งานเลี้ยงขอบคุณ
งานเลี้ยงขอบคุณ
เมื่อทุกอย่างพร้อมการไลฟ์สดก็เริ่มต้นขึ้น ลู่หนิงจินส่งยิ้มหวานให้กล้อง ก่อนจะหยิบสินค้าขึ้นมา
“สวัสดีค่ะผู้ชมทุกท่าน ฉันเป็นมือสมัครเล่นในการไลฟ์สด หากพูดผิดพลาดก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ”
ผู้คนที่เข้ามาดูไลฟ์สดต่างพิมพ์กลับมาว่า [พวกเรายินดีให้อภัย]
ก่อนหน้าที่ลู่หนิงจินจะเริ่มไลฟ์สดเธอได้โทรศัพท์ไปขออนุญาตพี่ชายและแม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งสองอนุญาตและบอกว่าจะช่วยอุดหนุนสินค้าในวันนี้
คุณนายลู่เปิดดูไลฟ์สดของลูกสาว ลู่หนิงจินกำลังเสนอขายสินค้า ผู้คนที่เข้ามาดูต่างพากันอุดหนุนสินค้าจากแม่ค้ามือใหม่ คุณนายลู่เรียกแม่บ้านให้เข้ามาเพื่อสอนให้ท่านกดสั่งซื้อสินค้า
ที่บ้านไม่ได้เลี้ยงแมวและสุนัขแต่บ้านของน้องสาวท่านเลี้ยงสัตว์ทั้งสองชนิด ท่านจึงกดสั่งสินค้าเพื่อเอาไปให้สัตว์เลี้ยงที่บ้านของน้องสาว
[แม่กดสั่งสินค้าแล้วนะ ขอให้แม่ค้ามือใหม่ได้ยอดขายทะลุล้าน]
พนักงานในห้องไลฟ์สดอ่านข้อความให้ลู่หนิงจินฟัง เมื่อลู่หนิงจินได้ฟังก็รีบพูดขอบคุณแม่ทางไลฟ์สด
“ขอบคุณแม่มากนะคะ ที่สนับสนุนลูกสาว แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ แม่จะต้องโทรไปบอกเพื่อน ๆ ของแม่ให้มาช่วยซื้อของด้วยค่ะ” ลู่หนิงจินพูดจบผู้คนที่เข้ามาชมไลฟ์ก็พากันกดส่งสติ๊กเกอร์หัวเราะ
คุณนายลู่มีหรือจะอยู่เฉยท่านส่งข้อความไปบอกเพื่อนสนิทให้เข้าไปดูไลฟ์สดที่ลูกสาวกำลังไลฟ์อยู่ตอนนี้ ปกติลู่หนิงจินก็เป็นหญิงสาวที่สวยอยู่แล้ว ยิ่งพอได้แต่งหน้าแต่งตัวและได้ออกกล้องทำให้ความสวยของเธอฉายแววมากขึ้น
[นั่นเสี่ยวจินจริงหรือ ทำไมในไลฟ์สดถึงสวยจัง สวยเหมือนดาราเลย]
[เสียดายที่ฉันไม่มีลูกชาย ไม่อย่างนั้นจะขอเสี่ยวจินมาเป็นลูกสะใภ้]
[เด็กคนนี้ยิ่งโตยิ่งสวย สนใจจะมาเป็นลูกสะใภ้ของฉันไหม]
เพื่อนของคุณนายลู่ต่างพากันส่งข้อความเข้ามา คุณนายลู่อ่านข้อความไปนั่งยิ้มไป
ทางด้านลู่หนิงจินเองก็ได้รับคำชมทางผู้ชมไลฟ์สด บางคนถามเธอว่าเป็นดาราสังกัดไหน บางคนถามว่าตอนนี้ทำงานอะไร ลู่หนิงจินได้แต่ตอบไปว่า
[ฉันกำลังเริ่มต้นทำงานค่ะ แต่งานเอกสารมันน่าเบื่อมากเลย วันนี้ฉันได้มาลองไลฟ์สดเป็นครั้งแรก ฉันชอบมันมากเลย ขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนด้วยการซื้อสินค้าในวันนี้ เอาไว้วันหน้าฉันจะมาร่วมไลฟ์สดเพื่อพูดคุยกับทุกคนใหม่ ส่วนวันนี้ฉันคงต้องขอตัวก่อน สวัสดีค่ะ]
ลู่หนิงจินพูดจบกล้องของไลฟ์สดก็ปิดลง หญิงสาวรีบเดินเข้าไปดูยอดขายที่เธอขายในวันนี้
“ไม่น่าเชื่อว่ายอดขายจะดีแบบนี้”
วันนี้ยอดขายที่ลู่หนิงจินขายได้ก็คือ 2,500,300 หยวน ในเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น
“พี่ขอเลขบัญชีธนาคารของเธอหน่อย” ซูหว่านหนิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“เอาทำไมคะ” ลู่หนิงจินถามด้วยความสงสัย
“พนักงานไลฟ์สดของเราจะได้ค่าคอมมิชชั่นจากยอดขาย วันนี้เธอทำยอดขายได้เยอะก็ย่อมได้ค่าตอบแทน” ซูหว่านหนิงตอบ
“พี่หว่านหนิงฉันไม่รับหรอกค่ะ” ลู่หนิงจินรีบปฏิเสธ
“ถ้าเธอไม่รับ ต่อไปพี่ก็คงไม่กล้าให้เธอมาร่วมไลฟ์สดหรอกนะ ทำงานก็ย่อมต้องมีค่าแรงจริงไหม” ซูหว่านหนิงถามกลับ
“มันก็จริง” ลู่หนิงจินตอบ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดคิวอาร์โค้ดรับเงินสดส่งให้กับซูหว่านหนิง
เงินจำนวน 5,000 หยวน โอนเข้าบัญชีของลู่หนิงจิน ปกติแล้วซูหว่านหนิงจะให้เงินค่าคอมมิชชั่นพนักงาน 1 % จากยอดขาย แต่ละวันจะขายได้ประมาณวันละ 500,000 – 600,000 หยวน พนักงานในห้องไลฟ์สดที่มีอยู่ 4 คนจะได้ค่าคอมมิชชั่นประมาณ 1,250 หยวนต่อคน
ลู่หนิงจินมองเงินที่เพิ่มเข้ามา เธอเป็นคุณหนูที่ปกติแล้วจะได้ใช้รายเดือนไม่จำกัด แต่จำนวนเงินนี้เป็นเงินที่ได้จากการทำงานครั้งแรกของเธอ
“ขอบคุณพี่มากค่ะ วันนี้ฉันจะพาแม่ไปเลี้ยงข้าว เพราะนี่เป็นเงินที่ฉันหาได้จากการทำงาน” ลู่หนิงจินดีใจรีบกดโทรศัพท์โทรออกหาแม่ทันที
ซูหว่านหนิงเดินออกจากห้องไลฟ์สด เธอเดินไปเคาะประตูห้องทำงานของหรันฮวา เพื่อสอบถามเรื่องซื้อบ้าน
“ได้บ้านหรือยัง” ซูหว่านหนิงนั่งลงบนเก้าอี้
“ยังเลย ที่สนใจก็ราคาสูงเกินฉันซื้อไม่ไหว” หรันฮวาตอบ ตั้งแต่มาทำงานกับซูหว่านหนิง หรันฮวามีเงินเก็บจากเงินเดือนประมาณ 150,000 หยวนและเงินจากโบนัสประจำปีอีก 100,000 หยวน รวมกันเป็น 250,000 หยวน ที่เก็บเงินได้เยอะก็เพราะว่าเธอเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินค่าเดินทางซื้อบัตรรายเดือนราคาจะถูกมาก และมื้อกลางวันบริษัทมีข้าวเลี้ยงพนักงาน ซื้อกินเฉพาะมื้อเย็นกับซื้อของใช้ในบ้าน ส่วนเงินเดือนของเธอและสวีว่านชิงเท่ากันได้รับเดือนละ 25,000 หยวน
“ฉันบอกเธอแล้วไงว่าให้เลือกที่ชอบได้เลย ฉันจะจ่ายเงินซื้อสดให้เธอ และค่อยหักเงินเดือนของเธอ ทำแบบนี้เธอจะได้ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยธนาคาร” ซูหว่านหนิงพร้อมสนับสนุนเพื่อนเต็มกำลัง
“ก็ฉันเกรงใจไม่อยากรบกวนแค่ได้มาทำงานกับเธอ ฉันก็ไม่รู้จะขอบใจยังไงแล้ว” หรันฮวาตอบ
“เอาอย่างนี้ ฉันจะติดต่อนายหน้าขายบ้านให้พาเธอไปดูบ้าน เราไปกันวันเสาร์นี้เลย ไปช่วงเช้าเพราะช่วงเย็นฉันต้องไปงานเลี้ยง เธออยากได้บ้านกี่ห้องนอนบอกมาเลย ฉันจะได้ให้ทางนายหน้าจัดการให้”
“ฉันอยากได้บ้านสองห้องนอน ไม่ต้องอยู่ในที่ชุมชนแต่ขอให้ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินก็พอ จะได้เดินทางสะดวก” หรันฮวาตอบ
ซูหว่านหนิงไม่รอช้าหยิบโทรศัพท์โทรหานายหน้าที่ขายบ้านให้เธอ หลังจากพูดคุยธุระและนัดหมายเวลากันเสร็จเรียบร้อย ซูหว่านหนิงจึงออกจากห้องทำงานของหรันฮวา และเดินไปที่ห้องทำงานของสวีว่านชิง
“แม่พี่หายป่วยหรือยังคะ” ซูหว่านหนิงถาม เพราะเมื่อสองวันก่อนสวีว่านชิงลางานพาแม่ไปหาหมอ
“ดีขึ้นแล้วล่ะ แต่ก็ยังมีอ่อนเพลียเล็กน้อย” สวีว่านชิงตอบ แม่ของสวีว่านชิงปีนี้อายุ 60 ปี เมื่อสองวันก่อนมีอาการท้องเสียถ่ายไม่หยุดจึงต้องพาไปโรงพยาบาล
“พี่อย่าลืมเอาใบเสร็จมาเบิกสวัสดิการพนักงานด้วยล่ะ ห้ามลืมเด็ดขาด” ซูหว่านหนิงกำชับก่อนจะเดินออกไป
สวีว่านชิงมองตามแผ่นหลังของเจ้านาย นึกถึงวันแรกที่เจอกันที่ตลาดค้าหยกไม่รู้อะไรดลใจที่ให้เธอเข้าไปทักอีกฝ่าย เริ่มจากได้รับเงินสองล้านหยวนเป็นค่าตอบแทน ต่อมาก็ได้มาทำงานที่บริษัทแห่งนี้ เงินเดือนที่ได้รับก็สูงลิ่ว เรียกได้ว่าบุญหล่นทับเลยก็ได้ ที่บริษัทแห่งนี้มีสวัสดิการสำหรับพนักงานไม่ว่าจะเป็นลาป่วย ลาพักร้อน ลากิจ และยังสามารถนำใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลจากทางโรงพยาบาลมาเบิกคืนได้ แต่ต้องเป็นคนในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ สามีและลูก
วันเสาร์ซูหว่านหนิงขับรถไปรับหรันฮวาที่บ้านเช่าก่อนจะพาไปพบนายหน้าที่นัดหมายเอาไว้ โครงการบ้านที่นายหน้าพามาดูนี้อยู่ห่างเขตชุมชนแต่ก็ยังมีร้านค้าและห้างสรรพสินค้า อีกทั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟใต้ดิน ราคาขายก็ย่อมต้องถูกกว่าบ้านที่อยู่ในพื้นที่ชุมชน
“บ้านหลังนี้เป็นบ้านมือสอง เจ้าของต้องการขายเพราะจะย้ายไปทำงานที่อื่น ไม่มีประวัติอาชญากรรมใด ๆ ทั้งสิ้น สามารถตรวจสอบได้เลยครับ ส่วนเรื่องราคาขายเจ้าของต้องการขายที่ 4 ล้านหยวน ราคานี้เพียงแค่หิ้วกระเป๋าเข้ามาก็เข้าพักได้ทันที เพราะของในห้องทั้งหมดนี้เจ้าของคิดรวมกับราคาขายแล้ว” นายหน้าไขกุญแขเปิดดูด้านใน
บ้านขนาด 60 ตร.ม. มี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องโถงและระเบียงสำหรับตากผ้า โครงการนี้เพิ่งสร้างเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา บ้านจึงดูใหม่ทางเดินด้านหน้าก็สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย
“ทางโครงการมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง และยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้สอย ผมว่าราคานี้ถูกมากแล้วครับ”
“เธอสนใจไหม” ซูหว่านหนิงหันไปถามเพื่อนสาว
“ฉันชอบมากเลย” หรันฮวาตอบ
เมื่อเพื่อนชื่นชอบซูหว่านหนิงก็จัดการทำการซื้อขาย โดยซื้อเป็นเงินสด หรันฮวาให้ซูหว่านหนิงร่างสัญญาโดยเธอยินยอมให้หักเงินเดือนจ่ายค่าบ้านเดือนละ 20,000 หยวน
หลังจากจัดการเรื่องบ้านของหรันฮวาเสร็จ ซูหว่านหนิงรีบกลับบ้านอาบน้ำชำระร่างกาย เสร็จแล้วตรงไปที่ร้านทำผมและแต่งหน้า เธอเลือกที่จะเกล้าผมไว้ด้านหลังและปล่อยปอยผมลงมาทั้งสองข้าง และเลือกแต่งหน้าเป็นโทนสีชมพูอ่อน ใส่คอนแทคเลนส์สีน้ำตาลเพื่อเพิ่มความสวยงาม
ยังไม่ทันได้ออกจากร้านเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเป็นลู่อี้เฉินที่โทรเข้ามา
“ฉันขับรถไปเองได้ค่ะ ไม่ต้องรบกวนเลขาเซียว” ซูหว่านหนิงรีบตอบ เพราะอีกฝ่ายจะให้เซียวหย่งขับรถมารับเธอไปที่งาน
“อีกอย่างตอนนี้ฉันก็อยู่ที่ร้านมาแต่งหน้าทำผม ขับรถจากร้านไปที่โรงแรมที่คุณจัดเลี้ยงไม่เกิน 20 นาที”
“คุณถึงโรงแรมอย่าลืมโทรหาผมนะครับ” ลู่อี้เฉินกำชับ
“ได้เลยค่ะ ไว้เจอกันนะ” ซูหว่านหนิงตอบก่อนจะวางสายไป