ซานย่า

           “พ่อของหลานโทรมาชวนอาไปกินข้าว อาบอกไปว่าอาอยู่ซานย่า แม่ของหลานจึงโทรมาบอกว่าหลานก็อยู่ซานย่าเหมือนกัน ให้อาโทรหา” เมิ่งจื่อหยวนตอบ

           ลู่อี้เฉินหายสงสัยในทันทีคงจะเป็นเพราะเขาบอกแม่ว่าอยู่ที่ซานย่า ท่านคงกำลังสงสัยว่าเขาอยู่ที่ซานย่าจริงหรือหลอก

           “พรุ่งนี้คุณอาวางแผนจะจัดงานยังไงบ้างครับ” ลู่อี้เฉินถาม

           “อาติดต่อให้ร้านมาจัดตกแต่งห้องด้วยลูกโป่งและดอกไม้ ส่วนเค้กวันเกิดก็สั่งเอาไว้แล้ว เหลืออาหารอาคิดจะโทรสั่งพรุ่งนี้” เมิ่งจื่อหยวนตอบ

           “ผมสั่งอาหารให้เองครับ เครื่องดื่มคุณอาอยากจะได้อะไรเป็นพิเศษไหม” 

           “เอาน้ำอัดลมกับพวกไวน์ ไม่ต้องซื้อมาเยอะนะ” 

           “ได้ครับ” ลู่อี้เฉินคุยกับเมิ่งจื่อหยวนต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะวางสายไป