LNCrawler

เกิดเรื่องที่ชายหาด

ซูหว่านหนิงพลิกชะตาชีวิตด้วยเนตรทองคำ — novel.dek d.com · All chapters

เกิดเรื่องที่ชายหาด

            เช้าวันเกิดซูหว่านหนิงตื่นนอนรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะโอนเงินให้มูลนิธิเด็กกำพร้าเพื่อทำบุญ

           “สุขสันต์วันเกิด” เทพเสวี๋ยไป๋เดินออกจากห้องนอน

           “ขอบคุณค่ะ” ซูหว่านหนิงหันไปส่งยิ้มให้

           “ตอนเย็นท่านอยากกินอะไรคะ ฉันจะพาไปเลี้ยง” ซูหว่านหนิงถาม

           “เจ้าไม่ต้องเลี้ยงข้าหรอก เพราะจะมีคนเป็นเจ้ามือเลี้ยงพวกเรา” ท่านเทพตอบ

           ซูหว่านหนิงทำหน้าสงสัยใครกันที่จะเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าว คนที่เธอคิดว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือโจวจิ่งเสียน เพราะว่าชายหนุ่มอยู่ที่ซานย่า          

           “ปีนี้ข้ามีของขวัญที่จะมอบให้แก่เจ้า” เทพเสวี๋ยไป๋พูดจบตรงหน้าของซูหว่านหนิงก็มีทองคำแท่งจำนวน 8 แท่ง น้ำหนักแต่ละแท่งน่าจะประมาณ 1 กิโลกรัม

           “ท่านไม่จำเป็นต้องให้ของขวัญฉันเลยค่ะ ที่ฉันมีกินมีใช้ทุกวันนี้ก็เป็นท่านที่ให้มา” ซูหว่านหนิงลุกขึ้นก่อนจะคุกเข่าลงและคำนับ

           “ข้าขอให้ชีวิตของเจ้าต่อจากนี้มีแต่ความสุข สมหวัง ไร้โรคภัยไข้เจ็บ มีคนที่พร้อมจะเข้ามาดูแลเจ้า” เทพเสวี๋ยไป๋อวยพร

 

           ซูหว่านหนิงเช็ดน้ำตานี่เป็นคำอวยพรที่มีค่ามากที่สุดสำหรับเธอ เทพเสวี๋ยไป๋เปรียบเสมือนผู้ให้ชีวิตใหม่และคอยเป็นอาจารย์สอนให้เธอได้มีชีวิตที่ดีขึ้น

           “วันเกิดใครเขาร้องไห้กันเล่า เช็ดน้ำตาเสีย ข้าไม่อยากจะเห็นมัน” เทพเสวี๋ยไป๋สะบัดหน้าไปทางซ้าย ซูหว่านหนิงรีบเช็ดน้ำตา

           “ขอบคุณท่านมากค่ะ แต่ฉันคงต้องขอฝากของขวัญไว้กับท่านเหมือนเช่นเคย” ปีนี้เป็นปีที่ 3 ที่ท่านเทพมอบของขวัญให้แก่เธอ ของขวัญที่มอบให้มักจะเป็นเครื่องประดับล้ำค่ามากมายส่วนปีนี้เป็นทองคำ

           ท่านเทพเสวี๋ยไป๋ไม่พูดอะไรทำเพียงเก็บของขวัญกลับคืนไป ก่อนที่ทองคำแท่งจะถูกโยนเข้าไปรวมกับกล่องของขวัญที่ซูหว่านหนิงฝากเอาไว้

           มื้อเช้าและมื้อเที่ยงเป็นอาหารที่สั่งจากร้านให้มาส่งที่บ้าน ช่วงเย็นซูหว่านหนิงเดินไปที่ชายหาด วันนี้เธอสวมชุดว่ายน้ำและสวมกางเกงยีนส์ขาสั้นอีกชั้นเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียน

           “ว้าว นั่นหว่านหนิงใช่ไหม สวยจังเลย” หรันฮวาใช้กล้องส่องทางไกลมองไปยังชายหาด 

           ที่จริงแล้ววันนี้หลังจากจัดเตรียมของสำหรับจัดงานวันเกิดเสร็จเรียบร้อย หรันฮวาและสวีว่านชิงทำตัวเป็นนักสืบคอยแอบดูประตูห้องของซูหว่านหนิง 

           ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้าได้ยินเสียงเปิดประตูห้องสองสาวรีบไปแอบดูก่อนจะเห็นซูหว่านหนิงเดินลงไปด้านล่าง จากนั้นหรันฮวาได้ใช้กล้องส่องทางไกลคอยมองดูซูหว่านหนิงตั้งแต่เดินออกจากโครงการข้ามถนนไปยังชายหาด

           “ไหนขอดูบ้างสิ” เมิ่งจิ่งถิงแย่งกล้องมาจากหรันฮวา ก่อนจะมองหาซูหว่านหนิง

           “เพื่อนคนนี้ซ่อนรูปซะมัดเลย” เมิ่งจิ่งถิงมองรูปร่างของซูหว่านหนิงได้แต่นึกอิจฉาที่เธอไม่มีเหมือนเพื่อน

           ลู่อี้เฉินลงจากรถเพื่อเอาของขึ้นไปเก็บที่ห้องพักของเมิ่งจื่อหยวน สายตาของเขามองไปทางชายหาด เขามองหญิงสาวที่สวมชุดว่ายน้ำสีชมพูและสวมกางเกงยีนส์ขาสั้น รูปร่างของผู้หญิงคนนั้นสวยสะดุดตาและเมื่อหญิงสาวคนนั้นหันหน้ามาเขาต้องรีบหันใบหน้าหนีเพราะหญิงสาวคนนั้นคือซูหว่านหนิง

           “ให้ตายเถอะ ทำไมถึงกล้าแต่งตัวแบบนี้” ลู่อี้เฉินรีบเดินเข้าไปในโครงการก่อนจะกดลิฟท์ขึ้นไปที่ชั้น 28

           “พี่อี้เฉินมาแล้ว” เมิ่งจิ่งถิงรีบเปิดประตูก่อนจะลากมือลู่อี้เฉินให้ไปที่ระเบียง

           หรันฮวายื่นกล้องส่องทางไกลให้กับลู่อี้เฉิน ชายหนุ่มรับมาก่อนจะถามด้วยความสงสัย

           “ให้ผมทำไมครับ”

           “ก็ให้ดูคนสวยยังไงล่ะ” เมิ่งจิ่งถิงตอบ ก่อนจะชี้ไปที่จุดที่ซูหว่านหนิงกำลังเดินเล่น

           ลู่อี้เฉินเอากล้องส่องทางไกลแนบกับดวงตาก่อนจะมองไปยังจุดที่ซูหว่านหนิงยืนอยู่ ยิ่งมองด้วยกล้องส่องทางไกลยิ่งมองเห็นสัดส่วนของหญิงสาวชัดเจนมากขึ้น ใบหูของลู่อี้เฉินเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่อนจะลามไปทั่วใบหน้าและลำคอ

 

           ชายหนุ่มรีบเอากล้องส่องทางไกลออกก่อนจะยัดใส่มือของน้องสาว

           “พี่อี้เฉินทำไมต้องหน้าแดงด้วย หรือว่าคิดไม่ซื่อกับเพื่อนของฉัน” เมิ่งจิ่งถิงแซวเล่น

           ลู่อี้เฉินร้อนตัวรีบปฏิเสธแต่ใบหน้ากลับแดงก่ำ

           “เอ๊ะ นั่นใครกันทำไมมาคุยกับหว่านหนิง” สวีว่านชิงชี้ไปที่จุดที่ซูหว่านหนิงยืนอยู่ หากมองจากระเบียงจะเห็นว่ามีชายคนหนึ่งเดินเข้ามา

           ลู่อี้เฉินรีบแย่งกล้องส่องทางไกลจากเมิ่งจิ่งถิงก่อนจะส่องกล้องดูพบว่าชายคนนั้นก็คือ โจวจิ่งเสียน

           “อาเสียนมาได้ยังไง” ลู่อี้เฉินส่งกล้องกลับคืนให้น้องสาว

           เมิ่งจิ่งถิงรีบส่องกล้องดู “พี่ใหญ่มากับคู่หมั้น นั่นไงเธอเดินมาแล้ว” 

           ซูหว่านหนิงพบโจวจิ่งเสียนโดยบังเอิญ ฝ่ายนั้นเดินมาทักเธอก่อนและเธอก็ทักทายกลับไป 

           “พี่นึกว่าเธอกลับไปแล้ว” โจวจิ่งเสียนพูด

           “ฉันยังพักต่ออีกสามวันค่ะ นาน ๆ ได้มาพักผ่อนสักครั้ง ต้องใช้เวลาให้คุ้ม” ซูหว่านหนิงตอบ

 

           ฟางเยว่หรันไม่รู้โผล่มาจากไหนเดินมาคล้องแขนของโจวจิ่งเสียน ก่อนจะมองหน้าซูหว่านหนิงด้วยแววตาไม่เป็นมิตร

           “เธอมาดักรอเจอคู่หมั้นฉันหรือ” ฟางเยว่หรันถาม

           ซูหว่านหนิงเงยหน้าขึ้นมองโจวจิ่งเสียน ชายหนุ่มสีหน้าย่ำแย่ก่อนจะรีบดึงมือว่าที่คู่หมั้นให้เดินออกไป

           “คุณจะรีบไปไหน ฉันยังไม่ได้คำตอบจากเธอเลยนะ” ฟางเยว่หรันพูดจบก็สะบัดมือ เดินไปหยุดตรงหน้าซูหว่านหนิงอีกครั้ง

           “ว่ายังไงฉันถามแล้วทำไมไม่ตอบ” 

           “ฉันจะตอบคุณได้ยังไงในเมื่อฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอพี่จิ่งเสียนที่นี่” ซูหว่านหนิงตอบกลับไป

           “ไม่จริง อยู่ดี ๆ คู่หมั้นของฉันก็อยากจะออกมาเดินเล่นทั้งที่อากาศร้อนจะตาย ฉันห้ามเขาก็ไม่ฟัง นี่ถ้าฉันไม่ออกมาดูก็คงไม่เห็นกับตาว่าพวกเธอสองคนแอบนัดพบกัน”

           “อาหรันคุณหยุดพูดได้แล้ว ผมแค่อยากออกมาเดินเล่น อยู่ในห้องทั้งวันมันอุดอู้น่าเบื่อ มาเจอหว่านหนิงโดยบังเอิญเท่านั้นเอง หว่านหนิงพี่ขอโทษด้วยนะ” โจวจิ่งเสียนไม่ลืมที่จะเอ่ยคำขอโทษ

           ซูหว่านหนิงส่งยิ้มให้โจวจิ่งเสียน ก่อนจะตอบไปว่า “ฉันไม่โกรธหรอกค่ะ”

           “คุณจะไปขอโทษมันทำไม ในเมื่อพวกคุณสองคนนัดพบกัน คนที่คุณต้องขอโทษก็คือฉัน” ฟางเยว่หรันขึ้นเสียง

           เมิ่งจิ่งถิงที่มองดูภาพตรงหน้ารีบวิ่งไปเคาะประตูห้องนอนเรียกพ่อกับแม่ให้ออกมา

           “แม่คะ เรารีบไปข้างล่างกันเถอะ หว่านหนิงเกิดเรื่องแล้ว” 

           เมิ่งจื่อหยวนและโจวเหลียนตกใจรีบวิ่งออกจากห้องนอน เช่นเดียวกับลู่อี้เฉิน หรันฮวาและสวีว่านชิงที่พร้อมใจกันออกจากห้องพักเพื่อลงไปเป็นกองหลังให้กับซูหว่านหนิง

           “อาหรันผมบอกให้คุณหยุดพูด ผมบอกคุณแล้วไงว่าผมไม่ได้นัดกับหว่านหนิง” โจวจิ่งเสียนพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เบาลง เขาไม่ต้องการให้ใครมารับรู้เรื่องราวในวันนี้

           “ไม่ได้นัดแล้วคุณออกมาทำไม ฉันบอกให้คุณรอฉันก่อนแล้วค่อยมา แต่คุณก็ไม่ฟัง” ฟางเยว่หรันร้องไห้ออกมา

           โจวจิ่งเสียนโอบไหล่คู่หมั้น ฟางเยว่หรันซุกหน้าลงบนหน้าอกก่อนจะร้องไห้โฮ ซูหว่านหนิงมองภาพตรงหน้าก่อนจะคิดว่า “ผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นไบโพล่า”

           “พวกคุณคุยกันเข้าใจแล้ว ฉันขอตัวก่อน” ซูหว่านหนิงพูดจบก็หมุนตัวเตรียมจะเดินกลับห้องพัก วันนี้เธอไม่มีอารมณ์ที่จะเดินเล่นอีกแล้ว

           “หยุดก่อน” ฟางเยว่หรันรีบจับข้อมือของซูหว่านหนิง

           “คุณยังมีอะไรจะพูดอีกหรือ คู่หมั้นของคุณก็อธิบายไปหมดทุกอย่างแล้ว ทำไมคุณไม่เชื่อใจเขาบ้าง” ซูหว่านหนิงใกล้จะหมดความอดทนลงไปทุกที เธอสะบัดข้อมือออกจากการจับกุมของอีกฝ่าย

           “เธอยังไม่ขอโทษฉันเลย” ฟางเยว่หรันพูดขึ้น

 

           ซูหว่านหนิงหัวเราะออกมาก่อนจะถามไปว่า “ฉันต้องขอโทษเธอเรื่องอะไรไม่ทราบ ในเมื่อฉันไม่ได้นัดพบคู่หมั้นของคุณ มีแต่คุณที่เข้าใจผิด ที่จริงแล้วคนที่ต้องขอโทษคือคุณมากกว่า”

           ฟางเยว่หรันเตรียมจะพุ่งเข้าไปหาซูหว่านหนิงแต่โดนโจวจิ่งเสียนรวบตัวเอาไว้ อีกฝ่ายเมื่อเห็นคนรักไม่ยอมปล่อยก็ได้แต่กรีดร้องออกมา คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเริ่มจะหยุดมอง โจวจิ่งเสียนรีบเอามือปิดปากของฟางเยว่หรันไม่ให้ส่งเสียงดัง

           “เกิดอะไรขึ้น” เสียงของเมิ่งจื่อหยวนดังขึ้น ตามด้วยโจวเหลียนที่เดินมาหยุดตรงหน้าหลานชาย